Home > Art & Design > ห้ามพลาด! รวมหนัง 7 เรื่องจาก Netflix สร้างจากเรื่องจริงสุดประทับใจ

ช่วงกักตัวอยู่บ้านแบบนี้ อาจทำให้หลายคนตัดสินใจสมัคร Netflix หรือใครที่เคยเป็นสมาชิกอยู่แล้วแต่ไม่ค่อยมีเวลาว่างได้ดู ก็ถือโอกาสใช้เวลาช่วงนี้กลับมาดูอีกครั้ง วันนี้ HELLO! เลยขออาสารวม ‘ภาพยนตร์ 7 เรื่อง ที่สร้างจากเรื่องจริงสุดประทับใจ‘ ไม่ว่าจะเป็นชีวประวัติของบุคคลผู้พลิกโลก ชีวิตของบุคคลที่สร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม ไปจนถึงเรื่องของบุคคลตัวเล็กๆ แต่มีเรื่องราวที่จะตราตรึงอยู่ในใจของผู้ชมไปอีกแสนนาน

The Trial of Chicago 7 (2020)

Cr. Netflix

ผลงานการเขียนบทล่าสุดจาก แอรอน ซอร์กิน ที่ฝากฝีมือไว้ใน ‘The Social Network (2010)’ ภาพยนตร์ชีวประวัติของมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ในภาพยนตร์เรื่อง The Trial of Chicago 7 นี้ เขาถ่ายทอดเรื่องราวการพิจารณาคดีความที่อื้อฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์ ของการประท้วงอย่างสันติในสหรัฐอเมริกา ปี 1968 ที่ลงเอยด้วยความรุนแรง ก่อนตำรวจจะจับกุมแกนนำม็อบและบุคคลที่โดนดึงมาเกี่ยวข้องทั้งหมด 8 คน ด้วยข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการปลุกปั่นการจราจล

Franca (2016)

Cr. Netflix

ภาพยนตร์สารคดีที่ถูกถ่ายทอดโดยลูกชายของ ‘ฟรังก้า ซอซซานี’ บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของแม่ ผู้เป็นอดีตบรรณาธิการใหญ่แห่ง โว้ก อิตาเลีย ด้วยความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ของเธอ ทำให้สามารถพาโว้กก้าวข้ามผ่านประเด็นสีผิว ประเด็นศัลยกรรม และข้อวิพากษ์วิจารณ์อื่นในสังคมในยุคนั้น นับว่าเป็นเรื่องราวสุดตราตรึงที่บันทึกการเปลี่ยนผ่านของวงการแฟชั่นและสังคมรอบด้านได้เป็นอย่างดี

Hidden Figures (2016)

Cr. IMDb

ภาพยนตร์ฟีลกู้ดที่เล่าเรื่องราวของผู้หญิงผิวสีสามคน ทำงานเป็น ‘นักคณิตกร’ ในองค์การนาซาตั้งแต่ยุคที่ยังไม่มีคอมพิวเตอร์ใช้ พวกเธอทั้งสามคนจะต้องต่อสู้กับการโดนแบ่งแยกสีผิว ที่ยุคนั้นรุนแรงถึงขั้นไม่สามารถใช้ภาชนะ หรือห้องน้ำร่วมกันได้ รวมถึงยังต้องฝ่าฟันกับค่านิยมชายเป็นใหญ่เพื่อความฝันของตัวเอง นับว่าเป็นภาพยนตร์ที่ดูง่าย กลมกล่อม ไม่ดราม่าหนักเกินไป และยังทิ้งความรู้สึกอบอุ่นใจให้แก่ผู้ชมไว้ในตอนจบอีกด้วย

The Theory of Everything (2014)

Cr. Netflix

อีกหนึ่งภาพยนตร์ชีวประวัติของ ‘สตีเฟน ฮอว์กิง’ เรื่องราวของนักฟิสิกส์อัจฉริยะผู้คิดค้นทฤษฎีพลิกโลก ขณะเดียวกันก็ถ่ายทอดชีวิตของสตีเฟนในฐานะของคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่ต้องต่อสู้กับโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS) และยังได้เห็นมุมชีวิตรักของสตีเฟนในฐานะผู้ชายคนหนึ่งอีกด้วย ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้นักแสดงนำ ‘เอ็ดดี้ เรดเมย์น’ ได้รับรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมเลย

The Impossible (2012)

Cr. Netflix

ภาพยนตร์ที่สร้างจากเหตุการณ์จริงในประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 9 ริคเตอร์ที่ใจกลางมหาสมุทรอินเดีย และหลังจากนั้นก็เป็นเหมือนฝันร้ายเพราะเกิดเหตุสึนามิถล่มทั้งคาบสมุทรอินเดีย ภาพยนตร์เล่าเรื่องราวอันทรงพลังของครอบครัวที่เดินทางมาพักผ่อนที่ภูเก็ต ก่อนจะเจอกับเหตุสึนามิ ทำให้พวกเขาต้องออกตามหากัน นอกจากภาพยนตร์เรื่องนี้จะพาเราไปเจอกับช่วงเวลาที่โหดร้ายที่สุดแล้ว ยังพาเราเข้าไปสัมผัสถึงน้ำใจและแสงแห่งความหวังอีกด้วย

The Pursuit of Happiness (2006)

ตีแผ่เรื่องราวชีวิตของ ‘คริส การ์ดเนอร์’ คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวผู้ไล่ล่าหาความสุข นำแสดงโดยนักแสดงชื่อดังอย่าง วิลล์ สมิธ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะพาเราไปเอาใจช่วยคริส กับชีวิตที่ต้องดิ้นรนในซานฟรานซิสโก ฝ่าฟันสารพัดมรสุม หลังเขาเจอพิษเศรษฐกิจจนกลายเป็นคนไร้บ้านและมีเงินติดกระเป๋าเพียง 1 ดอลลาร์ ต้องพาลูกชายวัย 5 ขวบหาที่นอนแทบทุกวัน เชื่อว่าหลังดูจบแล้วคงทำให้หลายคนรู้สึกมีแรงใจและกำลังใจสู้กับปัญหาต่ออย่างแน่นอน

Coach Carter (2005)

Cr. Netflix

ปิดท้ายด้วยเรื่องราวที่จะจุดไฟฝันให้แก่ผู้ชม จากเรื่องจริงของชีวิต ‘เคนนี เรย์ คาร์เตอร์’ โค้ชบาสเก็ตบอลผิวสีของโรงเรียนมัธยมริชมอนด์ เขาเคยเป็นศิษย์เก่าที่โรงเรียนแห่งนี้ และด้วยวินัย ความขยัน ใฝ่ดีของเขา ทำให้เขาประสบความสำเร็จและมีชีวิตที่มั่นคง เมื่อเขากลับมาเป็นโค้ชให้กับทีมบาสเก็ตบอลที่โรงเรียนแห่งนี้อีกครั้ง เขาจึงปฏิวัติกฎใหม่ ให้นักเรียนทุกคนที่จะเป็นนักบาสเก็ตบอลของโรงเรียนต้องมีเกรดเฉลี่ย 2.3 ขึ้นไป นำมาซึ่งเรื่องราวความขัดแย้ง การต่อสู้ และความประทับใจ