Home > Art & Design > ฮ่องกง เดินหน้าสู่โลกอนาคต ด้วยมหาอำนาจแห่งงานศิลปะ ดิจิทัลอาร์ต กับการจัดนิทรรศการ NFT ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย!

เมื่อเราลองมองย้อนกลับไปในอดีตจนถึงปัจจุบัน โลกแห่งศิลปะได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย ทั้งในด้านของรูปแบบ เทคนิค และแพลตฟอร์มในการสร้างงานศิลปะ ซึ่งต้องยอมรับว่า ในยุคเปลี่ยนผ่าน หลังการระบาดของโรคโควิด-19 ได้เกิดปรากฎการณ์มากมายต่อรูปแบบการใช้วิตของคน รวมไปถึงความเปลี่ยนแปลงในวงการศิลปะ อย่างการที่ ดิจิทัลอาร์ต ทื่มีการซื้อขายในระบบ NFT ขึ้นมามีอำนาจอย่างมากในโลกที่กำลังก้าวเดินไปในอนาคต โดยเฉพาะใน ฮ่องกง

ฮ่องกง เดินหน้าสู่โลกอนาคต ด้วยมหาอำนาจแห่งงานศิลปะ 'ดิจิทัลอาร์ต' กับการจัดนิทรรศการ NFT ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย!
DERRY collected memories

สำหรับประเทศแถบเอเชียนั้น เป็นเรื่องน่ายินดีที่ตลาดศิลปะเอเชียแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าและความสามารถในการปรับตัวที่ดี ทำให้ ฮ่องกง ก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางศิลปะและวัฒนธรรมแห่งภูมิภาค เฉิดฉายและโดดเด่นด้วยกิจกรรมศิลปะ นิทรรศการ รวมไปถึงงานประมูลที่สามารถจัดขึ้นได้อย่างปลอดภัยตลอดช่วงที่ผ่านมา

ฮ่องกง กับสถานะ“มหาอำนาจงานศิลป์”

หลังจากความสำเร็จในการโปรโมทความเป็นเมืองแห่งศิลป์ของฮ่องกง ทางการท่องเที่ยวฮ่องกงได้เปิดตัว แคมเปญ “Arts in Hong Kong” ซึ่งเป็นแคมเปญที่ครอบคลุมระยะเวลาหนึ่งปีเพื่อแสดงให้ผู้ชมทั่วโลกได้ประจักษ์ถึงความน่าดึงดูดใจที่ยั่งยืนและไม่ธรรมดา จุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับโปรไฟล์ระหว่างประเทศของฮ่องกงให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยนำเสนอศิลปะชุมชนและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบเชิงลึก รวมไปถึงเปิดประสบการณ์เทคโนโลยีศิลปะเชิงโต้ตอบ (Interactive Art Tech) เพื่อพาชาวเมืองและผู้มาเยือนร่วมทำความรู้จักฮ่องกงใหม่อีกครั้งผ่านมุมมองทางวัฒนธรรม

กิจกรรมในครั้งนี้ ก่อให้เกิดรายได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะงานยักษ์ใหญ่อย่าง Art Basel Hong Kong งานประมูล Christie’s Hong Kong Spring Auctions และเสริมทัพด้วยงานพิเศษ อย่าง French May และ Art Central เรีนกได้ว่า เป็นการร่วมมือกันของหลากหลายภาคส่วน

นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานระดับโลกที่เพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นาน อย่าง ย่านวัฒนธรรมเกาลูนตะวันตก พิพิธภัณฑ์ M+ และพิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกง (Hong Kong Palace Museum) ยังช่วยส่งเสริมจุดยืนของฮ่องกงในฐานะมหาอำนาจด้านศิลปะและวัฒนธรรมที่ดึงดูดนักลงทุนและธุรกิจศิลปะจากทั่วโลก

ฮ่องกงดิจิทัลอาร์ต ในนิทรรศการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย

จากหลายปีในการมีอยู่ของ ‘ดิจิทัลอาร์ต’ ศิลปะในรูปแบบนี้กลับมาเป็นกระแสนิยมอีกครั้งในปีนี้ เห็นได้จากความสำเร็จที่ได้รับจากอีเว้นท์งานศิลปะต่างๆ อาทิ พิพิธภัณฑ์ศิลปะฮ่องกง (Hong Kong Museum of Art) และงาน Affordable Art Fair ที่กำลังจะมีขึ้น ก็ได้มีการผนวกรวมชิ้นงานศิลปะดิจิทัลเข้ามามากขึ้นตามกระแสความนิยม

ภายในงาน มีชิ้นงานที่สะดุดตาที่สุดจากงาน Art Basel ก็คือ ผลงาน ‘The Shape of Light’ ของผู้บุกเบิกภาพเคลื่อนไหวจากฮ่องกง Ellen Pau จากการคอมมิชชันร่วมกันระหว่าง Art Basel และ M+ และได้รับการสนับสนุนจากUBS นับว่าเป็นโปรเจคใหญ่ครั้งแรก ซึ่งฉายบนจอ LED ขนาดยักษ์หน้าอาคาร  M+ พิพิธภัณฑ์ทัศนศิลป์แห่งใหม่ของฮ่องกง

ฮ่องกง เดินหน้าสู่โลกอนาคต ด้วยมหาอำนาจแห่งงานศิลปะ 'ดิจิทัลอาร์ต' กับการจัดนิทรรศการ NFT ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย!

เรียกได้ว่า ฮ่องกง ได้กลายเป็นผู้บุกเบิงทางศิลปะ พร้อมก่อกำเหนิดเทคโนโลยีศิลป์ใหม่ๆ ด้วยการสนับสนุนเทรนด์ศิลปะใหม่ ๆ และให้พื้นที่แสดงความสามารถแก่พรสวรรค์ที่หลากหลาย ที่บ่งบอกถึงการก้าวหน้าสู่โลกแห่งอนาคตและความเปิดกว้างทางความคิด

ARTAVERSE

เพียงแค่ในปีนี้ปีเดียว ฮ่องกงได้จัดงานขึ้นถึง 10 งาน รวมไปถึง นิทรรศการ NFT ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย “ARTAVERSE ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจัดแสดงผลงานมากกว่า 100 ราย สู่ “METAVISION” ของห้าง K11 MUSEA นิทรรศการครั้งใหญ่ที่รวมงานกว่า 200 งานไว้รอบๆ ตัวห้าง

ฮ่องกง เดินหน้าสู่โลกอนาคต ด้วยมหาอำนาจแห่งงานศิลปะ 'ดิจิทัลอาร์ต' กับการจัดนิทรรศการ NFT ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย!

ภายในงานมีศิลปินมากมายที่มาจัดแสดงงาน รวมไปถึง Derry Ainsworth ศิลปินในฮ่องกงและ Creative Director ของ Digital Art Fair Asia อีกทั้งยังเป็น Hong Kong Super Fan หรือกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ที่มีความสนใจในฮ่องกง ซึ่งเป็นผู้ที่ชื่นชอบค้นหาแรงบันดาลใจจากตลาด ตัวอาคาร และโดยเฉพาะถนนที่มีแสงไฟนีออนสว่างไสว ซึ่งทำให้ผลงานของเขามีกลิ่นอายความเป็น Sci-fi แถม Derry ยังรู้สึกตื่นเต้นเป็นที่สุด เมื่อฮ่องกงก้าวขึ้นมาเป็นแนวหน้าในการยกระดับศิลปะรูปแบบใหม่

เขาเป็นผู้ที่มีเป้าหมายในการปลูกฝังและสร้างแรงบันดาลใจให้นักสะสมงานศิลปะรุ่นใหม่ หันมาใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการสัมผัสความงามของศิลปะและวัฒนธรรม โดยเขาได้กล่าวว่า

“ผมเชื่ออย่างยิ่งว่า ศิลปะ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใดก็ตาม ล้วนมีคุณค่าเสมอ ไม่ว่าจะเป็น NFT ดิจิทัลหรือภาพวาดบนแผ่นกระดาษ ในปัจจุบันนี้ ผู้คนต่างให้ความสนใจอย่างมากกับงาน NFT เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้นและเป็นแพลตฟอร์มใหม่ที่ให้ผู้คนได้สะสมและสัมผัสกับงานศิลปะ นอกจากนี้ ศิลปะ NFT ยังเป็นประโยชน์ต่อทั้งศิลปินและนักสะสมด้วยการจำหน่ายแบบ Secondary Sales ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ มีความปลอดภัย และให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ”

ฮ่องกง เดินหน้าสู่โลกอนาคต ด้วยมหาอำนาจแห่งงานศิลปะ 'ดิจิทัลอาร์ต' กับการจัดนิทรรศการ NFT ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย!

สำหรับมุมมองของ Suhanya Raffel ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ M+ เธอคาดการณ์ว่า ระบบนิเวศทางศิลปะของฮ่องกงจะเติบโตและขยายตัวออกไปในขอบเขตใหม่ๆ โดย M+ จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและพาฮ่องกงไปสู่การขยายตัวของนิเวศวิทยานี้ โดยเธอได้กล่าวว่า

“M+ ยังได้เจาะลึกศิลปะ NFT ท่ามกลางความนิยมที่เพิ่มขึ้นของเมตาเวิร์ส (Metaverse) ภัณฑารักษ์ของเราเริ่มสำรวจถึงความหมายและผลที่พวกเราจะได้รับในระยะยาวจากงาน NFT ที่มีความโดดเด่นมากขึ้น ฮ่องกงมีศักยภาพที่ดีในการเปลี่ยน NFT ให้กลายเป็นงานศิลปะรูปแบบใหม่ซึ่งขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีและการมีส่วนร่วมของคอมมูนิตี้ที่ไม่ใช่แค่ในฮ่องกงเท่านั้น นับว่าเป็นการเปิดประตูสู่ประสบการณ์การรับชมที่แปลกใหม่สำหรับผู้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์และนักสะสม”

เนื่องจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของศิลปะ ระบบนิเวศงานศิลปะต้องมีโซลูชันดิจิทัลที่ดีที่สุดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและนักสะสม พร้อมกับจัดหาแพลตฟอร์มให้แก่ศิลปินเพื่อแสดงผลงานของพวกเขา ด้วยการร่วมลงทุนจากภาครัฐ เอกชน รวมถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านศิลปะ วัฒนธรรม และเทคโนโลยี ฮ่องกงจึงพร้อมแล้วที่จะเป็นศูนย์กลางศิลปะดิจิทัลระดับโลก และสร้างกระแสให้ผู้คนทั่วโลกหันมาใส่ใจศิลปะในทุกแขนง

Never miss an update

Subscribe to our newsletter to get the latest updates.

No Thanks
You’re all set

Thank you for your subscription.