Home > Beauty & Health

วิตามินซีในสกินแคร์ มีประโยชน์อย่างไร???? …… วิตามินซี ถือเป็นดาวเด่นในบรรดาส่วนผสมมากมายที่มีอยู่ในสกินแคร์ของยุคนี้ นอกจากจะช่วยบำรุงร่างกายให้มีสุขภาพดีได้ยามรับประทานเข้าไปแล้ว เวลานำมาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ ก็ยังช่วยบำรุงผิวและแก้ปัญหาผิวต่างๆ ได้มากมาย ซึ่งมีการพิสูจน์ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า ‘วิตามินซี’ มีสรรพคุณที่ดีต่อผิวจริงๆ ยกตัวอย่างเช่น 5 ประโยชน์ต่อไปนี้…

(อ่านเพิ่มเติม : เชคลิสต์ 12 บิ้วตี้ไอเท็มที่ต้องมีไว้ครอบครอง เพื่อทำความตั้งใจของเราให้เป็นจริงได้ในปี 2021)

1. ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน และอีลาสติน

ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพกันชัดๆ คอลลาเจนและอีลาสตินก็คือเส้นใยที่ถักทออยู่ในกางเกงยีนส์ยืด ที่ช่วยพยุงรูปร่างของเราให้ดูกระชับเข้ารูปนั่นแหละ คอลลาเจนและอีลาสตินจึงทำหน้าที่เหมือน ‘โครงนั่งร้าน’ ในการสร้างตึก ซึ่งเมื่อเส้นใยเหล่านี้ก่อกำเนิดขึ้นมาแล้ว นักก่อสร้างที่อยู่ในผิว ก็จะทำการต่างๆ ให้ผิวคงความสุขภาพดี แต่บางครั้งผิวก็ผลิตเส้นใยเหล่านี้ได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น ส่งผลให้ผิวดูไม่มีชีวิตชีวา แถมยังเชื้อเชิญให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ง่ายขึ้นด้วย ซึ่งสถานการณ์นี้มักจะขึ้น เมื่อเรามีภาะกิจยุ่งเหยิง ร่างกายจึงส่งพลังไปที่ส่วนอื่นๆ มากกว่านำไปให้ผิว และถ้าเรามีอายุมากขึ้นก็จะเจอกับสถานการณ์นี้ได้เช่นกัน ฉะนั้นการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของวิตามินซี จึงเป็นเหมือนการป้อนอาหารที่เป็น ‘คอลลาเจนและอีลาสติน’ ให้กับผิว

2. ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ

จุดด่างดำเหล่านี้อาจเกิดขึ้นจากการที่คุณไปปีนเขาในช่วงพักร้อนที่ผ่านมา หรืออาจจะเกิดขึ้นจากการอาบแดด หรือโดนแมลงกัดต่อยจนเกิดอาการคันคะเยอ แล้วเกาไม่ยอมหยุด ซึ่งจุดด่างดำเหล่านั้นเกิดจากสาเหตุเดียวกัน นั่นก็คือการกระตุ้นให้ผิวผลิตเม็ดสีเมลานินสีเข้มขึ้นมานั่นเอง เมื่อผิวหนังเกิดความเสียหาย กระบวนการเยียวยาผิวตามธรรมชาติ ก็จะสั่งการให้เซลล์ผิวในบริเวณที่เสียหายผลิตเม็ดสีเมลานินขึ้นมามากขึ้น เพื่อทำการปกป้องผิว จนกลายเป็นจุดด่างดำขึ้นมา เม็ดสีเมลานิเหล่านี้คือตัวปกป้องผิวจากรังสียูวีตามธรรมชาติ ซึ่งยิ่งมีเม็ดสีเมลานินมาก ก็ยิ่งช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีในแสงแดดได้ดีขึ้น แต่วิตามินซีจะช่วยเร่งกระบวนการขัดลอกผิวตามธรรมชาติ ซึ่งก็หมายความว่าจะช่วยทำให้จุดด่างดำดูลดเลือนลงได้เร็วขึ้นด้วย

3. ช่วยลดเลือนจุดด่างดำแห่งวัย

‘จุดด่างดำแห่งวัย’ ก็เป็นปัญหาผิวอีกอย่างที่ทำให้เกิดเม็ดสีเมลานินสีเข้มๆ ขึ้นมา ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเรามีอายุมากขึ้น ผิวจึงทำหน้าที่กระจายเม็ดสีเมลานินได้ไม่ทั่วถึง เราจึงเห็นจุดด่างดำกระจัดกระจายอยู่เต็มใบหน้า แม้จะไม่ได้ออกไปอยู่กลางแดดนานๆ ก็ตาม แต่วิตามินซีสามารถจัดการกับจุดด่างดำที่เกิดขึ้นได้ ดุจเดียวกับการจัดการกับจุดด่างดำที่เกิดจากรังสียูวี โดยจะช่วยเร่งกระบวนการขัดลอกผิวนั่นเอง นอกจากนี้วิตามินซียังช่วยลดโอกาสที่จะเกิดจุดด่างดำแห่งวัยในอนาคตด้วย (หรือช่วยป้องกันได้ถ้าคุณยังไม่มีปัญหานี้เกิดขึ้น) เนื่องจากจะช่วยป้องกันความเสียหายจากรังสียูวี ที่ทำให้ผิวกระตุ้นการผลิตเม็ดสีเมลนินขึ้นมามากเกินไป ซึ่งการโดนรังสียูทำร้ายนั้น จะยังมองไม่เห็นผลกระทบในทันที แต่เผยออกมาตามหลังอีกหลายปี โดยวิตามินซีจะช่วยปกป้องเซลล์ผิวทีทำหน้าที่ผลิตเม็ดสีเมลานินเหล่านั้น ไม่ให้ผลิตเม็ดสีเมลานินขึ้นมาในภายหลัง

4. ช่วยเพิ่มความสว่างกระจ่างใสให้กับผิว

เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น กระบวนการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติจะทำงานช้าลง ส่งผลให้ผิวหน้าดูหยาบกร้าน และไม่เรียบเนียน ฉะนั้นเวลาที่มีแสงส่องมากระทบผิวหน้า จึงไม่เกิดการสะท้อนแสงให้ดูกระจ่างใส เปรียบเหมือนการส่องไฟเข้าไปในถ้ำนั่นแหละ! เวลาที่ผิวของเราเรียบลื่นจากการผลัดเซลล์ผิวตามปกติ ก็ช่วยให้ผิวของเราทำหน้าที่สะท้อนแสงให้ดูกระจ่างใสได้ราวกับกระจกเงา ซึ่งวิตามินซีนี่แหละที่จะช่วยทำหน้าที่เร่งกระบวนการขัดลอกผิวตามธรรมชาติ แถมยังช่วยจัดการกับปัญหาจุดด่างดำได้เป็นอย่างดีด้วย จึงช่วยให้ผิวหน้าเปล่งแสงออร่าออกมาได้อย่างเต็มที่!

5. ช่วยป้องกันความเสียหายจากแสงแดด

วิตามินซีอุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงมีพลังเยียวยาความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี (และจะทำให้งานได้ดียิ่งขึ้นเมื่อทำงานร่วมกับวิตามินอี นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม่เราจึงมักเห็นเซรั่ม ที่มีส่วนผสมทั้งวิตามินซีและวิตามินอี) สารต่อต้านอนุมูลอิสระจะทำหน้าที่ปกป้องผิวจาก 2 ปัจจัย ที่ทำให้เราดูแก่ก่อนวัย นั่นก็คือแสงแดดและรังสียูวีนั่นเอง ฉะนั้นถ้าผิวของเราเกิดความเสียหายจาก 2 ปัจจัยนี้ขึ้นมาเมื่อไหร่ วิตามินซีก็จะช่วยหยุดยั้งไม่ให้ผิวของเราเกิดปัญหาริ้วรอยหรือดูร่วงโรยก่อนวัยได้! นอกจากนี้ยังช่วยเยียวยารอยขีดข่วน อาการไหม้แดด และจุดด่างดำให้หายเร็วขึ้นด้วย

Cr.Phptos : 123RF.com