Home > Beauty & Health > Beauty > ครีมแพง ดีจริงไหม? เจาะลึกส่วนผสม 8 สกินแคร์ระดับท็อปที่เลอค่าไม่แพ้ราคา

เพราะผิวหน้าที่ดีคือพื้นฐานของความสวยอันยั่งยืน สายบิวตี้ทั้งหลายจึงต่างทุ่มเทลงทุนให้กับสกินแคร์ราคาสูงลิ่วมากมาย แต่หลายคนก็อาจเกิดคำถามว่า “แล้ว ครีมแพง นี่ดีจริงไหม?” วันนี้ HELLO! เลยขอพาทุกคนมาไขข้อข้องใจให้หายสงสัยด้วยการเจาะลึกถึงส่วนผสมสุดเลอค่าและเทคโนโลยีสุดล้ำของ 8 สกินแคร์ระดับท็อป ที่จะทำให้คุณเข้าใจมากขึ้นว่าเหตุใดราคาของครีมบำรุงผิวถึงได้สูงเช่นนี้

Augustinus Bader

ครีมแพง
Augustinus Bader The Serum (ราคา 14,500 บาท)

เริ่มต้นกันด้วย ‘Augustinus Bader’ แบรนด์สกินแคร์สัญชาติเยอรมันที่ก่อตั้งและพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นโดยยึดหลักนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์กว่า 30 ปี และไอเท็มชื่อดังที่สาวกบิวตี้ต่างมอบมงให้ก็คือ The Serum เซรั่มเนื้อเข้มข้นแต่ซึมซาบได้รวดเร็ว รังสรรค์ขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาที่ท้าทายที่สุดของผิว ตั้งแต่ภาวะขาดน้ำไปจนถึงสัญญาณแห่งวัย

ภายในขวดเซรั่มสีน้ำเงินโดดเด่น อัดแน่นไปด้วยส่วนผสมแสนเลอค่าและเทคโนโลยีล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็น สารออกฤทธิ์ TFC8 ที่ผสมผสานกรดอะมิโนธรรมชาติเข้ากับวิตามินคุณภาพสูง ช่วยนำสารอาหารหลักอันทรงพลังเข้าซ่อมแซมฟื้นฟูผิวหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ , สารสกัดเมล็ดทับทิมเข้มข้น อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระชั้นยอด นับเป็นหัวใจหลักของการลดเลือนริ้วรอยเลยก็ว่าได้ รวมไปถึงยังมีเทคโนโลยี พอลิแซ็กคาไรด์ มอยซ์เจอร์ คอมเพล็กซ์ ที่คอยช่วยรักษาระดับความชุ่มชื้นบนผิวให้สมดุลอยู่เสมอ

Cle de Peau Beauté

ครีมแพง
Clé de Peau Beauté Synactif Créme N (ราคา 50,000 บาท)

ข้ามฝั่งมายังแบรนด์สกินแคร์สุดลักซ์ชัวรี่จากประเทศญี่ปุ่นอย่าง Clé de Peau Beauté ที่มีท็อปไลน์คือตระกูล Synactif อันเปรียบเสมือนยอดมงกุฎของความงาม สาเหตุที่ได้รับฉายานี้ก็เพราะว่าคุณสมบัติของสกินแคร์ในไลน์ Synactif จะช่วยให้ผิวสะอาดบริสุทธิ์ และฟื้นฟูให้ผิวรู้สึกเหมือนเพิ่งผลิบาน ทั้งยังอบอวลไปด้วยความหอมสุดละเมียดละไมด้วยกลิ่นจากดอกกุหลาบที่ทางแบรนด์เฟ้นเลือกคัดสรรเพาะปลูกขึ้นมาเอง

สำหรับผลิตภัณฑ์สุดพรีเมี่ยมอย่าง Clé de Peau Beauté Synactif Créme N ส่วนผสมสำคัญ 4 อย่าง ได้แก่ Lamium Album Leaf Extract, Cinnamon Cassia Bark Extract, Mulberry White Bark Extract และ Lemon Balm Extract โดยส่วนผสม 3 อย่างแรก จะช่วยป้องกันไม่ให้ผิวของท่อน้ำเหลืองปริแตกจนของเสียรั่วซึมออกมา ในขณะที่ส่วนผสมสุดท้ายอย่าง Lemon Balm Extract จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวนุ่มเด้งและกระจ่างใสจากภายใน เรียกได้ว่าเป็นการปลดล็อกความงาม ณ จุดสูงสุดแห่งความหรูหราเลยก็ว่าได้

Dior

ครีมแพง
Dior  L’Or de Vie (เซรั่ม ราคา 25,000 บาท)

ถ้าพูดถึง ครีมแพง แล้ว คงจะไม่พูดถึง Dior ไม่ได้จริงๆ เพราะแบรนด์ชื่อดังระดับโลกนี้เองก็มีชื่อเสียงทางด้านความงามไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าด้านแฟชั่นเลย สำหรับสกินแคร์ที่ราคาสูงที่สุดและเลอค่าที่สุดก็คือตระกูล  L’Or de Vie ที่มีตั้งแต่โลชั่น เซรั่ม อายครีม และครีม เห็นแพ็กเกจจิ้งเป็นสีทองอร่ามจับตาแบบนี้แล้วส่วนผสมเด่นที่อัดแน่นอยู่ภายในคือ สารสกัดจากองุ่นอีเก็ม 100% อันเปรียบเสมือนน้ำทิพย์ที่ช่วยคงความอ่อนเยาว์ หยุดเวลาผิวให้ดูสวยสดใสในทุกหยุดที่สัมผัส

แรงบันดาลใจของสกินแคร์ตระกูลนี้เกิดจากการค้นพบว่า ท่อน้ำเลี่ยงองุ่นอีเก็มสามารถต้านอนุมูลอิสระได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งยังเป็นหนึ่งในส่วนผสมที่คงอายุยืนนานของไวน์ชั้นเลิศที่สุดในโลก ดังนั้นการนำสารสกัดจากองุ่นอีเก็มมาใช้รังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ปรนนิบัติผิว ย่อมช่วยลดเลือนสัญญาณแห่งวัยได้เป็นอย่างดี รวมถึงยังเร่งให้เซลล์ผิวสร้างใหม่อย่างแข็งแรง คงความอ่อนเยาว์สดใสไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

La Mer

ครีมแพง
La Mer Genaissance de la Mer The Serum Essence (ราคา 30,000 บาท)

อีกหนึ่งแบรนด์สกินแคร์ที่โด่งดังทั้งคุณภาพสุดพรีเมี่ยมและราคาสูงลิ่วก็คือ La Mer ที่สุดของความงามที่สาวกบิวตี้ใฝ่ฝันถึง และสกินแคร์ไอเท็มระดับท็อปไลน์ของลาแมร์ก็คือ Genaissance de la Mer The Serum Essence เซรั่มลดเลือนริ้วรอยที่บรรจุมาในขวดสีเงินประกายทองรูปทรงไข่หรูหรา เนื้อผลิตภัณฑ์เข้มข้นสีนวลแต่ให้สัมผัสบางเบาซึมซาบสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว และถึงแม้เหล่าสาวกจะรู้ดีว่า Miracle Broth คือส่วนผสมสำคัญที่เป็นหัวใจหลักของลาแมร์ แต่เซรั่มขวดนี้มีอะไรมากไปกว่าแค่ส่วนผสมเอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์เพียงอย่างเดียว

โดยเซรั่มขวดนี้ถือกำเนิดขึ้นจากความบังเอิญของนักวิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติการ Max Huber Research Labs ที่ได้ค้นพบการตกผลึกของน้ำสกัดเข้มข้น Miracle Broth ในบีคเกอร์ทดลองที่วางตั้งไว้ เป็นเวลาหลายปีที่เขาศึกษาถึงปรากฏการณ์การตกผลึกในครั้งนั้นอันก่อให้เกิดผลึกคริสตัลทรงคุณค่า Crystal Miracle Broth ที่มีศักยภาพการลดเลือนริ้วรอยให้ดูจางลง จึงเป็นจุดกำเนิดของ Genaissance de la Mer เพื่อผิวดูอ่อนเยาว์

La Prairie Skin Caviar Nighttime Oil

ครีมแพง
La Prairie Skin Caviar Nighttime Oil (ราคา 20,500 บาท)

สมาชิกใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับตำนานของ La Prairie ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมา Skin Caviar Nighttime Oil ที่ได้แรงบันดาลใจการรังสรรค์มาจากการฟื้นบำรุงและซ่อมแซมผิวในยามค่ำคืนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทีมนักวิทยาศาสตร์ของแบรนด์จึงได้ค้นคว้าจนพบกับส่วนผสมเอกสิทธิ์เฉพาะอย่าง Caviar Retinol ที่เกิดจากการผสมผสาน Caviar Lipids และเรตินอลจากคาร์เวียร์เข้าด้วยกัน

เรียกว่าเป็นการโคจรมาพบกันของส่วนผสมที่เป็นที่สุดในเรื่องการคงความอ่อนเยาว์ของผิว อย่าง Caviar Retinol ทรงประสิทธิภาพที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยและปรับผิวให้เรียบเนียนดูอิ่มฟู ผสานเข้ากับคุณค่าของออยล์ที่ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นและซ่อมแซมผิวได้อย่างล้ำลึกในยามกลางคืน โดยใช้เพียงครั้งละ 1 หยดเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุงก่อนนอน จะสัมผัสได้ถึงผิวที่เรียบเนียน อิ่มฟู แลดูสุขภาพดีและอ่อนเยาว์กว่าที่เคย

Sisley Paris Supremÿa Baume At Night

ครีมแพง
Sisley Paris Supremÿa Baume At Night (ราคาประมาณ 23,000 บาท)

สัมผัสความลักซ์ชัวรี่จากประเทศฝรั่งเศสผ่านแบรนด์สกินแคร์ชื่อดัง Sisley Paris ที่ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ความงามที่ราคาสูงตามประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และครีมบำรุงผิวที่นับได้ว่าราคาสูงอันดับต้นๆ ของแบรนด์ก็คือ Supremÿa Baume At Night ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวยามค่ำคืน มอบพลังในการฟื้นบำรุงผิวให้ผิวแลดูกระชับ ริ้วรอยดูลดเลือน ออกแบบสูตรผสมเป็นพิเศษสำหรับผู้มีสภาพผิวแห้งซึ่งโหยหาการบำรุงเข้มข้น ด้วยเนื้อสัมผัสบาล์มละเอียดนุ่มละมุน

และส่วนผสมที่ทำหน้าที่หลักในการย้อนอายุให้ผิวของครีมกระปุกนี้ ได้แก่ เฮเซลนัท ออยล์ , โคคั่ม บัทเตอร์ และแม็คคาดาเมีย ออยล์ ผสานกับวิทยาการเอกสิทธิ์ ฟิโตคอมเพล็กซ์ แอล ซี 12 (12-hour Longevity Concentrate) ที่ผสานคุณค่าสกัดจากพืชธรรมชาติคัดสรรพิเศษ 4 ชนิด ให้ตลอดกลางคืนที่คุณนอนหลับพักผ่อนช่วงเวลาทองของการฟื้นฟูซ่อมแซมผิวหน้า และเมื่อตื่นเช้าวันถัดมาจะสัมผัสได้ถึงผิวหน้าแน่นกระชับอิ่มฟูอย่างน่ามหัศจรรย์

The History of Whoo The Ultimate Royal Cream

ครีมแพง
The history of Whoo The Ultimate Royal Cream (ราคา 70,500 บาท)

ครั้งหนึ่งในชีวิตอยากชวนสายบิวตี้มาสัมผัสความงามสุดเลอค่าฉบับจักรพรรดินีด้วยตนเองกับ The history of Whoo ที่เพิ่งเปลี่ยนชื่อสกินแคร์ท็อปไลน์จาก Royal Privilege Cream เป็น The Ultimate Royal Cream โดยยังคงความหรูหราของกระปุกสีทองสลักเสลาลวดลายสุดประณีต รวมถึงภายในยังคงบรรจุเนื้อครีมนุ่มเนียนละมุนพร้อมปรนนิบัติผิวไว้เช่นเดิม

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมราคาของสกินแคร์เซ็ตนี้ถึงได้สูงลิ่วเช่นนี้ แต่ถ้าได้รู้ถึงสูตรและส่วนผสมที่ถูกนำมารังสรรค์แล้วจะเข้าใจมากขึ้นทีเดียว โดยหัวใจหลักความงามของ The Ultimate Royal Cream ประกอบขึ้นจากส่วนผสมสองชนิดด้วยกัน ได้แก่ ราชินีโสมป่าอายุ 50 ปี ซึ่งเติบโตเฉพาะบริเวณภูเขาสูง

อีกส่วนผสมคือ ดอกโสมป่า ที่มีระยะเวลาในการผลิบานเพียง 3 วันต่อปี ซึ่งสายพันธุ์ของโสมป่าและดอกโสมป่านี้เป็นสายพันธุ์ที่มีคุณสมบัติเป็นยาอายุวัฒนะ สามารถเพิ่มพลังให้กับชีวิต พร้อมอุดมไปด้วยคุณค่าต่างๆ ที่มีคุณสมบัติฟื้นฟูสภาพผิวหน้าได้เหนือกว่าโสมป่าทั่วไป นี่จึงเป็นเหตุผลที่ครีมบำรุงผิวหน้าฉบับจักรพรรดินีจึงมีความเลอค่าในทุกรายละเอียด

111SKIN Celestial Black Diamond Cream

ครีมแพง
111SKIN Celestial Black Diamond Cream (ราคา 27,000 บาท)

ปิดท้ายด้วยแบรนด์สกินแคร์สายนวัตกรรมและวิทยาศาสตร์จากกรุงลอนดอน 111SKIN นอกจากวิตามินเสริมบำรุงผิวและมาสก์หน้าของแบรนด์สุดลักซ์ชัวรี่นี้จะโด่งดังแล้ว ครีมแพง ที่สุดในแบรนด์อย่าง Celestial Black Diamond Cream เองก็มีชื่อเสียงด้านลดเลือนริ้วรอยและฟื้นคืนความอ่อนเยาว์ไม่แพ้กัน

เนื้อครีมสัมผัสหรูหราอัดแน่นไปด้วยคุณค่า 3 สารสำคัญ ได้แก่ NAC Y2 , Collagen Type I and III และ Hyaluronic Acid ซึ่งเวลาทาเนื้อครีมลงบนผิว สารเหล่านี้จะซึมซาบลงฟื้นบำรุงถึงชั้น dermis กระตุ้นให้ผิวสามารถสร้างกลูตาไธโอน , ไฮยาลูรอนิก และคอลลาเจนได้เองตามธรรมชาติ จึงเป็นสาเหตุที่เมื่อใช้ครีมแสนเลอค่ากระปุกนี้แล้วจะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของผิวหน้าที่สว่างกระจ่างใส เรียบเนียน นุ่มเด้ง อิ่มน้ำ หรือพูดง่ายๆ ก็คือครีมกระปุกนี้เป็นหนทางสู่ผิวในอุดมคติของสายบิวตี้ทุกคนก็ว่าได้

ข้อมูลและรูปภาพ : Courtesy of the brands

Never miss an update

Subscribe to our newsletter to get the latest updates.

No Thanks
You’re all set

Thank you for your subscription.