Home > Beauty & Health > Health & Wellness > สิวจ๋าลาก่อน! 8 เคล็ดลับดูแลผิวหน้าให้สวยใสไร้สิวแบบ ‘นุ่น วรนุช’

หากพูดถึงปัญหาผิวยอดฮิตที่หลายคนกังวลใจ หนึ่งในนั้นจะต้องมี “สิว” อยู่ด้วยอย่างแน่นอน ยิ่งในยุคที่เราต้องเผชิญทั้งภาวะฝุ่นละออง PM2.5 และต้องใส่หน้ากากอนามัยแทบจะตลอดเวลาอีก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผิวหน้าของเราจะสู้ไม่ไหว และเกิดปัญหา “สิวบุก” มากวนใจเวลาเราส่องกระจก แต่สาวๆ คนไหนที่ทำตามเคล็ดลับเหล่านี้ ขอให้เตรียมบอกลาสิว และต้อนรับผิวเนียนใสแบบ ‘คุณนุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี’ ได้เลย!

1.ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม

แม้จะเป็นเรื่องที่ทุกคนได้ยินจนชินหู และหลายคนอาจจะเลื่อนผ่านทันทีที่เห็นหัวข้อ แต่ขอเตือนว่าอย่าเพิ่ง! เพราะคุณอาจจะยังไม่รู้ปริมาณน้ำที่ควรดื่มในแต่ละวัน เพราะร่างกายของแต่ละคนต้องการน้ำในปริมาณที่ไม่เท่ากัน โดยวิธีคำนวณง่ายๆ จากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขให้สูตรว่า “น้ำหนักตัว x 33” จะได้ปริมาณน้ำ (มล.) ที่ควรดื่มต่อวัน

2. เปลี่ยนปลอกหมอนเป็นประจำ

หนึ่งในสิ่งที่สัมผัสใบหน้าของเรามากที่สุด ก็คือปลอกหมอนนั่นเอง และไม่ใช่แค่สัมผัสใบหน้า แต่ยังสัมผัสเส้นผมของเราที่อาจมีฝุ่นและสิ่งสกปรกจากการไปข้างนอกทั้งวันอีกด้วย ดังนั้นควรเปลี่ยนปลอกหมอนสองสัปดาห์ครั้ง หรือหากใครที่ไม่ได้สระผมทุกวัน อาจจะเปลี่ยนถี่ขึ้นเป็นสัปดาห์ละครั้งก็ยิ่งดี

3. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

อีกหนึ่งข้อที่เป็นเรื่องสุดเบสิกจนหลายคนอาจเลื่อนผ่าน แต่อย่าเพิ่งข้ามข้อนี้ไป! หากคุณยังไม่รู้รายละเอียดจำนวนชั่วโมงนอนหลับที่เหมาะสมสำหรับแต่ละวัย โดยมูลนิธิการนอนหลับแห่งชาติในสหรัฐอเมริกาได้แบ่งตามช่วงวัยไว้ดังนี้ วัย 6-13 ปี ควรนอน 9-11 ชั่วโมง , วัย 14-17 ปี ควรนอน 8-10 ชั่วโมง , วัย 18-64 ปี ควรนอน 7-9 ชั่วโมง และวัย 65 ปีขึ้นไป ควรนอน 7-8 ชั่วโมง

4. เลือกวิธีรักษาสิวที่ถูกต้อง

เนื่องจากสิวมีหลายประเภท เราจึงต้องรักษาให้ถูกวิธี หากเป็นสิวเสี้ยน อาจใช้ผลิตภัณฑ์สครับเบาๆ บริเวณที่มีสิวเสี้ยนก่อนล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น – น้ำเย็น เพื่อเป็นการกระชับรูขุมขน หรือถ้ามีปัญหาสิวอักเสบ ขอแนะนำเป็นยาลดสิวที่ทำให้สิวแห้ง ข้อควรระวังคือห้ามไปแคะแกะเกาหรือบีบเอาเอง เพราะจะทำให้ผิวอักเสบและทิ้งรอยได้

สุดท้ายคือสิวอุดตันเจ้าปัญหา สามารถปรึกษาเภสัชกรเพื่อเลือกยาดันหัวสิวที่เหมาะสมกับสภาพผิว เมื่อใช้แล้วสิวที่ฝังตัวอยู่ใต้ผิวของเราก็จะโผล่ออกมา และสามารถใช้ยารักษาหรือไปกดออกกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็ได้เช่นกัน

5. หลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดสิว

เช่นสำนวนที่เราคุ้นหูกับดี “You are what you eat” เราจึงต้องคอยสังเกตร่างกายของตัวเองอยู่เสมอว่ากินอะไรเข้าไปแล้วเกิดผลอย่างไรบ้าง โดยทั่วไปแล้วอาหารที่ก่อให้เกิดสิวมักอยู่ในจำพวก ของมัน ของทอด ของหวาน อาทิ ไก่ทอด หมูกรอบ เฟรนช์ฟราย ขนมถุงกรุบกรอบ แพนเค้ก เฟรนช์โทสต์ ไปจนถึงยีสต์ในขนมปัง ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดสิวเจ้าปัญหาขึ้นทั้งนั้น

6. ล้างหน้าให้สะอาด

ขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้การทาสกินแคร์ ก็คือการล้างหน้านั่นเอง เพราะหากเราทำความสะอาดผิวหน้าได้ไม่หมดจด ก็จะเกิดสิ่งสกปรกตกค้าง รวมถึงทำให้ผิวได้รับสกินแคร์ได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพอีกด้วย เคล็ดลับคือการใช้เมกอัพคลีนซิ่งที่เหมาะสมกับสภาพผิว ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่เนื้อน้ำใสๆ เจล โฟม เนื้อบาล์ม ไปจนถึงออยล์ และเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนผิวหน้าจนเกินไป การล้างหน้าในตอนเช้าจึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยน หลังล้างหน้าไม่ควรรู้สึกแห้งตึง

7. เปลี่ยนหน้ากากอนามัยทุกวัน

เราสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย นั่นแปลว่าเชื้อโรคจะไปรวมกันอยู่ที่ด้านนอกแมสก์ของเรา ขณะที่ด้านในจะมีทั้งคราบสกินแคร์ เมกอัพ รวมไปถึงเหงื่อจากผิวของเรา เป็นเหตุผลที่เราไม่ควรใช้หน้ากากอนามัยซ้ำเกิน 1 วัน หรือหากใครใช้หน้ากากผ้าก็แนะนำให้ซักทำความสะอาดทุกวัน นอกจากนี้ หากใครที่แพ้แมสก์ ใส่แล้วสิวขึ้นตามกรอบหน้าและคาง แนะนำให้ใช้ทิชชู่เนื้อละเอียดรองก่อนผิวหน้าสัมผัสหน้ากากอนามัย และพยายามเปลี่ยนทุก 2-3 ชั่วโมงเพื่อความสะอาด

8. ไม่เครียด!

หนึ่งในสาเหตุหลักของการเกิดสิวก็คือความเครียด ยิ่งเห็นสิวขึ้นเยอะก็ยิ่งเครียด ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีเลย หากเราไม่ไปจดจ่อกับเม็ดสิว ไม่เครียดกับมัน และดูแลความสะอาด รักษาไปตามอาการ รับรองว่าไม่ทันจะรู้ตัวน้องสิวก็โบกมือลาผิวหน้าของเราไปเสียแล้ว หรือหากความเครียดนั้นมาจากปัจจัยอื่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การงาน หรือการเงิน ขอแนะนำให้ทำจิตใจให้สบาย หากิจกรรมทำคลายเครียด เช่น อ่านหนังสือ ดูภาพยนตร์ผ่อนคลาย เล่นดนตรี ออกกำลังกาย หรือจะสวดมนต์นั่งสมาธิก็ช่วยเช่นกัน

Cr. @nuneworanuch