[bttseo_breadcrumb]

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ต้องทำงานแบบ Work From Home ไม่ได้ทำให้แค่ทุกคนเกิดความเครียดเท่านั้น อีกปัญหาที่เห็นได้ชัดก็คือ “สายตาอ่อนล้า” ทุกครั้งที่ทำงานจนหมดวัน นั่นก็เพราะการจ้องหน้าจอมือถือ คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีอื่นๆ ทำให้ดวงตาแห้ง เกิดความรู้สึกอ่อนล้า ระคายเคือง นอกจากนี้ในระยะยาวยังอาจส่งผลเสียถึงขั้นมองเห็นภาพไม่ชัด หรือโรคจอประสาทตาเสื่อมได้เลย ดังนั้นคุณจึงควรหลีกเลี่ยง 5 พฤติกรรมทำร้ายดวงตาเหล่านี้

พักผ่อนน้อย

การนอนหลับน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน หมายความว่าเราใช้สายตาไปถึง 18 ชั่วโมง ส่งผลให้ดวงตาอ่อนล้า มีอนุมูลอิสระสะสม อาจนำไปสู่โรคต้อกระจกและจอประสาทตาเสื่อมได้

จ้องจอ

หน้าจอดิจิทัลทั้งหลายล้วนส่ง “แสงสีฟ้า” (Blue Light) ออกมา ซึ่งเป็นคลื่นแสงพลังงานสูงที่เป็นอันตรายต่อดวงตา การอยู่กับหน้าจอนานๆ จึงทำให้ดวงตาแห้ง และเสี่ยงต่อการเกิดโรคจุดรับภาพเสื่อม โรคต้อกระจก ไปจนถึงทำให้ความสามารถในการมองเห็นลดลงได้

ตากแดดตากลม

การพาดวงตาไปเผชิญกับแสงแดดโดยตรง เช่น การอยู่กลางแดดจ้าโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันดวงตา ทำให้รังสี UV ทำร้ายดวงตาของเราได้ หรือการเผชิญกับฝุ่นละอองและลมเป็นประจำ ก็ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ดวงตาได้เช่นกัน

ใส่คอนแทคเลนส์บ่อย

แน่นอนว่าคอนแทคเลนส์ถือเป็นไอเท็มเปลี่ยนลุคที่สาวๆ ชื่นชอบ และสำหรับคนที่ต้องใส่แว่น คอนแทคเลนส์ถือเป็นสิ่งที่มาสร้างความคล่องตัวให้ชีวิตได้ดีเลยทีเดียว แต่รู้หรือไม่ว่าการใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำ อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบได้ง่าย อีกทั้งยังทำให้เกิดภาวะตาแห้ง ซึ่งถ้าปล่อยไว้นานจะทำให้กระจกตาเป็นแผลอักเสบ ติดเชื้อ และอาจรุนแรงถึงขั้นสูญเสียดวงตาได้เลย

กินอาหารไม่มีประโยชน์

ข้อสุดท้ายนี้มักเป็นเรื่องที่หลายคนละเลย แต่ที่จริงแล้ว หากเรารับประทานอาหารที่ดีไม่เพียงพอ จะทำให้สารอาหารและแร่ธาตุไปบำรุงสายตาไม่พอ ทำให้ดวงตาเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาและโรคต่างๆ ได้ง่าย

นอกจากจะหลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายสายตาแล้ว เรายังสามารถบำรุงดูแลดวงตาให้กลับมาสดใสอีกครั้งได้ ด้วย 2 ตัวช่วยที่มีสารอาหารสำหรับบำรุงดวงตาโดยเฉพาะ เริ่มกันที่ตัวแรกอย่าง ‘กิฟฟารีน แอล ซี วิต 3 เอ็กซ์’ (Giffarine LZvit3X) มาในรูปแบบเม็ดแคปซูล ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อดวงตาทั้ง 5 ชนิด ได้แก่

  • ลูทีน และ ซีแซนทีน (Lutein and Zeaxanthin) อันเป็นสารกลุ่มแคโรทีรอยด์ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ โดยสารอาหารชนิดนี้จะช่วยปกป้องเซลล์จอประสาทตา ลดอนุมูลอิสระ และกรองแสงสีฟ้า
  • วิตามินเอ เป็นวิตามินที่ช่วยให้ดวงตามองเห็นเป็นปกติ เพิ่มคุณภาพน้ำตาในคนที่มีภาวะตาแห้ง หากร่างกายเราขาดวิตามินเอหรือได้รับไม่เพียงพอ ความสามารถในการมองเห็นในที่มืดหรือกลางคืนจะน้อยตามไปด้วย
  • แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) อีกหนึ่งสารแคโรทีนอยด์ที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ลดความเมื่อยล้า และเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังดวงตา ช่วยให้มองเห็นภาพได้ดีขึ้น
  • สารสกัดจากบิลเบอร์รี่ ซึ่งมีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ช่วยให้จอตาเป็นปกติ ชะลอการขุ่นมัวของเลนส์ตา และยังเพิ่มความแข็งแรงของเส้นเลือดฝอยที่ไปเลี้ยงดวงตาอีกด้วย
  • วิตามินอี โดดเด่นในเรื่องการต้านอนุมูลอิสระ

ปิดท้ายกันด้วยตัวช่วย ‘ASTRACURMIN’ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมชนิดแคปซูลจาก Interpharma ที่ดูแลครอบคลุมปัญหาอันเกิดจากการทำร้ายของแสงสีฟ้า ทั้งบำรุงสายตา และลดเลือนริ้วรอยของผิวหน้าเสื่อมก่อนวัย ซึ่ง Interpharma ได้ทำการศึกษาวิจัยสารที่ช่วยปกป้องและชะลอความเสื่อมก่อนวัย จนค้นพบ 2 สารอาหารที่เป็นสุดยอดด้านการต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่

  • แอสตาแซนทิน (Astaxanthin) สารอาหารสำคัญจากสาหร่ายทะเล ถือเป็นราชาแห่งสารต้านอนุมูลอิสระ เพราะให้ประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามินอี 550 เท่า และสูงกว่าโคเอนไซม์คิวเท็นถึง 800 เท่า
  • เคอร์คูมิน (Curcumin) สารสำคัญที่พบในขมิ้นชัน มีประสิทธิภาพทั้งด้านการต้านอนุมูลอิสระ ต้านเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย แต่เราจะพบสารนี้จากขมิ้นได้เพียง 1-5% ของน้ำหนักขมิ้นเท่านั้น ทำให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้น้อย Interpharma จึงได้ใช้เทคโนโลยี Nano Excapsulation คงประสิทธิภาพของสารเคอร์คูมิน ช่วยให้นำส่งตรงสู่เซลล์ในร่างกายได้ดียิ่งขึ้น