Home > Beauty & Health > Health & Wellness > พื้นที่ไม่เป็นอุปสรรค ‘เจได – ไตรนุภาพ’ แนะเล่น ‘Body Combat’ ในห้องแคบ

เรียกว่าเป็นผู้บริหารหนุ่มไฟแรงที่ตั้งรับกับสถานการณ์โรคระบาดได้เป็นอย่างดี สำหรับ ‘คุณเจได – ไตรนุภาพ จิระไตรธาร’ หลังพาธุรกิจภายใต้การดูแลถึง 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท ครีเอตุส คอร์ปอเรชั่น บริษัท โคบอลต์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และบริษัทจักรวาล แอนด์ โค ผ่านพ้นวิกฤติต่างๆ มาได้ พร้อมปรับการใช้ชีวิตและการทำงาน


คุณเจได – ไตรนุภาพ จิระไตรธาร ผู้บริหารหนุ่นสุดเท่

เตรียมแผนการทำงานรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ระบาดตั้งแต่รอบแรก

“จริงๆ ทางบริษัทที่ผมดูแลอยู่มีการปรับการทำงานมาตั้งแต่การล็อกดาวน์รอบแรกเมื่อต้นปีก่อนแล้ว โดยให้พนักงานทำงานแบบ New Normal ลดการแออัดในออฟฟิศ ส่วนตัวเองก็เข้าไปทำงานที่บริษัท 1-2 วันต่อสัปดาห์ ปรับระบบการทำงาน เลือกใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารให้มากขึ้น ประชุทผ่านโปรแกรม Zoom คุยงานกันผ่าน Line บ้าง เพราะสมัยนี้เครื่องมือต่างๆ ก็สะดวกสบาย อีกอย่างช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้มากเลยทีเดียว ทั้งเรื่องค่าน้ำค่าไฟในสำนักงาน ค่าเดินทางของพนักงาน ประหยัดพลังงาน เพราะบางคนใช้เวลาไปกลับจากบ้านมาออฟฟิศวันละ 4 ชั่วโมง เราจึงคิดว่าเอา 4 ชั่วโมงนี้ให้เขาได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และพร้อมทำงานที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพดีกว่า”

ส่วนเรื่องการใช้ชีวิตคุณเจได บอกว่า ตอนนี้มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น ว่างๆ ก็ทำช่องยูทูปร่วมกับภรรยาคนสวยมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 ‘คุณนิ้ง – โศภิดา จิระไตรธาร’ อวดความน่ารักของลูกชาย ‘น้องเจมี่ – จักรวาล จิระไตรธาร’ วัยขวบกว่า นอกจากนั้นยังมีเวลาดูแลตัวเองมากขึ้น ที่เห็นหุ่นลีนขนาดนี้ เพราะเป็นคนชอบออกกำลังกายมาก

ครอบครัวสุขสันต์อยู่กันพร้อมหน้า พ่อ แม่ และลูกชาย
เวลาว่างก็ทำช่องยูทูปของครอบครัว
คุณแม่นิ้ง – โศภิดา จิระไตรธาร’ และ ‘น้องเจมี่ – จักรวาล จิระไตรธาร’ ลูกชายวัยขวบกว่า

“ผมออกกำลังกายอย่างจริงจังมานานกว่า 12 ปีแล้ว โดยถือว่าเป็นกิจวัตรประจำวันเลย ที่ตื่นเช้ามา ดื่มน้ำสะอาด จากนั้นก็เริ่มออกกำลังกายต่อ ถึงแม้ว่าช่วงนี้อาจจะมีการปรับเปลี่ยนเรื่องของสถานที่ เนื่องจากไม่สามารถเดินทางไปที่ยิมได้ แต่ก่อนหน้านั้นผมเดินทางบ่อย และส่วนใหญ่จะพักที่โรงแรม เป็นกึ่งๆ ไฟล์ทบังคับให้เราฝึกการออกกำลังกายในห้องพักอยู่แล้ว ฉะนั้นช่วงอยู่บ้านหลีกเลี่ยงเชื้อไวรัสโควิดช่วงนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบกับผมมากเท่าไหร่ครับ”

วิธีเรียกเหงื่อสไตล์เจได

เพราะชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา ทำให้การออกกำลังกายของผู้บริหารหนุ่มหล่อคนนี้ปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ “เริ่มแรกที่หันมาดูแลสุขภาพ ผมเริ่มจากการวิ่ง ตั้งแต่เรียนอยู่ที่เมืองนอก ด้วยสภาพอากาศที่เอื้อ และยังไม่มีโรคระบาด สามารถออกไปวิ่งตามสวนสาธารณะได้ แต่พอกลับมาเมืองไทย ความที่เราอยู่ในเมือง มลพิษทางอากาศต่างๆ จึงไม่ค่อยเหมาะกับการออกกำลังกายกลางแจ้ง ผมจึงวิ่งบนลู่ที่บ้านแทน พอวิ่งไปเรื่อยๆ เริ่มเบื่อ ก็หันไปเข้ายิมเล่นเวท บวกคาดิโอและเข้าคลาสต่างๆ หาความท้าทายใหม่ๆ ตลอดเวลาครับ

ยืดเส้น ยืดสายในพื้นที่เล็กๆ ของคอนโดฯ
ใช้เวลาเล่นกับลูกชายและออกกำลังกายไปพร้อมกัน
เวลาสวีทของคู่รักก็มีให้อิจฉาตลอด

“และด้วยความที่ชอบชกมวยอยู่แล้ว แต่พอไม่สามารถไปที่ยิมได้ ไม่มีคู่ซ้อม ก็พยายามหาอะไรที่สนุกๆ ทำแทน จึงมาเจอ Body Combat ที่ใช้ทั้งการต่อย เตะ และเคลื่อนไหวทุกส่วนของร่างกาย โดยไม่มีการสัมผัสกับอุปกรณ์ต่างๆ หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นการใช้ท่าศิลปะการป้องกันตัวจากทุกแขวงมาปรับให้เข้ากับจังหวะของเพลง เพิ่มความสนุกในการออกกำลังกายมากขึ้น ถามว่าสามารถทดแทนการเข้ายิมได้เลยไหม ? อาจจะยังไม่ครบซะทีเดียว เพราะถ้าอยากให้กล้ามเนื้อฟิตแอนด์เฟิร์ม ต้องเพิ่มการเล่นเวทให้มากขึ้น เพราะการเตะและต่อยเพียงอย่างเดียว จะไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อต่างๆ ในร่างกายของเรากระซับขึ้นได้”

ฝึกชกมวยอยู่สม่ำเสมอแม้ไม่ได้ไปยิม

คุณเจไดยังบอกด้วยว่า “ปกติผมใช้เวลาในการออกกำลังกายประมาณ 50 นาที – 1 ชั่วโมง จากนั้นผมจะเน้นการเคลื่อนไหวระหว่างวันด้วย เวลาคุยโทรศัพท์เรื่องงานก็จะคุยไปเดินไปด้วย หรือแม้แต่เวลาที่มีเรื่องเคลียดๆ ผมจะใส่หูฟังแล้วเปิดเพลงที่ชอบ และเต้นไปตามจังหวะ ไม่เฉพาะที่บ้านนะครับ เวลาไปเดินห้าง หรือออกไปข้างนอก ผมก็ออกสเต็ปด้วย ไม่รู้คนมองว่าผมไม่ปกติหรือเปล่านะครับ(หัวเราะ) แต่ผมพยายามทำให้ร่างกายเคยชินกับการเคลื่อนไหวให้มากที่สุด และอยากจะบอกว่า เพลงหมอรำของบ้านเราเต้นสนุกที่สุดแล้วครับ อย่างน้อยๆ ช่วยให้เราอารมณ์ดีขึ้น มีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ซึ่งคุ้มค่ากับเวลาที่เราลงทุนเพียงไม่กี่นาทีเอง”

Cr.Photos : Trinupab Jiratritarn’s Instagram