‘Experience Amazing’ เบื้องหลังความสำเร็จกว่า 30 ปีของ Lexus แบรนด์เอเชียแถวหน้าในตลาดโลก
‘Experience Amazing’ เบื้องหลังความสำเร็จกว่า 30 ปีของ Lexus แบรนด์เอเชียแถวหน้าในตลาดโลก
Cars

‘Experience Amazing’ เบื้องหลังความสำเร็จกว่า 30 ปีของ Lexus แบรนด์เอเชียแถวหน้าในตลาดโลก

'เพราะเราทำรถยนต์ให้คนนั่ง สุดท้ายผู้ที่จะตัดสินว่ารถคันนี้ดีหรือไม่ ก็คือประสาทสัมผัสจากเจ้าของรถนั่นเอง' – คำกล่าวของช่างทาคุมิผู้ตรวจสอบรถเลกซัสในขั้นตอนสุดท้าย

ถ้าหากพูดถึงรถยนต์ที่ดีไซน์สวยหรู สมถรรนะสูง และสามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อเลยว่า Lexus จะต้องเป็นลำดับต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นแบรนด์เอเชียที่โด่งดังและได้รับการยอมรับในตลาดโลกเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรกที่เผยโฉมออกสู่สายตาชาวโลก เมื่อปี ค.ศ. 1989 เลยล่ะค่ะ

คุณโยชิฮิโระ ซาวะ, President, Lexus International Co.

ตลอดเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมาเลกซัสก็ยังคงเป็นรถยนต์ระดับหรูที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในสหรัฐอเมริกา ภายใต้การบริหารงานอย่างมีคุณภาพโดย 'คุณโยชิฮิโระ ซาวะ' President, Lexus International Co. ซึ่งคุณโยชิฮิโระได้กล่าวถึงรากฐาน แกนความคิดสำคัญของแบรนด์ที่ทำให้เลกซัสโดดเด่นจากแบรนด์อื่นๆ คือ “ความพิถีพิถัน (Craft) และ Omotenashi ปรัชญาการให้บริการแบบญี่ปุ่น ที่ ‘ลึก’ และ ‘ซึ้ง’ อยู่ในใจผู้รับ"

การชงระดับ Tea Master ของคุณซึกุรุ โทกุบุจิ

เพื่อความเข้าใจอย่างถ่องแท้ Lexus ได้จัดกิจกรรมให้แขกคนสำคัญได้ Experience Amazing ด้วยการไปสัมผัสวัฒนธรรมชาวญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของแบรนด์ รวมไปถึงยลโฉมความอลังการของโรงงานประกอบรถยนต์อย่างใกล้ชิดเลยทีเดียว เลกซัสพาทุกคนย้อนกลับไปถึงจุดกำเนิดของ Omotenashi หรือปรัชญาการต้อนรับและให้บริการแบบญี่ปุ่นที่มีจุดเริ่มต้นจากพิธีชงชา ครั้งนี้เลกซัสใช้ชาที่ดีที่สุดที่ชื่อว่า Gyokuro เกรดคัดพิเศษ ที่ผลิตได้เพียง 4 กิโลกรัมต่อปี สนนราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 5 แสนเยน หรือ 150,000 บาท ผ่านฝีมือการชงระดับ Tea Master ของ 'คุณซึกุรุ โทกุบุจิ' มาถ่ายทอดปรัชญาดังกล่าวผ่านกรรมวิธีที่ละเอียดอ่อนสะท้อนถึง การผสมผสานระหว่างความโมเดิร์น และปรัชญาเก่าแก่ ให้อยู่ร่วมกันอย่างลงตัว รวมไปถึงการคัดสรรวัตถุดิบชนิดพิเศษ ก็สอดคล้องกับเลกซัส ที่รถยนต์ของพวกเขาต้องเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ระหว่างเทคโนโลยีล้ำยุค และความละเอียดอ่อนที่พิถีพิถันต่อทุกความรู้สึกของผู้ขับขี่

 

“Nothing is crafted like a Lexus”

วลีเด็ดที่สะท้อนถึงความใส่ใจอย่างแท้จริงที่เลกซัสมีให้ต่อผู้ขับขี่ เพราะทุกฟังก์ชั่นใช้งานของรถหนึ่งคัน ต้องตอบโจทย์ทั้งเรื่องการใช้งานและให้ความสุนทรีย์ไปพร้อมๆ กัน อาทิ การออกแบบภายในห้องโดยสาร ที่เห็นว่าเรียบง่าย แต่เบื้องหลังถูกคิดมาอย่างหนัก รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เรามองไม่เห็น เลกซัสไม่เคยปล่อยผ่าน กระทั่งเสียงของการปิดประตูรถ ก็ยังต้องวิจัย ว่าเสียงแบบไหนให้ความรู้สึกสบายกับคนขับ และมีเซนส์ของความหรูหราที่สุด รวมถึงความนุ่มและนิ่งของรถที่ต้องผ่านการทดสอบเป็นแสนไมล์ กว่าจะได้รถสัก 1 โมเดล ที่สำคัญช่างประกอบรถยนต์ ต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะ และมีทักษะระดับสูง ขนาดที่สามารถระบุความกว้างของช่องว่างของรถได้เพียงนิ้วสัมผัส และเคร่งครัดถึงขนาดที่ว่า หากคุณตอบคลาดเคลื่อนเกิน 0.2 มิลลิเมตร วันนั้นจะถูกสั่งห้ามไม่ให้ทำงาน นี่คือความเคร่งครัด และใส่ใจในทุกรายละเอียดตามแบบฉบับของคนญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

ซึ่งเลกซัสได้อธิบายวิถีของความละเอียดอ่อนนี้ ผ่านประสบการณ์สุดพิเศษใน Otani Sanso 'เรียวกัง' หรือที่พักแบบญี่ปุ่นโบราณ ที่ลอยตัวอยู่เหนือกาลเวลา สถานที่ที่เคยใช้รับรองแขกคนสำคัญทั้งระดับราชวงศ์และผู้นำประเทศ เพื่ออธิบายถึงคุณค่าที่กาลเวลาไม่สามารถทำลายได้ ภายใต้สถาปัตยกรรมเรียบง่าย กลับเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ทำให้ผู้มาพักรู้สึกพิเศษที่สุด ความรู้สึกนี้ไปไกลกว่าคำว่าหรูหรา แต่คือประสบการณ์ที่ทำให้แขกรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นศูนย์กลางของสถานที่ ทุกองค์ประกอบคือการออกแบบที่น้อย แต่มากด้วยด้วยความรู้สึก

การต้อนรับตามแบบฉบับของชาวญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เรียวกัง

 

 

 ‘เทคโนโลยี’ VS ‘สัมผัสของมนุษย์’

ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจถ่ายทอดเรื่องราว รวมถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดโดยคำนึงถึงความต้องการของผู้ขับขี่เป็นสำคัญ จึงทำให้เลกซัสพาแขกคนสำคัญไปสัมผัสกับกระบวนการผลิต เพราะ เลกซัสไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะรูปโฉมภายนอกที่ต้องดูสวยงามเท่านั้น แต่การจะคิดค้นโมเดลใหม่ขึ้นสักโมเดลนั้นต้องผ่านกระบวนการคิดที่ลึกซึ้ง ทำความเข้าใจในความเชื่อมโยงกันระหว่าง เทคโนโลยี’ และ ‘สัมผัสของมนุษย์’

เพราะมนุษย์คือผู้ใช้งานเทคโนโลยีเหล่านั้น จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมก่อนจะพัฒนารถแต่ละคัน เลกซัสจะต้องลงไปสำรวจพื้นที่แต่ละประเทศ ที่รถจะถูกส่งไปขายว่ามีสภาพการจราจรแบบไหน ภูมิอากาศอย่างไร และพฤติกรรมการขับขี่ของคนแต่ละประเทศเป็นแบบใด เพื่อให้เหมาะสม และตอบโจทย์ทุกฟังก์ชันการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

Lexus UX 250h : “The Urban Disruptor”

อย่าง Lexus UX250h รถยนต์ Urban Crossover รุ่นล่าสุดของเลกซัสที่เพิ่งเปิดตัวให้ชาวโลกได้ยลโฉมเมื่อไม่นานมานี้ กว่าจะมาถึงวันนี้ต้องใช้เวลากว่า 6 ปี ในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มผู้ขับขี่รถประเภทนี้ ว่าอะไรคือความต้องการที่ยังไม่ได้รับการเติมเต็ม จนมั่นใจแล้วว่า UX แตกต่างและเหนือกว่าอย่างที่คุณไม่เคยได้สัมผัสที่ไหนมาก่อนอย่างแน่นอน

 

ผลงานชั้นครู ที่หุ่นยนต์ไม่มีทางทำได้

เมื่อพูดถึงงานงานฝีมือ (Craft) ความสำคัญย่อมอยู่ที่ตัวบุคคล และช่างฝีมือระดับ ‘ทาคุมิ’ เท่านั้น ที่เลกซัสไว้วางใจ การจะเป็น 'ยอดฝีมือ' อาจจะใช้เวลาเพียงแค่ 10,000 ชั่วโมงสำหรับการฝึกฝน แต่ช่างฝีมือระดับ 'ทาคุมิ' นั้น ใช้เวลาอย่างน้อย 60,000 ชั่วโมง ในการฝึกฝน ทำสิ่งนั้นซ้ำๆจนเชี่ยวชาญ

'โคอิจิ ซูกะ' หัวหน้าดีไซน์เนอร์ผู้ออกแบบรถยนต์ Lexus LS 500h เจนเนอร์เรชั่นล่าสุด อธิบายให้ฟังในขณะที่พาทุกคนชม Design Dome และโรงงานประกอบรถยนต์ของเลกซัสที่โตโยต้าคิวชู (TMK) ว่าเลกซัสเชื่อในประสาทสัมผัสของมนุษย์ และให้ความสำคัญมากพอๆ กับการใช้เครื่องจักรอันทันสมัย หลายๆ ขั้นตอนของการประกอบรถยนต์ จึงต้องอาศัยความละเอียดจากฝีมือของช่างทาคุมิ แทนที่จะเป็นหุ่นยนต์

คุณโยชิยาสึ นากามุระ ช่างทาคุมิเจ้าของผลงานแก้วคิริโกะ ที่ใช้ประดับบริเวณแผงประตูในรถยนต์ LS 500h

แผงประตูของ LS 500h ที่ผสานระหว่างศิลปะการตัดแก้วคิริโกะและผ้าพลีทที่จับจีบด้วยมือจากศิลปะ Origami

LC 500 โมเดลสปอร์ตคูเป้ระดับหรู ที่ท้าทายทีมดีไซน์ของเลกซัส

และหากถามถึงว่า ฝีมือของช่างทาคุมิ ระดับไหนถึงจะสามารถเข้ามาทำงานที่เลกซัสได้?? เลกซัสยกตัวอย่างช่างเย็บเบาะ ฝีเข็มที่เท่ากันอย่างไม่คลาดเคลื่อน แม้รูปแบบจะซับซ้อนแค่ไหนก็ตาม นั่นเพราะเลกซัสใช้การเย็บมือผสานกับเครื่องจักร ช่างเย็บต้องผ่านการทดสอบด้วยการพับกระดาษ Origami ให้เป็นรูปแมว ด้วยมือข้างที่ไม่ถนัดให้ได้ภายใน 19 วินาที หากผ่านจะได้รับอนุญาตให้เข้ามาเทรนนิ่ง 3 เดือน ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนจะผ่านการฝึก สุดยอดช่างฝีมือเท่านั้นถึงสามารถเข้ามาเย็บเบาะเลกซัสได้

และนี่ล่ะค่ะ คือความพิเศษที่ทุกคนที่มีโอกาสได้มาสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะเข้าใจ กับประสบการณ์แบบ ‘Experience Amazing’ จาก Lexus แบรนด์รถยนต์ที่ประกอบขึ้นจากความหลงใหลอย่างไม่ธรรมดา และมีความลึกของแนวคิดและจิตวิญญาณ ที่แฝงไว้ในรายละเอียดของตัวรถ ที่ต้องลองสัมผัส จับพวงมาลัย และขับดูสักครั้ง จึงจะเข้าใจ

ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นใคร อย่าลังเลที่จะไปสัมผัสเลกซัสด้วยตัวเอง โดยสามารถลงทะเบียนทดลองขับเพื่อสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษนี้ได้ที่นี่