เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ เสด็จไปถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดพระปฐมเจดีย์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จไปทรงปฏิบัติพระกรณียกิจแทนพระองค์ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม

โดยหลังจากทรงประกอบพระราชพิธีต่างๆ เสร็จแล้ว สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ยังได้เสด็จไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรที่มาเฝ้ารับเสด็จ ก่อนจะเสด็จกลับด้วย

วัดพระปฐมเจดีย์ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดพระราชวรมหาวิหาร  เป็นที่ประดิษฐานพระปฐมเจดีย์ ชนิดพระธาตุเจดีย์ สันนิษฐานว่าเป็นศิลปะสมัยทวารวดี สร้างขึ้นสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช

ขึ้นแท่นเจ้าชายหล่อ! เจ้าชายคริสเตียนแห่งเดนมาร์ก ทรงเจริญวัยเป็นหนุ่มแล้ว

ทรงเข้าเกณฑ์กรุ๊ปเจ้าชายหล่ออย่างเป็นทางการ เมื่อสำนักพระราชวังเดนมาร์กเผยแพร่พระรูปใหม่ของ เจ้าชายคริสเตียนแห่งเดนมาร์ก พระโอรสในมกุฎราชกุมารเฟรเดอริกและเจ้าหญิงแมรี่ เพื่อฉลองวันคลัายวันประสูติพระชันษาครบ 15 ปี ไปเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เห็นการเติบโตของพระองค์ที่ทรงฉายแววความหล่อเหลาไม่แพ้พระบิดา วันนี้เฮลโลได้รวบรวมมาให้แฟนคลับชาวไทยชมแล้ว

-เจ้าหญิงแมรี่แห่งเดนมาร์ก ทรงครองบัลลังก์ราชินีแฟชั่นอย่างเต็มภาคภูมิ

-ว่าที่ราชินีแห่งเดนมาร์ก ทรงพระสิริโฉมในเทียร่าเก่าแก่กว่า 200 ปี

เจ้าชายคริสเตียนขององค์รัชทายาทลำดับที่ 2 แห่งราชบัลลังก์เดนมาร์ก ทรงดูหล่อคมในทรงผมสุดเนี้ยบ ทรงฉลองพระองค์เบลเซอร์สีฟ้า คลุมทับฉลองพระองค์เชิ้ตสีขาวด้านในและทรงสนับเพลาสีน้ำตาล ฉายพระรูปสองพระรูป และยังทรงเผยความหล่อแบบเท่ๆ ที่ทำเอาแฟนคลับมาคอมเมนต์ว่า ‘หล่อ’ ในลุคสบายๆ โดยทรงฉลองพระองค์ยืดและฉลองพระองค์แจ็กเก็ตเหมือนกับวัยรุ่นทั่วไป

ว่าที่กษัตริย์ของเดนมาร์ก ประสูติที่โรงพยาบาล Rigshospitalet ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนในปี 2005 เป็นพระโอรสพระองค์โตในมกุฎราชกุมารเฟรเดอริกและเจ้าหญิงแมรี่  มีพี่น้องสามพระองค์ได้แก่ เจ้าหญิงอิซาเบลลา เจ้าายินเซนต์ และเจ้าหญิงโจเซฟีน

 

สมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิปป์แห่งเบลเยียม ทรงพบกับน้องสาวต่างมารดาครั้งแรก

สมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิปป์แห่งเบลเยียม ทรงพบกับน้องสาวต่างมารดา เจ้าหญิงเดลฟีน เดอซัคเซิน-โคบวร์ก โกธา เป็นครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ณ พระราชวังลาเกิน

‘พี่น้อง’ ที่ห่างเหินกันได้ทรงแชร์ข้อความแก่สาธารณชนผ่านเฟสบุ๊กเพจของสำนักพระราชวังเบลเยียม มีเนื้อหาว่า ‘การพบปะกันอย่างอบอุ่น’ และ ‘เป็นโอกาสดีที่ได้รู้จักกัน’ และมีเนื้อหาเต็มว่า “เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา เราพบกันเป็นครั้งแรกที่พระราชวังลาเกิน ซึ่งเป็นการพบปะกันอย่างอบอุ่น

“การสนทนาที่ยาวนานและพิเศษ ทำให้เราได้มีโอกาสทำความรู้จักกัน เราได้พูดคุยถึงชีวิตของพวกเราและความสนใจร่วมกัน ซึ่งความสัมพันธ์ในครอบครัวจะดียิ่งขึ้น”

เจ้าหญิงเดลฟีนได้รับฐานันดรศักดิ์เป็นเจ้าหญิงแห่งเบลเยียม หลังจากชนะคดีความอ้างเป็นลูกนอกสมรสของอดีตสมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์ที่ 2 กับบารอนเนส ซีบิล เดอ เซลีส ลองฌองป์ส ที่แอบมีความสัมพันธ์มานาน 18 ปี มีข่าวลือหลุดออกมาในปี 1999 ว่าสมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์มีลูกกับผู้หญิงคนอื่นในหนังสืออัตชีวประวัติที่ไม่ได้รับการรับรองของสมเด็จพระราชินีเปาลา พระราชชายาในพระองค์

ในเดือนมกราคม ปี 2020 สมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์ก็ออกมายอมรับว่าเป็นพ่อของลูกสาวนอกสมรส อาร์ติสต์วัย 51 ปี ต่อสู้กันกับการฟ้องร้องมานานกว่าทศวรรษ โดยในแถลงการณ์จากทนายความของอดีตกษัตริย์ที่เผยแพร่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา สมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์กล่าวว่า “ได้ทราบผลจตรวจดีเอ็นเอ ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า พระองค์เป็นบิดาผู้ให้กำเนิดของนางเดลฟีน โบเอล”

มิสโบเอลได้กล่าวอ้างว่าสมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์เป็นผู้ให้กำเนิดของเธอในสื่อครั้งแรกในบทสัมภาษณ์ปี 2005 และยังไม่ทันที่สมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์จะสละราชสมบัติในปี 2013 เธอก็ดำเนินการฟ้องร้องทันที

แม่ของเดลฟีน บารอนเนส ซีบิล เดอ เซลีส ลองฌองป์สเริ่มมีความสัมพันธ์กับราชวงศ์ในปี 1966 - 1984 ในตอนนั้น สมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์ยังเป็น เจ้าชายอัลแบร์แห่งลีแย

 

พระราชินีเสด็จฯ พร้อมด้วย เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ ไปถวายผ้าพระกฐิน

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ไปทรงประกอบพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ซึ่งเป็นหนึ่งในพระราชกรณียกิจสำคัญของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นพุทธมามกะและเอกอัครพุทธศาสนูปถัมภก โดยเมื่อวานนี้  14 ตุลาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสด็จแทนพระองค์ไปยังวัดราชโอรสาราม และวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

ในการนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ไทยอัมรินทร์ พระภูษาผ้ายกสีฟ้า เป็นเทคนิคการทอยกลายขิด แต่ใช้เส้นพุ่งพิเศษ เช่น ไหม ดิ้นเงิน ดิ้นทอง เป็นต้น ทรงสะพายเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ทรงเครื่องประดับ พระกุณฑลมุก (ต่างหู) ประดับเพชร และทรงรองพระบาทส้นสูงสีซิลเวอร์

เสด็จพระราชดำเนินด้วยมาถึงวัดราชโอรสารามด้วยพระพักตร์สดใส แย้มพระสรวลให้กับประชาชนที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จ หลังจากนั้นจึงเสด็จฯ เข้าไปในพระอุโบสถ วัดราชโอรสาราม เพื่อทรงประกอบพระราชพิธีทางศาสนา  โดยหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีทางศาสนาแล้ว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีได้เสด็จฯ ไปถวายราชสักการะพระแท่นที่ประทับใต้ต้นพิกุลของพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

หลังจากนั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ไปยังวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน เป็นวัดที่ 2

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล วันคล้ายสวรรคต รัชกาลที่ 9

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2563 พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง 

โดยหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีทางศาสนา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในฉลองพระองค์ไทยอัมรินทร์ผ้ายกสีเหลืองทอง ทรงสายสะพายเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ 

ได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ออกมาทรงทักทายพสกนิกรที่มารอเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ ท่ามกลางสายฝนพรำ และเสียงเปล่ง ‘ทรงพระเจริญ’ ทั่วพื้นที่ 

 

 

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน วัดบวรฯ – วัดมหาธาตุฯ

วันที่สองของพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดบวรนิเวศวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ โดยมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยเสด็จไปในการนี้ด้วย

วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร สถาปนาโดยสมเด็จพระบวรราชเจ้า เป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์ต่อสถาบันกษัตริย์ไทย เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ขณะทรงพระผนวช และเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชสรีรางคารพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ส่วนวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหารเช่นเดียวกับวัดบวรนิเวซวิหาร วัดราชบพิตรและวัดพระเชตุพน เป็นวัดที่มีความเก่าแก่มาก สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยา  แต่เดิมชื่อวัดสลัก

-ประมวลพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐินหลวง 

ในปี 2346 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาฯ ให้เรียกว่า “วัดมหาธาตุ” ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช  เพื่อปฎิสังขรณ์วัดมหาธาตุ  จึงโปรดให้เพิ่มสร้อยนามพระอาราม เฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชว่า “วัดมหาธาตุ ยุวราชรังสฤษฎิ์”

ประมวลพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐินหลวง

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดประจำรัชกาลที่ 5 ที่นอกจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะถวายผ้าพระกฐินแล้วยังถวายสังวาลย์นพรัตน์ สังวาลย์ทองคำที่ประกอบด้วยรัตนชาติ 9 ชนิด เครื่องพุทธบูชาที่รัฐบาลที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดสร้างทูลเกล้าฯ โดยเสด็จพระราชกุศล เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้จัดเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์  ถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธอังคีรส ในโอกาสครบรอบ 150 ปีของวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปถวายผ้าพระกฐินต่อที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอก วัดประจำของสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

-ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน วัดบวรฯ – วัดมหาธาตุฯ 

พระกฐินหลวง เป็นกฐินหลวงเป็นพระราชกรณียกิจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จฯ ไปถวายผ้าพระกฐินด้วยพระองค์เอง หรือทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จแทนพระองค์ หรือผู้แทนพระองค์ไปถวาย ณ วัดสำคัญเป็นจำนวน 16 วัด ได้แก่ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดอรุณราชวราราม วัดราชโอรสาราม  วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม  วัดบวรนิเวศวิหาร วัดสุทัศนเทพวราราม วัดราชาธิวาส  วัดมกุฏกษัตริยาราม วัดเทพศิรินทราวาส วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ วัดพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม วัดนิเวศธรรมประวัติ วัดสุวรรณดาราราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี รับพระราชทานปริญญาศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ในการนี้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขอพระราชทานถวายปริญญาบัตรศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณ และพระปรีชาสามารถด้านศิลปกรรมศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ทรงประยุกต์งานศิลปศาสตร์ด้วยการบูรณาการกับศาสตร์อื่นๆ ในลักษณะสหสาขาวิชา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์ต่อวงวิชาการและวงวิชาชีพตลอดจนประชาชนและประเทศชาติ 

โดยหลังจากนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายพานดอกไม้ พร้อมฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกัน