ขึ้นแท่นเจ้าชายหล่อ! เจ้าชายคริสเตียนแห่งเดนมาร์ก ทรงเจริญวัยเป็นหนุ่มแล้ว

ทรงเข้าเกณฑ์กรุ๊ปเจ้าชายหล่ออย่างเป็นทางการ เมื่อสำนักพระราชวังเดนมาร์กเผยแพร่พระรูปใหม่ของ เจ้าชายคริสเตียนแห่งเดนมาร์ก พระโอรสในมกุฎราชกุมารเฟรเดอริกและเจ้าหญิงแมรี่ เพื่อฉลองวันคลัายวันประสูติพระชันษาครบ 15 ปี ไปเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เห็นการเติบโตของพระองค์ที่ทรงฉายแววความหล่อเหลาไม่แพ้พระบิดา วันนี้เฮลโลได้รวบรวมมาให้แฟนคลับชาวไทยชมแล้ว

-เจ้าหญิงแมรี่แห่งเดนมาร์ก ทรงครองบัลลังก์ราชินีแฟชั่นอย่างเต็มภาคภูมิ

-ว่าที่ราชินีแห่งเดนมาร์ก ทรงพระสิริโฉมในเทียร่าเก่าแก่กว่า 200 ปี

เจ้าชายคริสเตียนขององค์รัชทายาทลำดับที่ 2 แห่งราชบัลลังก์เดนมาร์ก ทรงดูหล่อคมในทรงผมสุดเนี้ยบ ทรงฉลองพระองค์เบลเซอร์สีฟ้า คลุมทับฉลองพระองค์เชิ้ตสีขาวด้านในและทรงสนับเพลาสีน้ำตาล ฉายพระรูปสองพระรูป และยังทรงเผยความหล่อแบบเท่ๆ ที่ทำเอาแฟนคลับมาคอมเมนต์ว่า ‘หล่อ’ ในลุคสบายๆ โดยทรงฉลองพระองค์ยืดและฉลองพระองค์แจ็กเก็ตเหมือนกับวัยรุ่นทั่วไป

ว่าที่กษัตริย์ของเดนมาร์ก ประสูติที่โรงพยาบาล Rigshospitalet ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนในปี 2005 เป็นพระโอรสพระองค์โตในมกุฎราชกุมารเฟรเดอริกและเจ้าหญิงแมรี่  มีพี่น้องสามพระองค์ได้แก่ เจ้าหญิงอิซาเบลลา เจ้าายินเซนต์ และเจ้าหญิงโจเซฟีน

 

สมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิปป์แห่งเบลเยียม ทรงพบกับน้องสาวต่างมารดาครั้งแรก

สมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิปป์แห่งเบลเยียม ทรงพบกับน้องสาวต่างมารดา เจ้าหญิงเดลฟีน เดอซัคเซิน-โคบวร์ก โกธา เป็นครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ณ พระราชวังลาเกิน

‘พี่น้อง’ ที่ห่างเหินกันได้ทรงแชร์ข้อความแก่สาธารณชนผ่านเฟสบุ๊กเพจของสำนักพระราชวังเบลเยียม มีเนื้อหาว่า ‘การพบปะกันอย่างอบอุ่น’ และ ‘เป็นโอกาสดีที่ได้รู้จักกัน’ และมีเนื้อหาเต็มว่า “เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา เราพบกันเป็นครั้งแรกที่พระราชวังลาเกิน ซึ่งเป็นการพบปะกันอย่างอบอุ่น

“การสนทนาที่ยาวนานและพิเศษ ทำให้เราได้มีโอกาสทำความรู้จักกัน เราได้พูดคุยถึงชีวิตของพวกเราและความสนใจร่วมกัน ซึ่งความสัมพันธ์ในครอบครัวจะดียิ่งขึ้น”

เจ้าหญิงเดลฟีนได้รับฐานันดรศักดิ์เป็นเจ้าหญิงแห่งเบลเยียม หลังจากชนะคดีความอ้างเป็นลูกนอกสมรสของอดีตสมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์ที่ 2 กับบารอนเนส ซีบิล เดอ เซลีส ลองฌองป์ส ที่แอบมีความสัมพันธ์มานาน 18 ปี มีข่าวลือหลุดออกมาในปี 1999 ว่าสมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์มีลูกกับผู้หญิงคนอื่นในหนังสืออัตชีวประวัติที่ไม่ได้รับการรับรองของสมเด็จพระราชินีเปาลา พระราชชายาในพระองค์

ในเดือนมกราคม ปี 2020 สมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์ก็ออกมายอมรับว่าเป็นพ่อของลูกสาวนอกสมรส อาร์ติสต์วัย 51 ปี ต่อสู้กันกับการฟ้องร้องมานานกว่าทศวรรษ โดยในแถลงการณ์จากทนายความของอดีตกษัตริย์ที่เผยแพร่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา สมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์กล่าวว่า “ได้ทราบผลจตรวจดีเอ็นเอ ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า พระองค์เป็นบิดาผู้ให้กำเนิดของนางเดลฟีน โบเอล”

มิสโบเอลได้กล่าวอ้างว่าสมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์เป็นผู้ให้กำเนิดของเธอในสื่อครั้งแรกในบทสัมภาษณ์ปี 2005 และยังไม่ทันที่สมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์จะสละราชสมบัติในปี 2013 เธอก็ดำเนินการฟ้องร้องทันที

แม่ของเดลฟีน บารอนเนส ซีบิล เดอ เซลีส ลองฌองป์สเริ่มมีความสัมพันธ์กับราชวงศ์ในปี 1966 - 1984 ในตอนนั้น สมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์ยังเป็น เจ้าชายอัลแบร์แห่งลีแย

 

พระราชินีเสด็จฯ พร้อมด้วย เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ ไปถวายผ้าพระกฐิน

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ไปทรงประกอบพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ซึ่งเป็นหนึ่งในพระราชกรณียกิจสำคัญของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นพุทธมามกะและเอกอัครพุทธศาสนูปถัมภก โดยเมื่อวานนี้  14 ตุลาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสด็จแทนพระองค์ไปยังวัดราชโอรสาราม และวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

ในการนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ไทยอัมรินทร์ พระภูษาผ้ายกสีฟ้า เป็นเทคนิคการทอยกลายขิด แต่ใช้เส้นพุ่งพิเศษ เช่น ไหม ดิ้นเงิน ดิ้นทอง เป็นต้น ทรงสะพายเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ทรงเครื่องประดับ พระกุณฑลมุก (ต่างหู) ประดับเพชร และทรงรองพระบาทส้นสูงสีซิลเวอร์

เสด็จพระราชดำเนินด้วยมาถึงวัดราชโอรสารามด้วยพระพักตร์สดใส แย้มพระสรวลให้กับประชาชนที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จ หลังจากนั้นจึงเสด็จฯ เข้าไปในพระอุโบสถ วัดราชโอรสาราม เพื่อทรงประกอบพระราชพิธีทางศาสนา  โดยหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีทางศาสนาแล้ว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีได้เสด็จฯ ไปถวายราชสักการะพระแท่นที่ประทับใต้ต้นพิกุลของพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

หลังจากนั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ไปยังวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน เป็นวัดที่ 2

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล วันคล้ายสวรรคต รัชกาลที่ 9

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2563 พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง 

โดยหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีทางศาสนา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในฉลองพระองค์ไทยอัมรินทร์ผ้ายกสีเหลืองทอง ทรงสายสะพายเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ 

ได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ออกมาทรงทักทายพสกนิกรที่มารอเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ ท่ามกลางสายฝนพรำ และเสียงเปล่ง ‘ทรงพระเจริญ’ ทั่วพื้นที่ 

 

 

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน วัดบวรฯ – วัดมหาธาตุฯ

วันที่สองของพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดบวรนิเวศวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ โดยมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยเสด็จไปในการนี้ด้วย

วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร สถาปนาโดยสมเด็จพระบวรราชเจ้า เป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์ต่อสถาบันกษัตริย์ไทย เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ขณะทรงพระผนวช และเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชสรีรางคารพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ส่วนวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหารเช่นเดียวกับวัดบวรนิเวซวิหาร วัดราชบพิตรและวัดพระเชตุพน เป็นวัดที่มีความเก่าแก่มาก สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยา  แต่เดิมชื่อวัดสลัก

-ประมวลพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐินหลวง 

ในปี 2346 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาฯ ให้เรียกว่า “วัดมหาธาตุ” ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช  เพื่อปฎิสังขรณ์วัดมหาธาตุ  จึงโปรดให้เพิ่มสร้อยนามพระอาราม เฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชว่า “วัดมหาธาตุ ยุวราชรังสฤษฎิ์”

ประมวลพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐินหลวง

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดประจำรัชกาลที่ 5 ที่นอกจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะถวายผ้าพระกฐินแล้วยังถวายสังวาลย์นพรัตน์ สังวาลย์ทองคำที่ประกอบด้วยรัตนชาติ 9 ชนิด เครื่องพุทธบูชาที่รัฐบาลที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดสร้างทูลเกล้าฯ โดยเสด็จพระราชกุศล เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้จัดเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์  ถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธอังคีรส ในโอกาสครบรอบ 150 ปีของวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปถวายผ้าพระกฐินต่อที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอก วัดประจำของสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

-ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน วัดบวรฯ – วัดมหาธาตุฯ 

พระกฐินหลวง เป็นกฐินหลวงเป็นพระราชกรณียกิจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จฯ ไปถวายผ้าพระกฐินด้วยพระองค์เอง หรือทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จแทนพระองค์ หรือผู้แทนพระองค์ไปถวาย ณ วัดสำคัญเป็นจำนวน 16 วัด ได้แก่ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดอรุณราชวราราม วัดราชโอรสาราม  วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม  วัดบวรนิเวศวิหาร วัดสุทัศนเทพวราราม วัดราชาธิวาส  วัดมกุฏกษัตริยาราม วัดเทพศิรินทราวาส วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ วัดพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม วัดนิเวศธรรมประวัติ วัดสุวรรณดาราราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี รับพระราชทานปริญญาศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ในการนี้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขอพระราชทานถวายปริญญาบัตรศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณ และพระปรีชาสามารถด้านศิลปกรรมศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ทรงประยุกต์งานศิลปศาสตร์ด้วยการบูรณาการกับศาสตร์อื่นๆ ในลักษณะสหสาขาวิชา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์ต่อวงวิชาการและวงวิชาชีพตลอดจนประชาชนและประเทศชาติ 

โดยหลังจากนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายพานดอกไม้ พร้อมฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกัน

 

 

แฟนคลับต้องหลง! เจ้าชายหลุยส์ เผยเสียงครั้งแรก ผ่านวิดีโอใหม่ถ่ายร่วมกับพี่ๆ

วิดีโอสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เผยความชอบในธรรมชาติของราชนิกุลรุ่นเยาว์ และพิธีกรสารคดีคนดัง เซอร์เดวิด แอตเทนบะระ ยังให้มาให้ความรู้เกี่ยวสัตว์ป่าอีกด้วย