เรื่องราวความหวาน จากคู่ขนานสู่การเป็นเพื่อนร่วมชีวิตของ ‘นนทกานต์-เคนเน็ท’
เรื่องราวความหวาน จากคู่ขนานสู่การเป็นเพื่อนร่วมชีวิตของ ‘นนทกานต์-เคนเน็ท’
Celebrity News

เรื่องราวความหวาน จากคู่ขนานสู่การเป็นเพื่อนร่วมชีวิตของ ‘นนทกานต์-เคนเน็ท’

ความอบอุ่นสมาชิกครอบครัวทัพพะรังสี-อึง

เวิร์กกิ้งวูแมนคนสวยที่มีชีวิตสุดแสนเพอร์เฟ็กต์คนหนึ่งของเมืองไทยต้องยกให้ 'คุณเอ๋ – นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง' เพราะคุณพ่อคุณแม่ที่ดูแลมาอย่างดีจนมาถึงวันนี้ที่คุณเอ๋มีครอบครัวเป็นของตัวเองจึงเต็มไปด้วยความรักไม่แพ้กัน 

HELLO! จึงขอพามาร่วมสัมผัสเรื่องราวความรักของ คุณเอ๋-นนทกานต์ และสามีคุณเคนเน็ท ที่บอกเลยว่าเป็นความรักที่ค่อยๆเบ่งบานนำมาซึ่งความชุ่มชื่นหัวใจไม่น้อยเลยทีเดียว

“เอ๋เรียนมาแตร์เดอีจนถึงม.3 แล้วจึงย้ายไปเรียน Boarding School ที่ Cobham Hall ที่ Kent ประเทศอังกฤษและทำ OLevel”คุณเอ๋บอกกับเราถึงวัยเด็กของเธอ “และมาเข้าเรียนALevel ที่ South Hamstead High School ในลอนดอนเนื่องจากคุณพ่อได้ย้ายไปเป็นผู้ช่วยทูตทหารบกที่อังกฤษก็เลยมาทำ A Level ที่ลอนดอนแล้วก็ได้เรียนปริญญาตรี ที่  Oxford University ทางด้านวิทยาศาสตร์เคมี”

เป็นความฝันของเด็กจบใหม่ยุคนั้นที่จะเข้าทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านน้ำมันและคุณเอ๋ก็ได้ทำงานที่บริษัทเชลล์จำกัดสมดังความตั้งใจ

“ตอนนั้นโรงกลั่นเมืองไทยเพิ่งจะเริ่มก็ได้เข้าไปเรียนรู้หลายอย่างค่ะตลอดเวลาสิบสามปีที่อยู่กับเชลล์ได้ไปอยู่กับหลายแผนกไม่ว่าจะเป็นแผนกวางแผนการตลาดแผนกวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เข้าห้องแล็บค้นคว้าหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆออกมาและโชคดีที่เอ๋ได้ร่วมงานกับหัวหน้าที่เก่งมากก็ได้ความรู้มากมายแล้วต่อมาเชลล์มีการเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรให้เป็น regional ตำแหน่งสุดท้ายของเอ๋จึงไปอยู่ในฝ่ายวางแผนการตลาดอาเซียนของกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่อง Motorcycle Engine Oil”

ส่วนคุณเคนนี่เองก็เกิดมาในตระกูลชาวจีนโพ้นทะเลซึ่งอพยพมาตั้งรกรากท่ีประเทศมาเลเซียได้หลายชั่วอายุคนโดยทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ป่าไม้และเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์ด้วยเขาเริ่มชีวิตการเรียนในมาเลเซียจากนั้นจึงถูกส่งไปเรียน Boarding School ที่ Shrewsbury School ประเทศอังกฤษ

“คนจีนในมาเลย์ส่วนใหญ่จะส่งลูกไปเรียนที่อังกฤษออสเตรเลียหรือไม่ก็สิงคโปร์เพราะมหาวิทยาลัยในมาเลเซียนั้นค่อนข้างเข้ายากเนื่องจากมีโควต้า” หลังจากจบมัธยมเขาก็เข้าเรียนทางไบโอเทคที่ Kings College London และทำงานพร้อมกับเรียนบัญชีไปด้วยอยู่นานสามปีกระทั่งได้เป็นผู้ตรวจสอบบัญชีที่อังกฤษ

“ตอนนั้นเอเชียกำลังบูมก็เลยตัดสินใจกลับมาทำงานที่มาเลเซียเป็นนักวิเคราะห์หุ้นระหว่างที่อยู่มาเลย์ก็ติดต่อกับคุณเอ๋ในฐานะเพื่อนคนพิเศษ”

“รู้สึกชอบอะไรในตัวภรรยา” เราถาม

“คุยด้วยแล้วสบายใจมีแนวคิดคล้ายๆกันแต่ว่าความสัมพันธ์ตอนนั้นมันเป็นเหมือน long distance ประกอบกับธุรกิจครอบครัวผมไม่ต้องมีใครช่วยก็เลยตัดสินใจย้ายมาเมืองไทยเพราะที่เมืองไทยก็มีงานแบบนี้เหมือนกันก็ลงล็อกเลย” เขาพูดกลั้วหัวเราะเบาๆแบบเขินๆ

หลังจากตัดสินใจย้ายมาเมืองไทยแล้วเขายังเรียนภาษาไทยอย่างเอาจริงเอาจังด้วยกระทั่งชนะใจคุณเอ๋และญาติฝ่ายหญิงเรื่องนี้เราต้องถามคุณเอ๋บ้างเธอยิ้มน้อยๆเมื่อนึกถึงความหลังก่อนจะพูดว่า

“ตอนแรกเอ๋ก็เฉยๆเพราะไม่มีความคิดว่าจะแต่งงานกับชาวต่างชาติอยู่แล้วทีนี้ตอนเรียนอังกฤษปีสุดท้ายช่วงซัมเมอร์ก็มีเพื่อนๆมาให้พาเที่ยวเมืองไทยคุณเคนนี่ก็มาด้วยเพราะเขาเป็นเพื่อนของเพื่อนสนิทเอ๋ที่เป็นมาเลย์ก็เคยเจอกันที่อังกฤษครั้งหนึ่งทีนี้พอเขามาเที่ยวเอ๋ก็ชวนเพื่อนมาแตร์มาช่วยดูแล

“พอเขากลับไปก็เขียนจดหมายมาขอบคุณเอ๋แล้วจากนั้นเป็นเรื่องแปลกมากเพราะมาเจอกันโดยไม่ได้นัดหมายอยู่สามสี่หนเขาก็เริ่มจีบด้วยการเขียนจดหมายมาทีนี้มันเป็นด้วยระยะทางที่ห่างไกลกันเขาก็เลยย้ายมาทำงานที่เมืองไทยแต่ตอนนั้นเอ๋ยังไม่กล้ารับรักเขาเพราะว่าเขาไม่ใช่คนไทยทั้งที่ใจหนึ่งเราก็ชอบที่เขาน่ารักนิสัยดีแล้วก็เรียนภาษาไทยแล้วเวลาเขามาบ้านก็ได้เจอญาติผู้ใหญ่แรกๆก็ไม่กล้าขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่ไปทานข้าวกับเขาจะไปทีก็ต้องรวบรวมความกล้าอย่างมากแต่ตอนหลังคุณย่าชอบคุยกับเขาเพราะเขาพยายามพูดภาษาไทยคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรค่อยๆคบไปทีละนิดจนญาติผู้ใหญ่เริ่มยอมรับเราก็เริ่มสบายใจเพราะเขาเป็นคนเรียบร้อยอายุก็เท่ากันพื้นฐานครอบครัว และการเรียนก็คล้ายกัน

“ทีนี้คุณแม่ไปเที่ยวอังกฤษกับเอ๋บังเอิญช่วงนั้นเขาอยู่ที่อังกฤษพอดีก็ได้ไปเที่ยวอ็อกซ์ฟอร์ดซึ่งเอ๋จบที่นั่นก็ได้ไปพายเรือในแม่น้ำกับคุณเคนนี่แล้วก็เพื่อนๆพายไปพายมาเพื่อนหายไปไหนหมดก็ไม่รู้เหลือแต่เอ๋กับคุณเคนนี่ในเรือลำเดียวกันกลางแม่น้ำแล้วเขาก็ขอแต่งงานเราก็ได้แต่ยิ้มไม่กล้าดีใจมากเพราะเดี๋ยวเรือคว่ำ (หัวเราะ) จากนั้นถึงอธิบายให้เขาฟังว่าคนไทยละเอียดนะต้องจัดหลายพิธีเขาก็ทำตามขั้นตอนตลอดคุณย่าก็สนุกกับการจัดงานแต่งงานมากแล้วตอนนั้นญาติผู้ใหญ่อยู่กันครบค่ะรวมแล้วรู้จักกันได้แปดปีถึงแต่งงาน”

ปัจจุบันคุณเคนนี่หันมาทำธุรกิจที่เขาถนัดด้วยการเปิดบริษัท NT ASSET จำกัดซึ่งเปิดมาได้สิบเอ็ดปีแล้วและเติบโตแข็งแรงมั่นคง

ลูกที่น่ารัก

ปี 2000 คู่ชีวิตต่างสัญชาติก็ได้ทายาทสมใจเป็นเด็กผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาชื่อว่าน้องอาร์ม (คริษฐ์ อึง) และปีถัดมาพวกเขาก็ได้ลูกสาวหน้าตาสวยคมชื่อน้องเอมี่ (ณัฐณิชา อึง)ในช่วงวันหยุดเทอมของทั้งคู่คุณเอ๋และสามีจะพาลูกๆไปเที่ยวต่างประเทศเพื่อเล่นสกีบ้างดำน้ำบ้างซึ่งแทบไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงหน้าหวานอย่างคุณเอ๋จะดำน้ำเก่ง

“เอ๋เรียนดำน้ำตอนอยู่เชลล์ส่วนคุณเคนนี่เรียนตอนอยู๋มหาวิทยาลัยชอบดำน้ำเพราะเป็นคนทำงานหนักการดำน้ำเหมือนเราได้ไปลองอะไรแรงๆดีแล้วมันมีขั้นตอนและอุปกรณ์ที่ยุ่งยากการดำลงไปก็ท้าทายก็เลยชอบดำแต่ละทีได้เห็นอะไรที่ไม่ซ้ำ”

สองพี่น้องตระกูลอึงน้องอาร์มหนุ่มหล่อกับแว่นตากรอบเหลี่ยมและรูปร่างผอมบางในวัย 17 ปีเขากำลังจะเรียน Year 13 ที่ Shrewsbury School ในอังกฤษเร็วๆนี้โดยตั้งเป้าว่าจะเรียนต่อทางด้าน Material Science

ส่วนน้องเอมี่สาวสวยกับนัยน์ตาชวนพิศและเส้นผมดำสลวยดูคล้ายสาวสเปนเธอบอกเราว่าปีนี้จะขึ้น Year 12 ที่ Benenden School และกำลังจะสอบ A Level สำหรับทิศทางในอนาคตของเธอก็คือการเรียนวิชาสถาปัตย์ที่ UCL หรือไม่ก็ University of Cambridge หรือ University of Bath

.................................................................................................

ติดตามเรื่องราวฉบับเต็มได้ใน HELLO! ปีที่ 12 ฉบับที่ 16 วางแผงแล้ววันนี้

หรือติดตามฉบับดิจิตอลได้ทาง  https://shop.burdathailand.com 

และ http://www.ookbee.com/Shop/Issue?magid=HELLO

.................................................................................................