‘อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน’ ผู้สร้างโอกาสในโรงละครแห่งชีวิต
‘อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน’ ผู้สร้างโอกาสในโรงละครแห่งชีวิต
Celebrity News

‘อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน’ ผู้สร้างโอกาสในโรงละครแห่งชีวิต

สาวสวยผู้เปิดพื้นที่ให้เหล่าสาวประเภทสองได้หยัดยืนอย่างมั่นคงบนเวทีทิฟฟานี่โชว์

ว่ากันว่า หากอยากรู้ว่า หัวใจของเรานั้นใหญ่แค่ไหน ให้ลองกำมือ เพราะนี่คือ ขนาดของหัวใจ แต่สำหรับผู้หญิงที่ชื่อ ‘อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน’ กรรมการผู้จัดการ Tiffany’s Show Pattaya Co., Ltd. แค่กำมือ...ก็ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถวัดขนาดของหัวใจ ที่ทั้งกว้างและใหญ่ กล้าและแกร่งของเธอได้ ไม่เพียงจะเปิดพื้นที่ให้เหล่าสาวประเภทสองได้หยัดยืนอย่างมั่นคง แต่เธอยังเปิดใจกว้างเพื่อสร้างการยอมรับ ความภาคภูมิใจ และศักดิ์ศรีให้กับผู้หญิงเหล่านั้น ด้วยหัวใจของนักสู้ผู้ไม่เคยยอมแพ้ ‘The Victor’s Society’ โดยธนาคาร CIMB THAI จึงเชื้อเชิญเธอมาเพื่อเปิดหัวใจอันแสนกว้าง คิดใหญ่ และทำใหญ่ในแบบของเธอ

 

“จ๋าทำทิฟฟานี่มา 20 ปี จนถึงวันนี้เหมือนเรารู้ทุกตารางนิ้วของเวทีนี้เลย ตอนแรกที่ทำ จ๋าทำด้วยความหวังอยากเปลี่ยนตรงนั้น อยากทำตรงนี้ อยากทำให้ดีที่สุด พอมาถึงวันนี้จ๋าทำด้วยความภาคภูมิใจ บนเวที ในโรงละครแห่งนี้เรารู้จัก เราเข้าใจทุกซอกทุกมุม ลงมือทำด้วยตัวเองทุกอย่าง โครงสร้าง พื้นเวที ไฟ นักแสดง พนักงานทุกคนเหมือนเราเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างครอบครัวนี้ให้ใหญ่ขึ้น

“ตอนนี้ไม่ว่าจะเจอใคร นางงาม หรือเด็กรุ่นใหม่เขาอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรา ตอนที่จ๋าจะทำมิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์สเมื่อปี 2004 อาจารย์เสรี (วงษ์มณฑา) ถามว่า จะทำได้เหรอ เราก็บอกต้องลองดูค่ะ เราคิดว่าเรามีศักยภาพพอที่จะไปถึงตรงนั้น วันนี้เราไปทั่วโลก เราไปประเทศไหนก็มีเพื่อน มีสาวประเภทสอง ทุกคนเวลคัมเรา ทั้งหมดนี้มาจากคุณพ่อ ท่านพูดเสมอว่า นโยบายของเราคือ การให้โอกาส”

 

เมื่อมีโอกาส...จงอย่ากลัว...ลงมือทำ และต้องทำให้สุด

“วันแรกที่คุณพ่อทำเพราะสงสารอยากช่วยนักแสดงสามสิบกว่าคนไม่ให้ตกงาน สมัยคุณพ่อคือการดิ้นรนเพื่อสร้างให้ทิฟฟานี่เกิด นักแสดงเกิดได้เพราะเขาได้รับโอกาส จ๋าเองก็ได้โอกาสจากคุณพ่อ ได้ทำตั้งแต่อายุยังน้อย ก็เลยสนุก รู้สึกท้าทาย ไม่รู้สึกกลัวอะไรเลย ทุกปีจ๋าจะมีโปรเจกต์ใหม่ๆ ตลอด สร้างโรงละครใหม่ จาก 8 เมตรเป็น 16 เมตร มีเทคโนโลยี มีไลท์ติ้งใหม่ๆ ทุกอย่างเป็นเรื่องของการเรียนรู้เป็นโอกาสหมดเลย เหมือนเปิดโลกทัศน์

“แล้วคุณพ่อพูดเสมอว่าคนที่ทิฟฟานี่โชว์เต้นจนขาขวิดนะกว่าจ๋าจะเรียนหนังสือจบ (หัวเราะ) ดังนั้น จ๋าถึงอยากจะคืนกลับ สิ่งที่เราทำคือ การสร้างคน สร้างให้เขามีอาชีพ หัวใจของทิฟฟานี่คือ คน ซึ่งไม่ได้เป็นกันง่ายๆกว่าเราจะฟูมฟักให้เป็นนักแสดงหนึ่งคนไม่ง่ายเลย เมื่อก่อนขนาดผู้หญิงสังคมยังไม่ยอมรับเรื่องเต้นกินรำกินเลยแล้วนี่เขาเป็นสาวประเภทสอง

“ฉะนั้นเราเป็นสถาบันการสอนเพื่ออาชีพนี้เต้นเพื่ออาชีพนี้ สอนตั้งแต่ต้น สอนให้เต้นทุกรูปแบบ กว่าเขาจะเต้นเป็น กว่าเขาจะสวยอย่างที่เราเห็น กว่าจะรู้จักแอ็กติ้งคุมสเตจ เพอร์ฟอร์แมนซ์ ไม่ต้องพูดถึงว่ากว่าจะได้เป็นตัวเอก แต่ละคนต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 8 ปี”

‘โอกาส’ เมื่อได้มาและใช้เป็น ผลตอบรับที่ได้ย่อมคุ้มค่าเสมอ ยิ่งหากตั้งต้นด้วยความรัก อดทน และมีวินัยแล้ว ก็สามารถจะยึดเป็นอาชีพอยู่ได้นาน 20 ปี 30 ปี 40 ปี

“หรือจนกว่าจะตายจากกัน มันคือ Life Time Career ที่ต้องใช้ทั้งเวลา และใช้ทั้งชีวิต เชื่อมั้ยว่า กว่าจะได้เป็นนักแสดงทิฟฟานี่บางคนมาตั้ง 3 วัน มานั่งตากแดดรอการคัดเลือก อย่างตัวเอกคนปัจจุบันของเรานี่เขาบอกเลยว่า มาตั้ง 8 รอบนะคะกว่าจะผ่าน การมีใจรักนี่สำคัญมาก เพราะถ้าใจไม่รักนี่ไม่อยู่หรอก ปีเดียวก็ไม่อยู่ แต่คนที่นี่เกิน 8 ปี 10 ปีทุกคน เพราะเขารักในอาชีพนี้ รักในองค์กร และเข้าใจว่า องค์กรนี้สร้างศักดิ์ศรีให้กับเขา เขาถึงอยู่ได้นาน และอยู่ด้วยความภาคภูมิใจ เพราะแบบนี้จ๋าถึงรู้สึกว่าโรงละครของเราไม่มีวันตาย”

ที่นี่จึงเป็นบริษัทจำกัดเพียงไม่กี่แห่งบนโลก ที่ไม่มีการเกษียณอายุคนทำงาน

“อยู่ได้ตลอดค่ะ อย่างป้าตุ้ยซึ่งเคยเป็นนักแสดงคนแรกของเราเคยบอกว่า ถ้าป้าต้องเกษียณ 60 แล้วต้องเลิกเต้นนี่ป้าขอตายดีกว่า จ๋าเลยบอกไม่เป็นไรอยู่ไปจนกว่าจะเดินบนเวทีไม่ไหว(ยิ้ม)”

 

สร้างคน สร้างชีวิต สร้างวัฒนธรรม สร้างความเท่าเทียม

ตลอด 43 ปีของทิฟฟานี่โชว์ปฏิเสธไม่ได้ว่า เวทีนี้คือจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดให้คนทั่วโลกบินมาสนุกและมีความสุขกับความสวยงามอลังการ และการแสดงที่แสนจะตื่นตาตื่นใจ

“เราสร้างสาวประเภทสองที่สวยที่สุดในโลก เราสร้างสาวประเภทสองที่มีความสามารถ นี่เป็นชื่อเสียงตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ เหมือนเราสร้างวัฒนธรรมที่เข้มแข็งมาก วัฒนธรรมของสาวประเภทสอง อยากเป็นผู้หญิงก็ต้องเหมือนผู้หญิง เด็กสมัยนี้รู้แล้วค่ะ ว่าความท้าทายคือความเก่ง เหมือนเขาสร้างคุณค่า เป็นแบบอย่างให้ทุกคนเท่าเทียมกัน

“ที่นี่เหมือนโรงละครชีวิตที่ทุกๆคนมีชีวิตของตัวเองบนเวทีเป็นเรื่องของทีมเวิร์ก ร่วมมือกันทำ ร่วมใจกันคิดเมื่อเราเข้ามาดูแล เราก็ต้องทำให้เขาเชื่อว่า เราจะปกป้องเขาได้ ช่วยเขาได้ พาเขาไปสู่ความสำเร็จ ที่ผ่านมาจ๋าใช้ความเป็นผู้หญิงเยอะมากในการบริหารทุกข์สุขด้วยกัน

“จ๋ามองว่า จริงๆแล้วเขาเป็นศิลปิน มีความสามารถ เราต้องใช้ความละเอียดอ่อนคุยกับเขาแต่เวลาที่เขาทำอะไรไม่ถูกก็ต้องแมนๆใส่กันคุยกันตรงไปตรงมา คือถ้าเราตรงไปตรงมาชัดเจนคือจบ ผู้หญิงทิฟฟานี่เป็นเพศแข็งแรงแต่ละคนเต้นได้วันละเป็นสิบชั่วโมงแข็งแกร่งมาก”

ไม่ใช่แค่เสียงปรบมือแต่คือการยอมรับในคุณค่าของความเป็นคน

“เป้าหมายของจ๋าคือ การทำให้ทิฟฟานี่มีชื่อเสียงระดับโลก จ๋าทำทุกอย่างเพื่อจุดนั้น สิ่งที่เราสร้างคือ ศักดิ์ศรีเป็นสิ่งที่เกินไปกว่าเงินที่เขาได้ เพราะจ๋ารู้สึกว่า ค่าของคนไม่ใช่เงิน ค่าของคนคือ การรู้จักศักดิ์ศรีตัวเอง เราต้องรู้ว่าจะทำงานและใช้ชีวิตอย่างไรให้ถูกต้องและน่าชื่นชม เวทีนี้คือ ตัวอย่างที่จะบอกว่า อยู่บนเวทีนี้แล้วมีศักดิ์ศรี ถ้าคุณมีความสามารถ คุณก็มีศักดิ์ศรี และมีคนชื่นชม

“จ๋านับถือในความเป็นนักสู้ของพวกเขา เป็นเรื่องยากที่จะหาคนที่สู้แบบนี้ เขาทุ่มเททำในสิ่งที่เขารัก อันนี้เป็นสิ่งที่จ๋านับถือว่า เขาเก่งนะที่สร้างอาชีพ สร้างรายได้ส่งให้พ่อแม่ นักแสดงจ๋ารักพ่อแม่เป็นที่หนึ่ง จากที่เคยโดนดูถูกว่า เป็นกะเทยแล้วจะทำอะไร ตอนนี้สร้างบ้านให้พ่อแม่ ส่งเสียญาติพี่น้องเรียนหนังสือ เขาก็เป็นคนที่มีคุณค่าในตัวเขา ไม่จำเป็นต้องมองว่า เป็นผู้หญิงผู้ชายเพราะผู้หญิงผู้ชายบางคนก็อาจจะสู้ไม่ได้”จากทิฟฟานี่โชว์ถึงทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส เรื่อยมาจนถึงมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน บนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผู้หญิงที่ถูกเรียกว่า สาวประเภทสอง

“จ๋าไม่อยากให้การยอมรับอยู่แค่ในโรงละคร หรือแค่นักแสดงส่งเงินกลับบ้านการทำมิสทิฟฟานี่และมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน เราไม่ได้ทำเพื่อเงิน แต่เราทำเพราะเป็นการสร้างความภาคภูมิใจ สร้างศักดิ์ศรี เพื่อการยอมรับที่กว้างขึ้น เพื่อให้ทุกๆ คนรู้สึกถึงความเท่าเทียมกัน มันมากกว่าแค่การปรบมือบนเวที มันเป็นสิ่งที่เราทำ...เพื่อให้ทุกคนได้มีตัวตนและได้รับการยอมรับ” เพราะบนโลกใบนี้ไม่มีอะไรจะโหดร้ายเท่ากับการไม่มีตัวตน และปราศจากซึ่งความภาคภูมิใจ บนเวทีที่ทุกคนต่างก็ทุ่มลงไปทั้งชีวิต ‘อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน’ หัวใจเธอ...ใหญ่มาก

 

"ที่ทิฟฟานี่โชว์เป็นเหมือนโรงละครชีวิตของนักสู้ที่ให้โอกาสพวกเขาได้ทำในสิ่งที่ใจรักสิ่งที่เราทำคือ การสร้างคน สร้างให้เขามีอาชีพ พาเขาไปสู่ความสำเร็จ"

...........................................................................

ติดตามเรื่องราวของ The Victor ได้ที่

Be The Victor by CIMB THAI Bank

bethevictorbycimbthai