วงการเพลงเศร้า! สิ้น ‘อารีธา แฟรงคลิน’ นักร้องผิวสีในตำนาน เจ้าของบทเพลง I say a little prayer
Celebrity News

วงการเพลงเศร้า! สิ้น ‘อารีธา แฟรงคลิน’ นักร้องผิวสีในตำนาน เจ้าของบทเพลง I say a little prayer

เหล่าคนดังร่วมใจโพสท์ภาพ ระลึกถึงตำนานราชินีเพลงโซลเป็นครั้งสุดท้าย

ถือเป็นอีกหนึ่งการสูญเสียยิ่งใหญ่แห่งปีเลยก็ว่าได้ เมื่อราชินีเพลงโซลระดับตำนาน 'อรีธา แฟรงคลิน' โบกมือลาลับโลกนี้ไปในวัย 76 ปี กลางดึกของวันที่ 16 สิงหาคม 2561 ตามเวลาประเทศไทย สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สาเหตุการเสียชีวิตของเธอนั้นเกิดจากโรคมะเร็งตับอ่อน ซึ่งป่วยเรื้อรังมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ในสังคมอเมริกา อรีธาถือเป็นตัวแทนของหญิงผิวสีที่ใช้งานศิลปะต่อสู้ผ่านบทเพลงซึ่งเป็นที่คุ้นหูของคนทั่วโลก ทั้ง I say a little prayer, Respect และ Think เป็นต้น

View this post on Instagram

America has no royalty. But we do have a chance to earn something more enduring. Born in Memphis and raised in Detroit, Aretha Franklin grew up performing gospel songs in her father’s congregation. For more than six decades since, every time she sang, we were all graced with a glimpse of the divine. Through her compositions and unmatched musicianship, Aretha helped define the American experience. In her voice, we could feel our history, all of it and in every shade—our power and our pain, our darkness and our light, our quest for redemption and our hard-won respect. She helped us feel more connected to each other, more hopeful, more human. And sometimes she helped us just forget about everything else and dance. Aretha may have passed on to a better place, but the gift of her music remains to inspire us all. May the Queen of Soul rest in eternal peace. Michelle and I send our prayers and warmest sympathies to her family and all those moved by her song.

A post shared by Barack Obama (@barackobama) on

น้ำตาของประธานาธิบดี
ในงาน Kennedy Center Honors ของปี 2015 เวทีมอบรางวัลให้กับศิลปินอเมริกันผู้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์อย่างต่อเนื่อง 'อรีธา' ในวัย 73 ปีขึ้นโชว์เพลง (You Make Me Feel Like) A Natural Woman ที่เธอทั้งเล่นเปียโนและร้องเพลงด้วยตัวเอง อินเนอร์อันเต็มเปี่ยมของเธอทำให้ประธานาธิบดี บารัค โอบามา กลั้นน้ำตาไม่อยู่ตั้งแต่ช่วงแรกที่เพลงขึ้น เช่นเดียวกับผู้ชมคนอื่นๆ ในฮอลล์ที่ลุกขึ้นยืนปรบมือเป็นเวลานาน เสมือนการให้เกียรติราชินีเพลงโซลที่เธอทำได้ดีไม่มีตก - - หลังข่าวการเสียชีวิต บารัค โอบามา โพสท์ภาพไว้อาลัยการจากไปของเธอ เช่นเดียวกับเซเลบริตี้คนอื่นๆ อย่าง จัสติน ทิมเบอร์เลค, เซลีน ดิออน และจอห์น เลเจนด์ ซึ่งต่างยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่า 'อรีธา' คือหนึ่งในตำนานวงการเพลงระดับโลก

View this post on Instagram

I’m deeply saddened to learn that Aretha Franklin has passed. She was an unbelievable artist, who inspired me and millions of others. She was the most soulful and inspirational singer of our time... there will never be anyone like her. I had the great privilege of performing with Aretha... it was truly one of the greatest moments of my career. I send my prayers and condolences to her family and loved ones. - Céline xx… . Je suis profondément attristée d'apprendre le décès d’Aretha Franklin. C'était une artiste incroyable qui m'a influencée ainsi que des millions de gens. La reine de la soul et la chanteuse la plus inspirante de notre époque ... il n'y aura jamais personne comme elle. J'ai eu le privilège de chanter avec Aretha ... Assurément un des grands moments de ma carrière. Mes pensées et mes condoléances à sa famille et à ses proches. - Céline xx… . 📸 : Kevin Mazur

A post shared by Céline Dion (@celinedion) on

อารีธา แฟรงคิน เกิดที่เมืองเมมฟิส และใช้เสียงอันทรงพลังเป็นใบเบิกทางในวงการดนตรี ในฐานะศิลปินผิวสี เธอคือหนึ่งในความภาคภูมิใจสูงสุด เพราะเคยขึ้นปกนิตยสาร Times, ได้รางวัลแกรมมี่ อวอร์ดทั้งหมด 18 ตัว, แผ่นเสียงทองคำ 25 แผ่น และยังเคยได้รับ ‘เหรียญอิสรภาพประธานาธิบดี’ จากประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช เพื่อยกย่องว่าเธอคือคนสำคัญของประเทศอเมริกามาแล้ว

กว่า 50 ในวงการบันเทิง เธอเป็นแรงบันดาลให้ให้กับศิลปินผิวสีรุ่นหลัง ทั้ง วิธนี่ ฮูสตัน และบิยอนเซ่ รวมทั้ง เอมี่ ไวน์เฮ้าส์ ผู้ลาลับ ที่ยึดเธอเป็นไอดอลในการร้องเพลงเช่นกัน แม้ว่าวันนี้โลกของเราจะไม่มีผู้หญิงชื่อ 'อรีธา แฟรงคลิน' แล้ว แต่เชื่อเถอะว่าเพลงของเธอจะยังคงได้รับความนิยมไปอีกนานเท่านาน