ลิขิตชีวิตที่อาทิตย์ธาราของ ม.ล.อภิชิต วุฒิชัย -อาภาศิริ เทพหัสดิน ณ อยุธยา
ลิขิตชีวิตที่อาทิตย์ธาราของ ม.ล.อภิชิต วุฒิชัย -อาภาศิริ เทพหัสดิน ณ อยุธยา
Celebrity News

ลิขิตชีวิตที่อาทิตย์ธาราของ ม.ล.อภิชิต วุฒิชัย -อาภาศิริ เทพหัสดิน ณ อยุธยา

อบอุ่นหัวใจไปกับอาร์ต-กบ คู่รักหัวใจติดดิน ณ บ้านสวยริมแม่น้ำบางปะกง

อาทิตย์ธารา บ้านสวยริมแม่น้ำบางปะกง ที่อ๊าร์ต ม.ล. อภิชิต วุฒิชัย และ กบ อาภาศิริ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เนรมิตให้เป็นบ้านสุดเรียบง่าย ให้เราได้กินปลาทอดสดหวานจากแม่น้ำ ในถ้วยจานสังกะสี เท้าสัมผัสไม้ สัมผัสดิน จมูกหอมกลิ่นอากาศบริสุทธิ์ โดยทั้งสองจะขับเรือพาล่องน้ำไปชมพระอาทิตย์ตกดินตรงคุ้งโยธกา สามแยกปากน้ำที่แม่น้ำสามสายมาบรรจบกัน ตรงที่พระเจ้าตากสินเคยปะทะกับพม่าที่นี่ แล้วก็จะดับเครื่องเรือกลางแม่น้ำ แจกเครื่องดื่ม เปิดเพลง ให้ดื่มด่ำกับภาพตะวันตกดินกันจนอิ่ม ลืมโลก ลืมเวลา

“14 ปีที่แล้วตอนผมอายุ 36 เริ่มเบื่อกรุงเทพฯ ก็บอกพ่อแม่ว่าอยากมี คันทรี่โฮมเล็กๆ พ่อแม่ก็ให้ไปดูที่ ที่พ่อแม่ท่านซื้อเก็บไว้ ผมก็ไปดูทุกที่ ไม่ชอบที่ไหนเลย จนมาเจอที่นี่ ตอนแรกมันเป็นป่า ก็จ้างชาวบ้านฟันทางเข้ามา พอมาโผล่ริมน้ำ เฮ่ย นี่มันพาราไดซ์เลยนะ ก็เลยสร้างบ้านเพิงหมาแหงนเล็กๆ ขึ้นมาก่อน ตอนแรกไม่ติดแอร์ด้วย ไม่มีเงิน ยังเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่ก็เอาเงินเดือนมาค่อยๆ สร้างทีละนิด ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำไป มันทำให้ผูกพัน จนวันนี้มี 13 ห้อง ก็ยังเรียกว่าบ้าน ไม่ได้เรียกว่าโรงแรม เพราะเราคุยกับแขกเหมือนเพื่อนตลอด นั่งคุยกัน แจมกัน บางสิ่งบางอย่างมันไม่ใช่เงินซื้อได้ เราเอาหัวใจมาคุยกันดีกว่า”

“พี่อ๊าร์ตและกบทำอาทิตย์ธารา เริ่มเลยไม่ได้คิดจะเป็นธุรกิจจริงจังตั้งแต่ต้น เพราะถ้าคิดอย่างนั้น เราคงหมดพลังตั้งแต่ต้น พี่อ๊าร์ตคิดมาตั้งแต่ต้นว่านี่คือบ้าน ที่ตอนแรกรับเพื่อนๆ แล้วก็เลยเปิดกว้างให้เพื่อนคนอื่นๆไปด้วย แล้วเราก็คิดต่อว่ามันน่าจะเป็นบ้านที่พอเพียง สิ่งที่มีไม่ได้หรูหราอะไรเลย ห้องก็ไม่หรูหรา แต่มีทุกอย่างที่ต้องการ มีหมอนที่สะอาด มีที่นอนที่ดี เพียงพอแก่การอยู่ ใครชอบก็ชอบ ไม่ชอบก็ไม่เป็นไร แต่เราก็อยากให้คนที่มาพัก ได้ตรงนี้กลับไปด้วย ว่า ชีวิตเราจริงๆ ไม่ได้ต้องการอะไรเยอะ”

บ้าน 13 ห้องของอาทิตย์ธารา แบ่งออกเป็นสี่เรือน เรือนใหญ่พร้อมสระว่ายน้ำอยู่ด้านหลัง เรือนเพิงมาแหงนสองหลังอยู่ด้านหน้าติดน้ำ และมีเรือนไม้สองชั้นด้านหน้าน้ำอีกหลัง ที่เชื่อมกับท่าน้ำ เดิมตั้งใจสร้างเพียงชั้นเดียว แต่ก็ได้ชั้นบนมาด้วยความบังเอิญ จริงๆ แล้วอาร์ตบอกว่าไม่มีอะไรบังเอิญ

นอกจากบ้านที่มาใส่ได้พอดีเป๊ะ ก็ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เข้ามา และลงตัวกับที่นี่อย่างน่าอัศจรรย์ ราวกับว่าทุกอย่างมีที่ทางของมันเองอยู่แล้ว แม้แต่ เพื่อนชีวิต กบ อาภาศิริ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ที่มาช่วยกันทำที่นี่ตั้งแต่ต้น เมื่อเจ็ดปีที่แล้ว ก็คือคนที่หลุดหายจากกันไปกว่า 23 ปี ถึงได้มาพบกันอีกครั้งเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว

“กบเคยป่วยมาก และใช้การนั่งสมาธิเพื่อรักษาตัวเอง แล้ววันนึงก็ไปอ่านเจอพี่อ๊าร์ตให้สัมภาษณ์ในนิตยสารเล่มหนึ่ง เราก็เฮ่ยยย นี่เพื่อนเรานี่ ในนั้นพูดถึงว่าพี่อ๊าร์ตไปบวช เรายังนึกในใจว่าอ๊าร์ตเนี่ยนะ บวช ดูเขาไม่น่าจะเป็นคนที่จะบวช และในเรื่องบอกว่ามีน้องสาวเป็นมะเร็ง ตอนนั้นเราก็คิดว่า อยากเจอ อยากติดต่อน้องสาวเขา อยากบอกเขาว่า เราป่วยมาก เกือบตาย แต่ก็กลับมาได้เพราะเรามีวิธีรักษาตัวเอง เราใช้ธรรมะรักษา เผื่อว่าน้องสาวเขาจะลองดูบ้าง ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของเรา”

“ผมกับกบเลยเหมือนมีจุดเชื่อมกันในเรื่องของธรรมะ ตอนที่บวช ไม่รู้ว่าธรรมะคืออะไรด้วยซ้ำ กบก็อธิบายให้ฟัง ทำสมาธิยังไง เพื่ออะไร ลองทำดูก็ดีแฮะ เรานิ่งขึ้น ปัญหาที่ถาโถมมา เราก็แก้ไขได้แม่นยำขึ้น ชัดเจนขึ้น แต่ละบ้าน แต่ละคนต่างก็มีปัญหาทั้งนั้น แต่ธรรมะช่วยให้เรารับมือได้ดีขึ้น”

“กบพยายามหาคำตอบตลอดว่า ความรักคืออะไร ชีวิตคู่คืออะไร จนมาเจอพี่อ๊าร์ตถึงได้รู้ว่า อ๋อมันคืออย่างนี้เอง มันดูง่ายแต่มันหายาก ที่จะรักโดยไม่มีเงื่อนไข แล้วก็ยอมปรับตัวเองให้มันง่ายขึ้น เราคิดว่าการที่เราเคารพพี่อาร์ตทำให้เราอยู่กันได้ยาวนาน มีความเคารพในความดี และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือสิ่งที่มองร่วมกัน พี่อ๊าร์ตจะไปปลูกป่า ไปทำอะไร เราก็มีหน้าที่สนับสนุน”

ติดตามอ่านเรื่องราวฉบับเต็มได้ในนิตยสาร HELLO! ปีที่ 12 ฉบับที่ 2 วางแผงแล้ววันนี้