โลกสูญเสีย! 5 บุคคลสำคัญของโลก ผู้ล่วงลับในปี 2020
โลกสูญเสีย! 5 บุคคลสำคัญของโลก ผู้ล่วงลับในปี 2020
Celebrity News

โลกสูญเสีย! 5 บุคคลสำคัญของโลก ผู้ล่วงลับในปี 2020

ในรอบปีที่ผ่านมา โลกสูญเสียบุคคลระดับโลก ทั้งสมาชิกราชวงศ์รวมไปถึงดาวดังระดับตำนาน ที่จากไปด้วยโรคโควิด-19 และโรคประจำตัว สร้างความโศกเศร้าแก่ครอบครัวและคนทั่วโลก วันนี้เฮลโลรวบรวม 5 บุคคลสำคัญของโลก ผู้ล่วงลับในปี 2020 บางส่วนมาให้ระลึกถึงกัน

เจ้าชายอับดุล อาซิมแห่งบรูไน

วันที่วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2020 ที่ผ่านมา สมเด็จพระราชาธิบดีฮัสซานัลโบลเกียห์แห่งบรูไน เสด็จพระราชดำเนินไปยังสุสานหลวง ในกรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน เพื่อทรงร่วมพระราชพิธีพระศพพระราชโอรส เจ้าชายอับดุล อาซิมแห่งบรูไน สิ้นพระชนม์ในพระชันษา 38 ปี ด้วยโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง

เจ้าชายอับดุล อาซิม เป็นพระราชโอรสพระองค์โตในสมเด็จพระราชาธิบดีฮัสซานัลโบลเกียห์ และนางมาเรียม อับดุล อาซิซ มีพี่น้อง 4 พระองค์ โดยหนึ่งในนั้นมีพระอนุชาคือ เจ้าชายอับดุล มาทีน เจ้าชายที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี

เจ้าชายทรงคลุคลีกับวงการแฟชั่นและวงการบันเทิง หลังเสด็จไปทรงศึกษาต่อที่ Raffles Design Institute ประเทศสิงคโปร์ และที่ Oxford Brookes University ประเทศอังกฤษ พระองค์ก็ทรงเป็นดีไซเนอร์ร่วมออกแบบกระเป๋ากับแบรนด์เครื่องหนัง MCM โดยนำรายได้การจำหน่ายกระเป๋าไปมอบให้กับมูลนิธิ Make A Wish ซึ่งพระองค์ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ ไม่เพียงเท่านั้นเจ้าชายอับดุล อาซิมยังได้เข้าสู่วงการฮอลลีวูด โดยทรงเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง You're Not You ทำให้พระองค์เข้าสู่แวดวงเจ็ตเซ็ตและรู้จักคนดังวงการบันเทิงมากมาย

นอกจากได้ทรงงานโปรดส่วนพระองค์แล้ว เจ้าชายอับดุล อาซิม ยังทรงงานเพื่อการกุศลให้กับประเทศบรูไน โดยทรงเป็นผู้สนับสนุนงานด้านศิลปะและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ รวมทั้งยังทรงสนับสนุนเยาวชนและคนพิการอีกด้วย

สิ้นเจมส์ บอนด์คนแรก ‘เซอร์ฌอน คอนเนอรี’ จากไปอย่างสงบ

ตลอดช่วงชีวิตการเป็นนักแสดงกว่า 5 ทศวรรษของเซอร์ฌอน คอนเนอรี ได้สร้างตำนานไว้มากมาย หนึ่งในนั้นคือการได้รับบทเจมส์ บอนด์ครั้งแรก

เซอร์ฌอนเป็นชาวสกอตแลนด์ มีผลงานในวงการบันเทิงเรื่องแรกในปี 1957 คือ No Road Back ก่อนจะมารับบทเป็นเจมส์บอนด์ครั้งแรก ตอน Dr No ในปี 1962 เรื่อยมาจนถึง ปี 1971 ซึ่งรวมแล้วเล่นเป็นสายลับ 007 ทั้งหมด 7 ภาค นักคว้ารางวัลในสายอาชีพแสดงมากมาย ในปี 1988 ได้รางวัลออสการ์ 1 รางวัล ในสาขานักแสดงสมทบยอดเยี่ยมจากเรื่อง The Untouchables รางวัลลูกโลกทองคำ 3 รางวัล และรางวัล BAFTA 2 รางวัล

ปี 2000 นักแสดงชายไอคอนิกได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นอัศวินจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในฐานะที่เป็นผู้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ ณ พระราชวังฮอลีรูดอีกด้วย เซอร์ฌอนเกษียนอาชีพนักแสดงในปี 2006 หลังฝากผลงานภาพยนตร์สร้างชื่อไว้หลายเรื่อง เช่น The Hunt for Red October, Highlander, Indiana Jones และ the Last Crusade and The Rock จากนั้นในปี 2011 เซอร์ฌอนได้ลาจากชีวิตคนสาธารณะเพื่อกลับไปใช้ชีวิตคนธรรมดากับภรรยา Micheline Roquebrune ที่บาฮามาส

จนกระทั่งเมื่อวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม ‘เซอร์ฌอน คอนเนอรี’ เสียชีวิตอย่างสงบด้วยวัย 90 ปี “เซอร์ฌอน คอนเนอรีเสียชีวิตอย่างสงบด้วยอาการป่วยของคนชรา ที่บ้านในบาฮามาส ท่ามกลางสมาชิกครอบครัวที่อยู่รายล้อมเขาในวินาทีสุดท้ายของชีวิต” ลูกชายของเขาประกาศข่าวเศร้า  ปิดตำนานนักแสดงผู้รับบทพระเอกเจมส์ บอนด์คนแรก 

อาลัย Kenzo Takada ดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่นคนแรกๆ ผู้บุกเบิกแฟชั่นในฝรั่งเศส

สำหรับปีนี้วงการแฟชั่นต้องสูญเสียดีไซเนอร์ชาวเอเชียน ผู้กรุยทางงานออกแบบให้ชาวเอเชียนเป็นที่ยอมรับ ณ เมืองแห่งแฟชั่น ด้วยโรคโควิด-19 เคนโซ ทะกะดะ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Kenzo และ K แบรนด์ของแต่งบ้านสไตล์ลักซ์ชัวรี

เคนโซ เป็นชาวฮิเมจิ ใกล้กับโอซากะ เขาสนใจแฟชั่นตั้งแต่อายุยังน้อย โดยหลังจากที่คุณพ่อเสียชีวิตในปี 1958 เคนโซ่ก็เริ่มเข้าศึกษาที่ Bunka Fashion College ในโตเกียว หลังจากเรียนจบแล้ว เคนโซ่เริ่มอาชีพดีไซเนอร์โดยเร่ิมออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นผู้หญิงให้กับห้างสรรพสินค้าก่อนจะย้ายไปอยู่ฝรั่งเศสเพื่อเดินทางสานฝันในปี 1965 ด้วยเรือจากญี่ปุ่นสู่เมืองมาร์เซลล์ ประเทศฝรั่งเศส และเดินหน้าเข้าสู่เมืองแห่งแฟชั่น กรุงปารีส

การใช้ชีวิตอยู่ที่ปารีสของดีไซเนอร์วัย 81 ปีนั้นเป็นไปอย่างยากลำบากและโดดเดี่ยว เคนโซ่ไม่รู้จักใครที่นั่นเลยและพูดภาษาฝรั่งเศสแทบไม่ได้ แต่ก็ไม่ย่อท้อ เคนโซ่เริ่มออกแบบคอลเลกชั่นแรกโดยเปิดร้านเสื้อผ้าเล็กๆ ที่ Galerie Vivienne ใช้วัสดุราคาถูกจากย่านมงมาทร์ ในปี 1983 เขาเริ่มออกแบบเสื้อผ้าสุภาพบุรษคอลเลกชั่น ready-to-wear  ครั้งแรก และ 5 ปีต่อมาเขาก็ทำน้ำหอม Kenzo Kenzo ออกมาขาย

ในปี 1993 เคนโซประกาศขายแบรนด์ให้กับแฟชั่นเฮาส์ชื่อดัง LVMH หลังจากนั้นเขาก็รีไทร์ตัวเองออกจากวงการแฟชั่นในปี 1999 เพื่อมุ่งเน้นไปทาง artistic designs 

 

การจากไปของ ‘รูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก’  ผู้พิพากษาศาลสูงสุดหญิงของสหรัฐอเมริกา 

“ผู้พิพากษากินส์เบิร์กปูหนทางให้กับผู้หญิงหลายคน รวมถึงฉันด้วย จะไม่มีใครเหมือนเธออีกต่อไปแล้ว ขอบคุณ ‘รูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก’” ฮิลลารี คลินตัน แสดงความอาลัยต่อ ‘รูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก’ ผู้พิพากษาศาลสูงสุดหญิงคนที่สองของสหรัฐอเมริกา

ตลอดชีวิตการทำงานเป็นผู้พิพากษาสูงสุดของสหรัฐฯ มา 27 ปี รูธได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญด้านสิทธิเสรีภาพสตรี เธอต่อสู้กับการเหยียดเพศมาตลอดช่วงชีวิตการทำงาน “บางครั้งฉันถูกถามว่า ‘เมื่อไหร่จะมี ผู้หญิงในศาลสูงสหรัฐฯมากพอ’ และฉันพูดว่า 'เมื่อมีเก้าคน' ผู้คนต่างตกใจ เพราะมีแต่ผู้ชายเก้าคนในศาลสูงสหรัฐฯ และไม่มีใครเคยถามเกี่ยวกับเรื่องนี้” และยังเป็นแกนหลักของตุลาการแนวเสรีนิยมในศาลสูงสุดที่ทำหน้าที่คอยถ่วงดุลศาลสูงสุดที่มีทั้งฝ่ายอนุรักษ์นิยมและเสรีนิยม 

อดีตนักศึกษาด้านกฎหมายจาก Columbia Law School  มีปัญหาด้านสุขภาพต้องต่อสู้กับมะเร็งลำไส้ใหญ่มาเป็นระยะเวลา 10 ปี หลังจากนั้นก็ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งตับอ่อนระยะเริ่มต้น ก่อนหน้าที่จะเสียชีวิิตสองปีก็ตรวจพบเนื้องอกในปอด และสุดท้าย ‘รูธ เบเดอร์ กินสเบิร์ก’ ก็ไม่ต้องทนทุกข์กับความทรมานอีกต่อไป เธอจากไปด้วยวัย 87 ปี ในวันที่ 18 กันยายน 

เศรษฐกิจเกาหลีใต้สั่นสะเทือน เมื่อ ลี กอน ฮี ประธาน Samsung Electronics จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

การเสียชีวิตของประธานบริษัทแชโบล (กลุ่มบริษัทธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่ที่ทรงอิทธิพลทางการค้าและการลงทุนในที่มีผลต่อ GDP ของประเทศเกาหลีใต้)  ลี กอน ฮี ประธาน Samsung Electronics จากไปอย่างสงบในวัย 78 ปี สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนและความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจเกาหลีใต้ ซึ่ง 80 เปอร์เซ็นต์ของ GDP ประเทศมาจากกลุ่มธุรกิจแชโบล

 ลี กอน ฮีเป็นบุคคลที่สร้างซัมซุงให้กลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่สุดและครอบคลุมธุรกิจส่วนใหญ่ของเกาหลีใต้ มีมูลค่าทรัพย์สินรวมหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการสร้างธุรกิจผลิตโทรศัทพ์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัทประกันภัย ฯลฯ หลังจากสืบทอดตำแหน่งประธานบริษัทซัมซุงเป็นรุ่นที่สองต่อจากลี บยัง-ชุล ในปี 1987 ประธานอียังเป็นเจ้าของบริษัทวิศวกรรมและการก่อสร้างซึ่งสร้างผลงานสุดโดดเด่นระดับโลกไว้มากมายอาทิตึกเบิร์จ คาลิฟา ในดูไบ 

ช่วงชีวิตสุดท้ายประธานอีต้องรักษาอาการโรคหัวใจที่เป็นมาตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งในวันที่ 25 ตุลาคมนั้น ลี กอน ฮีได้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวายเฉียบพลัน โดยมีครอบครัวอยู่เคียงข้าง