ชีวิตต้องสู้ของ ‘ชาร์ลิซ เธอรอน’ นักแสดงจาก ‘Fast and furious 8’
ชีวิตต้องสู้ของ ‘ชาร์ลิซ เธอรอน’ นักแสดงจาก ‘Fast and furious 8’
Celebrity News

ชีวิตต้องสู้ของ ‘ชาร์ลิซ เธอรอน’ นักแสดงจาก ‘Fast and furious 8’

“มันเป็นส่วนหนึ่งของฉัน แต่มันไม่ได้กำหนดชีวิตของฉัน” ชาร์ลิซกับชีวิตกว่าจะเป็นนักแสดงมากคุณภาพระดับฮอลลีวูด

‘ชาร์ลิซ เธอรอน’ นักแสดงสาวที่หลายคนอาจคุ้นหน้าเธอจากภาพยนตร์เรื่องล่าสุดอย่าง ‘Fast and furious 8’ ในบทบาทของวายร้ายไซเบอร์ ที่ต้องยอมรับว่าเธอตีบทแตกและแสดงออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ใครจะรู้ว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ของเธอเธอผ่านเรื่องราวร้ายๆมาแล้วนับไม่ถ้วน โดยเฉพาะในค่ำคืนที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล

เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นในค่ำคืนของวันที่ 21 มิถุนายน ปี 1991 ที่บ้านเกิดของเธอในประเทศแอฟริกาใต้ ชาร์ลิซมีอายุได้ 15 ปีและเพิ่งกลับจากโรงเรียนประจำ มันเป็นคืนที่เกอร์ดา แม่ของเธอใช้ปืนยิงชาร์ลส์ พ่อของชาร์ลิซจนเสียชีวิตชาร์ลิซเล่าย้อนความทรงจำถึงชีวิตสมรสอันระหองระแหงของพ่อแม่ของเธอให้กับไดแอนซอว์เยอร์แห่งสำนักข่าว ABC News ว่า “พ่อของฉันเป็นคนตัวใหญ่ ขาเล็ก พุงโต” เธอเล่า “พ่อเป็นคนจริงจังมากอยู่ แต่ก็ชอบที่จะหัวเราะและสนุกกับชีวิตด้วย พ่อมีโรคประจำตัวก็คือ โรคพิษสุราเรื้อรัง” ในคืนอันสลดหดหู่นั้น พ่อกับพี่ชายของเธอออกไปดื่มเหล้า ครั้นพอทั้งคู่กลับมาถึงบ้านชาร์ลส์ก็เริ่มทุบประตูห้องนอนของชาร์ลิซอย่างเกรี้ยวกราด และพูดตามสำนวนการให้ปากคำของแม่เธอในศาลว่า “คืนนี้ฉันจะยิงแกสองคนให้ตายด้วยปืน” “ที่น่ากลัวก็คือ ทุกคนในแอฟริกาใต้มีปืน...”ชาร์ลิซเล่า “ซึ่งเราไม่ควรจะมีของแบบนี้อยู่ใกล้ตัว เพราะเวลาที่คนหงุดหงิด สติแตก หรือเมาเรื่องน่ากลัวย่อมเกิดขึ้นได้”

แล้วเสียงปืนก็ดังขึ้น แม่ของเธอหยิบปืนพกของตัวเองออกมายิงชายทั้งสอง พ่อของเธอเสียชีวิต พี่ชายเธอบาดเจ็บ ชาร์ลิซถามแม่ด้วยความตื่นตระหนกว่า “เกิดอะไรขึ้น?” คำตอบที่ได้รับเป็นคำตอบสั้นๆแต่แสนเศร้า “ชาร์ลิซ, แม่ยิงพวกเขา...แม่ยิงพวกเขา”แม่ของชาร์ลิซบอกให้ลูกสาวหนีออกจากบ้านไปเริ่มต้นใหม่ และยืนยันว่าเธอจะอยู่รับผลที่เกิดขึ้นเอง 

ชาร์ลิซและแม่

“สำหรับแม่ การบอกให้ไป ไปมีชีวิตของตัวเอง ไปทำอะไรก็ได้นั้น เป็นความกล้าหาญของแม่” ชาร์ลิซเล่า“นั่นคือการเสียสละเลยล่ะ เป็นสิ่งที่แม่ทำให้ลูกอย่างที่แม่ทำให้เสมอ แม่มักจะถือเรื่องฉันเป็นสำคัญ และฉันรู้ว่าถ้าลูกสาวของฉันต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น ฉันคงทำเหมือนที่แม่ทำ”

ที่สุดแล้ว แม่ของเธอไม่ได้รับการพิพากษาลงโทษอัยการสูงสุดพิจารณาว่าเธอกระทำไปเพื่อป้องกันตนเองและลูกสาว สองแม่ลูกได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง แล้วเกอร์ดาก็ได้ไปมิลานกับชาร์ลิซในวัย 16 ปีเพื่อเซ็นสัญญาเป็นนางแบบเป็นเวลา 1 ปี จากนั้นสองแม่ลูกก็ย้ายไปนิวยอร์ก ชาร์ลิซไปฝึกเป็นนักบัลเลต์ แต่แล้วก็ฝันสลายจากการบาดเจ็บที่หัวเข่า แล้วแม่ของเธอก็ชุบชีวิตลูกสาวอีกครั้ง “แม่บอกว่า คิดเอาเองแล้วกันว่าจะทำอะไรต่อไป หรือจะกลับบ้านไปเศร้าต่อที่แอฟริกาใต้ก็ได้” แล้วแม่ก็ซื้อตั๋วเดินทางไปฮอลลีวูดแบบเที่ยวเดียวให้กับชาร์ลิซ 

ชาร์ลิซและแจ็กสัน

แล้วชีวิตบนจอเงินก็เริ่มต้นขึ้นชาร์ลิซได้รับการประกาศเกียรติคุณจากกิจกรรมต่างๆ นอกเหนือจากรางวัลที่ได้รับจากงานแสดง เธอก่อตั้งโครงการ Charlize Theron Africa Outreach Project(CTAOP) ในปี 2007 เพื่อสนับสนุนเยาวชนแอฟริกันให้ต่อสู้กับ HIV/AIDS 1 ปีหลังจากนั้น ชาร์ลิซได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ส่งสารสันติภาพแห่งสหประชาชาติบันคีมูน เลขาธิการแห่งสหประชาติ ได้กล่าวสดุดีชาร์ลิซว่า “คุณได้อุทิศตนเองมาโดยตลอดเพื่อปรับปรุงชีวิตของผู้หญิงและเด็กในแอฟริกาให้ดีขึ้นตลอดจนป้องกันและหยุดยั้งความรุนแรงในครอบครัวต่อผู้หญิงและเด็กหญิง”

ในเดือนมีนาคม ปี 2012 ชาร์ลิซได้รับอุปการะเด็กชายเป็นบุตรบุญธรรมโดยตั้งชื่อว่าแจ็กสัน และอุปการะเด็กหญิงเป็นบุตรบุญธรรมในปีต่อมา โดยตั้งชื่อให้ว่าออกัสต์ เมื่อมองย้อนกลับไป ชาร์ลิซเล่าว่าเธอแบกรับแผลในใจที่เกิดขึ้นในคืนนั้นติดตัวราวกับเป็นรอยสัก “มันเป็นส่วนหนึ่งของฉัน แต่มันไม่ได้กำหนดชีวิตของฉัน” เธอกล่าว