‘ศุภาวิตา- ทยาวัต’ ไม่สานต่อธุรกิจ 4 แสนล้านแต่ขอสร้างด้วยตัวเอง !
‘ศุภาวิตา- ทยาวัต’  ไม่สานต่อธุรกิจ 4 แสนล้านแต่ขอสร้างด้วยตัวเอง !
View Gallery
Celebrity News

‘ศุภาวิตา- ทยาวัต’ ไม่สานต่อธุรกิจ 4 แสนล้านแต่ขอสร้างด้วยตัวเอง !

ทายาทรุ่นที่ 4 แห่งตระกูลจิราธิวัฒน์กับแนวคิดที่ว่า “เราอยากเป็นรุ่นแรกที่สร้างธุรกิจเอง”

ท่ามกลางลูกหลานของตระกูลจิราธิวัฒน์กว่า 200 คนที่ล้วนสืบทอดอาณาจักรศูนย์การค้าและโรงแรมมูลค่าหลายแสนล้านบาทของตระกูลมาถึง 4 รุ่น หากคุณทีม ศุภาวิตาและคุณแท็ป ทยาวัต ทายาทชายหญิงของคุณศักดิ์ชัยและคุณสุรางค์รัตน์ จิราธิวัฒน์ ขอเลือกเส้นทางใหม่ ก้าวออกไปเป็นจิราธิวัฒน์รุ่นแรกที่เริ่มสร้างธุรกิจตามความสนใจของตน โดยมีปรัชญา “ทำงานเพื่อให้ผู้อื่น” ของคุณปู่-วันชัย จิราธิวัฒน์ เสาหลักของตระกูลผู้ลาลับเป็นดั่งไฟส่องทาง

ทั้งสองเป็นนักลงทุนรุ่นใหม่รุ่นแรกของตระกูลจิราธิวัฒน์ แตกต่างจากลูกหลานทั้ง 4 ชั่วอายุที่รับช่วงสานต่อกิจการของตระกูลมาโดยตลอด แต่เมื่อคุณทีมและคุณแท็ปได้เริ่มตั้งคำถามต่อตนเองว่า “ทำไมจะไม่ลองดู” ทั้งสองจึงหันกลับเข้ามามองความถนัดในตัวเอง ก่อนจะตกตะกอนออกมาเป็นธุรกิจ 2 ด้านที่แตกต่างกันไปตามความสนใจส่วนตัว “ทีมชอบด้านไลฟ์สไตล์ แฟชั่นและศิลปะ บวกกับเมื่อเรียนจบที่พาร์สันแล้วมาเรียนต่อมาร์เก็ตติ้งที่ลอนดอน เลยพยายามจะนำความรู้ที่ได้เรียนมาทำธุรกิจว่าควรจะเป็นอะไรดี ไล่ไปทีละอย่าง จนมาเจอว่าเราเป็นคนชอบไลฟ์สไตล์การกินเที่ยว คนสมัยใหม่ตอนนี้ก็อยู่ในไลฟ์สไตล์แบบนี้กันเยอะขึ้น เลยอยากทำตรงนี้ให้เป็นธุรกิจ เพื่อที่ตัวเราจะได้เอ็นจอยด้วย สรุปเลยมาลงตัวที่ธุรกิจ hospitality ค่ะ”

พี่สาวสร้างธุรกิจจากความสนใจ ฟากน้องชายคิดจากสิ่งที่เขาได้ซึมซับมาตลอดชั่วชีวิตนั่นก็คือการได้เห็นคุณแม่ทำงานไม่เคยหยุดนิ่ง ทำให้เขาตัดสินใจทันทีแม้จะเพิ่งเรียนจบปริญญาตรีด้านแมเนจเมนต์เมื่อวานนี้ แต่ในอีก 6 เดือนข้างหน้า คุณแท็ปจะไปเรียนต่อปริญญาโทด้านพลังงานมาเสริมความรู้ในการทำธุรกิจของตน “ผมมองว่าประเทศไทยมีคนส่งพลังงานมาให้ไม่กี่เจ้า เราจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งซึ่งทำให้คนไทยได้มีงานทำและได้สร้างประโยชน์ให้ประเทศด้วย ผมรู้สึกว่าเป็นงานที่ท้าทายมาก ต้องเจรจาธุรกิจกับหลายประเทศ แรกๆคุณแม่ให้ไปประชุมเป็นเพื่อน แต่ได้ยินแว่วๆมาว่าอาทิตย์หน้าจะให้ผมฉายเดี่ยวนะครับ”

ความสำเร็จที่คนรุ่นก่อนหน้าสร้างไว้ในแง่หนึ่งเป็นความเป็นภูมิใจ แต่ก็เป็นแรงกดดันให้เราสร้างความภาคภูมิใจของตัวเองซึ่งจริงๆแล้วเป็นข้อดี เพราะชีวิตถ้าไม่มีแรงกดดันอะไรเลยคงจะชิลเกิน เป็นสาเหตุหนึ่งด้วยที่เราอยากออกมาทำธุรกิจเอง

“เราอยากจะเป็นรุ่นแรกที่สร้างธุรกิจเอง เราจะได้ภูมิใจ ได้รู้สึกถึงการมีจุดมุ่งหมาย ซึ่งเป้าหมายที่เราตั้งไว้ถ้าวัดเป็นระดับจาก 0 ถึง 10 ผมคิดว่าเราตั้งไว้ที่ 10 เลย เพราะเมื่อเราทำแล้วก็อยากจะทำให้ดีที่สุด แล้วเราก็เป็นรุ่นแรกของตระกูลที่ทำธุรกิจเองก็อยากสร้างรากฐานไว้ให้เจเนอเรชั่นต่อไปให้เหมือนคุณพ่อและคุณปู่ทำไว้ เราโตมาในครอบครัวนี้เลยมองคุณปู่เป็นไอดอลมาตลอด ท่านเป็นต้นแบบทุกๆอย่างในชีวิต ทั้งการทำงาน การบริหาร การสร้างคนและสร้างธุรกิจ ความจริงจัง ความดี น่าทึ่งว่าคุณปู่ทั้งหมดนี้ได้ยังไง แต่ในทางกลับกันก็เป็นแรงผลักดันว่าแล้วทำไมเราจะทำไม่ได้ ยิ่งเรามีต้นทุนที่ดี ฉะนั้นถ้าถามว่าตั้งเป้าหมายในการทำงานไว้แค่ไหน เราอยากให้ถึง 10 เพราะไม่มีเหตุผลที่เราไม่ไปให้สุดทาง”

ด้วยจิตใจอันเปี่ยมไปด้วยความุ่งมั่นและแนวคิดที่ถูกบ่มเพาะจากพื้นฐานของครอบครัวและการศึกษาที่แข็งแรง HELLO! เชื่อว่าอีกไม่นานเกินรอเราคงได้มีโอกาสเห็นทั้งสองเป็นบุคคลคุณภาพชั้นนำที่สร้างชื่อเสียงในระดับประเทศและระดับโลกได้อย่างแน่นอน