รู้จักกับนักเขียนชื่อดัง ‘ทมยันตี’ ในฐานะผู้สร้างล้านนาเทวาลัย
รู้จักกับนักเขียนชื่อดัง ‘ทมยันตี’ ในฐานะผู้สร้างล้านนาเทวาลัย
View Gallery
Celebrity News

รู้จักกับนักเขียนชื่อดัง ‘ทมยันตี’ ในฐานะผู้สร้างล้านนาเทวาลัย

‘คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์’ เคยกล่าวว่า ‘ก่อนตายจะสร้างเทวาลัยถวาย’ จนเฉียดตายถึงนึกได้ว่า ‘คนนับถือเทพต้องมีสัตยะ!!’

นักเขียนชั้นครูผู้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พ.ศ. 2555 ‘คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์’ หรือที่รู้จักกันในนามปากกาว่า ‘ทมยันตี’ ในฐานะผู้สร้าง ‘ล้านนาเทวาลัย’ โดยหวังใจว่าจะใช้เป็นนิวาสสถานแห่งสุดท้ายยามบั้นปลายชีวิต และจะใช้เป็นที่พักผ่อนชั่วนิจนิรันดร์ของตัวเองในภายภาคหน้า

ผลงานการเขียนภายใต้นามปากกา ทมยันตี

การเอ่ยถึง ‘ความตาย’ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนทางความรู้สึกที่พึงระวังในการสนทนากัน แต่สำหรับคุณทมยันตีแล้วละก็ ความตายเป็นสัจธรรมของสตรีผู้ผ่านมรสุมชีวิตมาลูกแล้วลูกเล่าท่านนี้ ด้วยเหตุนี้ ณ ที่แห่งนี้จึงมีการเตรียมสถานที่ฝังอัฐิของคุณทมยันตีไว้เรียบร้อยแล้ว

ล้านนาเทวาลัยดูเงียบสงบ ยินเพียงเสียงเพลงบรรเลงชุดนิพพานของ อ.จำรัส เศวตาภรณ์ ขับกล่อมเบาๆพาให้รู้สึกจิตนิ่งใจสงบขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว “ดิฉันเป็นโรคเส้นโลหิตในสมองตีบไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวเองเส้นโลหิตเริ่มตีบ คิดว่าแค่อดนอนแล้วตื่นเช้าเลยปวดหัว วันนั้นตั้งใจจะไปเที่ยวเพชรบูรณ์กับลูกชาย พอเช้าลูกออกไปทำงาน ดิฉันรู้สึกคล้ายจะเป็นลมที่บ้านเลยหามส่งโรงพยาบาล หมอยังคิดว่าพักผ่อนน้อยแต่ขอให้แอดมิต เพื่อรอดูอาการให้แน่ใจ พอเช้าวันรุ่งขึ้นคุณหมอมาตรวจอีกรอบ เห็นความผิดปกติเลยส่งไปเข้า MRI ถึงได้ทราบว่าเส้นโลหิตตีบ โชคดีที่ดิฉันอยู่โรงพยาบาล ไม่อย่างนั้นกว่าจะถึงโรงพยาบาลอาจเส้นโลหิตในสมองแตกได้” ครั้งนั้นคุณทมยันตีน้ำหนักลดฮวบไปถึง 11 กิโลกรัมเท่าจำนวนวันที่อยู่โรงพยาบาลพอดี เพราะเมื่อถูกจำกัดรสชาติอาหาร จึงกินได้วันละ 7 ช้อนชา แม้ว่าคุณหมอจะขอให้กินอย่างน้อยวันละ 7 ช้อนโต๊ะก็ตาม”

เจ็บหนักครานี้ทำให้คุณทมยันตีฉุกนึกถึงสัจจะวาจาที่เคยให้ไว้ต่อหน้าเทวรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ตัวเองนับถือบูชาขึ้นมาได้ “เมื่อก่อนที่บ้านลาดพร้าว กรุงเทพฯ คนมากดออดหน้าบ้านแทบทุกวันขอเข้ามาไหว้ท่าน พอคนก้มลงกราบ เจ้าโบ้บางแก้วตัวร้ายก็งับเข้าให้ งับเขาที เราก็เสียหมื่นนึง เลยอธิษฐานบอกท่านว่า ‘ก่อนตายจะสร้างเทวาลัยถวาย’ ตอนนี้จวนตายก็นึกขึ้นมาได้ คนนับถือเทพต้องมีสัตยะ” นี่คือจุดเริ่มต้นของล้านนาเทวาลัยที่คุณทมยันตีตั้งใจสร้างขึ้นเพื่ออัญเชิญเทพและเทวรูปที่นับถือบูชาอยู่ในห้องพระที่บ้านมาประดิษฐานไว้

‘คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์’ หรือที่รู้จักกันในนามปากกาว่า ‘ทมยันตี’ และลูกชาย‘คุณยอด- กุณฑล ศิริไพบูลย์’

กว่าจะเห็นเป็นเทวาลัยตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเราอย่างในขณะนี้ ‘คุณยอด- กุณฑล ศิริไพบูลย์’ ลูกชายเล่าว่า “จากตอนแรกที่คิดว่าจะสร้างเล็กๆ ก็กลายเป็นมีส่วนที่เป็นเทวาลัยอันเป็นที่ประทับของหมู่เทพ คือหออวันติ สวรา กับหอสัตยาธิษฐาน หรือหอพระไว้กราบไหว้อธิษฐาน และส่วนหนึ่งจัดเป็นพิพิธภัณฑ์เล็กๆแสดงของหายาก”

คุณทมยันตีกล่าวเสริมขึ้นว่า “วันแรกที่ไปเห็นดรอว์อิ้งรูปเทวาลัยสไตล์ล้านนาแท้ๆศาลาสวยมาก แต่ไม่รู้จะใหญ่ขนาดไหน แล้วอาจารย์(อดุลย์ เหรัญญะ นายกสมาคมสถาปนิกล้านนา)ยังบอกให้ขุดคูน้ำล้อมรอบเหมือนเมืองในญี่ปุ่น อาจารย์ว่าไง ดิฉันก็ว่าตามกัน เพราะออกแบบได้สวยมากจนดิฉันยอมหมดตัว”

‘อวันติ สวรา ล้านนาเทวาลัย’ เป็นชื่อที่คุณทมยันตีนำมาจากหนึ่งในชื่อซากเทวาลัยแฝดที่ยังหลงเหลืออยู่ในเมืองอวันตี ปุระ ซึ่งเป็นเมืองโบราณใกล้แคว้นแคชเมียร์...การนับถือเทพเทวดาไม่ใช่สักแต่กราบไหว้บูชาแล้วก็ขอในสิ่งที่ปรารถนาเท่านั้น “ในเมื่อเทวดามีศีล คุณเองก็ต้องปฏิบัติศีลให้ได้ ศีลข้อแรกก็คือการมีสัจจะ เมื่อคุณขออะไรจากท่านแล้วตั้งสัจจะว่าจะนำอะไรมาถวายหรือจะทรงศีลใดให้มั่นก็ต้องปฏิบัติตามนั้น”

จุดหมายปลายทางชีวิต

ทุกวันนี้คุณทมยันตีใช้ชีวิตอยู่ที่ล้านนาเทวาลัยตลอด นอกจากช่วงที่ต้องลงมากรุงเทพฯ เพื่อพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามอาการเส้นโลหิตในสมองตีบ คุณทมยันตีไม่กินเนื้อวัวมาตั้งแต่เด็ก ต่อมาเห็นรถขนหมูและเห็นหมูถูกแขวนที่เขียงหมูในตลาดสดก็พลอยกินไม่ลง แต่ยังคงกินปลาบ้างแต่ก็ต้องตัดหัวปลาทิ้งก่อน ไม่อย่างนั้นถ้าต้องสบตาปลาขณะกินแล้วจะรู้สึกผิด

ดิฉันรู้ตัวแล้วว่าเราเดินทางมาถึงวาระสุดท้ายของชีวิตแล้ว คนใกล้ตายรู้ตัวทุกคนนะ ยิ่งใครที่มรณานุสติเป็นประจำสังเกตลมหายใจตัวเองก็รู้เมื่อไหร่ที่ลมหายใจออกยาวกว่า ส่วนลมหายใจเข้าก็สั้นลงๆคงเป็นตอนที่ดิฉันคว่ำจอมศาสดาหน้าสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว

ถึงตอนนั้นดิฉันคงจากโลกนี้ไปอย่างสงบเพราะภารกิจทุกอย่างได้เสร็จสมดั่งใจหมาย ได้เขียนนิยายเรื่องสุดท้ายจบสมบูรณ์ได้สร้างเทวาลัยให้คนนั่งปรับทุกข์กับเทวดา ความจริงคือการปรับทุกข์กับพลังงานสูงสุดในจักรวาล กับแสงสว่างในหัวใจตัวเองเพราะมนุษย์ก็คือผู้มีแสงสว่างในหัวใจไม่ซ้ำเติมความทุกข์ของผู้อื่น เพราะหากวันใดที่เราทุกข์อย่างเขา ถ้ามีมือยื่นมา มีน้ำคำ น้ำใจปลอบประโลมหัวใจให้ลุกขึ้นสู้อีกครั้ง ขอให้ทุกคนเป็นมนุษย์ที่แท้อย่างที่ท่านพุทธทาสสอน ‘จงเป็นมนุษย์ที่แท้ อย่าเป็นอมนุษย์ทั้งหลาย’

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่สตรีผู้นี้ตั้งใจทำด้วยแรงศรัทธาและการยึดมั่นในคำสัญญา

..........................................................................................................

ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ที่ นิตยสารเฮลโล ฉบับวันที่ 8 มิถุนายน 2560

หรือ https://shop.burdathailand.com/

http://www.ookbee.com/Shop/Issue?magid=HELLO

Cr.Photos : ภูมิ นริศชาติ