มอง ‘ความรัก’ จากชีวิตสาวสมบูรณ์แบบ ‘ซูซี่ หทัยเทพ ธีระธาดา’
มอง ‘ความรัก’ จากชีวิตสาวสมบูรณ์แบบ ‘ซูซี่ หทัยเทพ ธีระธาดา’
View Gallery
Celebrity News

มอง ‘ความรัก’ จากชีวิตสาวสมบูรณ์แบบ ‘ซูซี่ หทัยเทพ ธีระธาดา’

"ความรักเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ดิฉันรู้สึกสดชื่น" คุณซูซี่เผยเคล็ดลับเอาชนะความทุกข์ และความโรยราแห่งวัย 73 กะรัต

เมื่อพูดถึงเหล่าสไตล์ไอคอน หรือบุคคลที่มีบุคลิก ความคิด และไลฟ์สไตล์โดดเด่น น่าคอยจับตามอง เรามักจะเล่าขานพวกเขาได้ทุกยุคสมัยไม่ว่ากาลเวลาจะผันผ่านไปสักเพียงใด ซึ่งในแวดวงสาวสังคมไทยก็มีสาวงามอยู่ท่านหนึ่ง ที่พอจะเรียกได้ว่าเป็นตำนานได้อย่างเต็มปาก ด้วยวัย 73 ปี การณ์ปรากฏว่า คุณซูซี่ หทัยเทพ ธีระธาดา ยิ่งทวีความงามมากขึ้นทุกคืนวัน กระฉับกระเฉงและที่สำคัญยังมี "ความรัก" กับชายหนุ่มที่อ่อนวัยให้กระชุ่มกระชวยหัวใจในทุกๆ วัน! เธอเปิดใจกับ Hello! ว่ายังมีเรื่องความรักอีกมากมายที่เธอให้ความใส่ใจ พร้อมประกอบเป็นความสุขสมบูรณ์แบบในทุกวันได้อย่างลงตัว

รักสวยรักงาม

"ดิฉันเป็นคนรักสวยรักงามตั้งแต่เด็ก คุณพ่อคุณแม่ (คุณมั่น-คุณประวัติ ศิริจรรยา) ก็ตามใจ ชอบให้ลูกแต่งตัว โดยเฉพาะคุณแม่ชอบให้แต่งตัวตามสีประจำวัน" คุณซูซี่บอกกับ Hello! ด้วยรอยยิ้มหวาน ในคฤหาสน์หลังงาม เธอสวมแจ็คเก็ตและกางเกงรัดรูปลายหนังงูของ Roberto Cavalli แบรนด์โปรดและเป็นลายหนังของสัตว์ที่เธอชื่นชอบ เล่าต่อว่าตอนเด็กคุณพ่อของคุณซูซี่เป็นเอเย่นต์จำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผม ส่วนคุณแม่ก็มีโรงเรียนสอนทำผม เหตุนี้เธอจึงคอยซึมซับและกลายเป็นกูรูเรื่องความสวยความงาม สร้างสไตล์ให้ตัวเองโดดเด่นไม่เหมือนใครมาตั้งแต่วัยเยาว์ ปัจจุบันเราเห็นคุณซูซี่ปรากฏตัวในงานสำคัญต่างๆ อย่างโดดเด่นทุกครั้ง ไม่ใช่เเค่เสื้อผ้าที่เธอบรรจงเลือกมาให้สวยอลังการ ใบหน้า ผิวพรรณ และรูปร่างยังสวยเปล่งปลั่งอ่อนกว่าวัยเสมอ "คุณพ่อพูดให้ฟังว่าทองดีสำหรับผิวนะ มีบ่อยครั้งที่ดิฉันเอาทองคำเปลวมาแปะหน้าตัวเอง แล้วนวดจนซึมเข้าสู่ผิว เพราะฉะนั้นพอมีนวัตกรรมให้ร้อยทองบนใบหน้า ก็เลยเลือกร้อยทอง ไม่ใช่ร้อยไหมซึ่งเรากลัวว่าจะไปเน่าข้างใน" คุณซูซี่เผยถึงเคล็ดลับความงามด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ผิวหนังอย่างตรงไปตรงมา เธอเลือกปรนนิบัติผิวแบบไม่ตามกระแส แต่เอาใจใส่กับสภาพผิวตัวเองเป็นหลัก "กระบวนการร้อยก็เป็นการร้อยเส้นทองซึ่งบางเฉียบเหมือนเส้นผมเลย แล้วก็ค่อยๆสานจนทั่วใบหน้า ระหว่างที่ทำก็ไม่รู้เรื่อง แต่ก็รู้สึกเจ็บเหมือนกัน ใช้เวลาทำประมาณชั่วโมงกว่าๆ ทว่าพอฟื้นขึ้นมาก็หายเจ็บ แต่ทีนี้พอจะเดินทางก็กลัวเหมือนกันว่าเครื่องตรวจจับโลหะจะร้องไหม เพราะเราร้อยไว้ถี่ๆ เยอะมากจนเหมือนหน้ากากทองเลย ก็จะพกฟิล์มเอ็กซ์เรย์ที่ถ่ายเก็บเอาไว้ไปด้วย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดู" สำหรับเรื่องรูปร่าง คุณซูซี่บอกเราว่า เธอไม่นิยมการดูดไขมัน เนื่องจากเกรงอันตราย "ดิฉันเชื่อในการออกกำลังกายมากกว่า ประกอบกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ต้องถึงกับรับประทานแต่ Clean Food เนื่องจากดิฉันยังคงตามใจปากตัวเอง แต่ทานให้พอดีให้รู้ว่าทานแล้วนะ ถือคติว่าถ้ายังมีชีวิตอยู่อะไรที่ทานได้ก็ทาน เพราะเมื่อวันหนึ่งที่เราไม่อยู่แล้ว ต่อให้เอาของชอบมาวางไว้หน้าศพเรา ก็ทานไม่ได้ อย่าคิดว่าเราทานได้ เพราะฉะนั้นอะไรที่เอ็นจอยได้ก็เอ็นจอยเสีย แต่ระวังอย่าให้มากจนเกินไป "

ถ้าร่างกายแข็งแรงสดชื่นกระปรี้กระเปร่า หน้าตาก็สดชื่นไปด้วย... "ลูกชายบอกว่าให้ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 40 นาที ถึงจะได้ผล ซึ่งดิฉันก็จะเดินสายพานไปเรื่อยๆ ส่วนตอนเย็นก็จะให้พีที (Personal Trainer) มาดูแลให้ เหตุผลที่ต้องมีก็เพราะเราอายุมากแล้ว เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และออกกำลังแบบถูกต้อง จะให้เขาจัดให้ว่าวันนี้เราควรเล่นอะไรอย่างไร บางสัปดาห์ก็เล่นโยคะ เพื่อยืดเส้น เพราะว่าพอออกกำลังกายมากๆ เข้าเส้นจะแข็งและยึด ถ้าหากมีเวลาจะไปนวด เพื่อคลายเส้นแล้วก็เป็นการรีแล็กซ์" ก่อนนอนแน่นอนต้องบำรุงผิว อย่าคิดแค่ว่าหน้าสวย แล้วตัวไม่ต้องสวย หน้าตึงแต่ตัวเหี่ยวมันไปกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นก่อนนอนต้องประโคมทาครีมบำรุงผิวเพื่อเป็นการให้อาหารผิว แม้ว่าจะกลับดึกแค่ไหนคุณซู่ซี่ก็ต้องอาบน้ำล้างหน้า อาจจะคิดว่าเราไม่ได้เปื้อนฝุ่นอะไรมาก ไม่มีเหงื่อเพราะอยู่แต่ในห้องแอร์ แล้วกลับถึงบ้านเข้านอนเลย ไม่ได้ "คุณพ่อคุณแม่สอนดิฉันแต่ไหนแต่ไรว่า ก่อนนอนต้องอาบน้ำล้างหน้าล้างเท้าให้สะอาด และต้องดื่มน้ำ มีบางคนกลัวว่าดื่มก่อนนอนแล้วต้องลุกมาเข้าห้องน้ำ ขอบอกว่าดื่มเถอะค่ะ เพราะผิวพรรณเราขาดน้ำไม่ได้"

ช่วงเวลาแสนสุขของคุณซูซี่ คุณดอน และลูกสะใภ้

รักครอบครัว

ช่วงชีวิตหนึ่งคุณซูซี่ใช้ชีวิตเป็นเวิร์คกิ้งวูแมนคุณแม่ลูกสองที่อเมริกาอย่างสุขสบาย เรียบง่าย ไม่หวือหวา เวลาอยู่บ้านใส่กางเกงยีนส์ เช้าวันที่ไม่ไปทำงานก็นั่งเล็มต้นไม้ แล้วก็ออกไปทานข้าวดูหนังกับครอบครัว แต่เรื่องรักสวยรักงามเข้าขั้นเฟอร์เฟคชั่นนิสต์ก็ยังไม่ทิ้งหาย เพียงแต่ถ่ายเทไปให้ลูกทั้งสองอย่างเต็มที่ "วันหยุดที่นั่นดิฉันจะนึกถึงแต่ลูกชอบพาลูก (คุณดุ๊ก-ภราไดย และ คุณดอน ธีระธาดา) ไปขี่ม้า ทานไอศกรีม เรียนเทควันโด อยากจะเดินทางดิฉันก็เดินทาง อยากจะนั่งลงตรงไหนก็นั่ง ไม่ต้องมีพิธีรีตรอง ไม่ต้องมานั่งคิดว่าวันนี้ฉันจะใส่แบรนด์อะไรแต่กับลูกยอมรับว่าสปอยล์ไปมาก เพราะชอบให้ลูกใช้ของแบรนด์เนม ซื้อนาฬิกาแพงๆ ให้เขาใส่ไปโรงเรียน คือคิฉันชอบที่จะเห็นลูกแต่งตัวดีเสมอเหมือนตอนที่คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงดิฉันมา ถึงกระนั้นเธอก็มีวิธีส่งมอบของเหล่านี้ให้ลูกไม่รู้สึกเคยชินกันการได้มา "เวลาที่ให้ของทุกชิ้นกับลูกดิฉันจะสอนว่าถ้าลูกต้องการใช้ของดี มีชีวิตที่ดีแบบนี้ก็ต้องขยันเรียน โตขึ้นก็ต้องขยันและตั้งใจทำงานจะได้ใช้ชีวิตแบบนี้ตลอดไป" ซึ่งก็ได้ผลปัจจุบันลูกทั้งสองมีหน้าที่การงานที่ดีทุกคน คุณดุ๊ก-ภราไดย ดำรงตำแหน่งเป็น CEO ของดีแทค ส่วน คุณดอนเป็นนักแสดงและใช้ชีวิตหลังแต่งงานที่อเมริกากับภรรยาสาว มีมี่ ลานนี นูเหวน ส่วนสาเหตุคุณซูซี่ตัดสินใจทิ้งชีวิตอันแสนสบายข้างต้น ก็เพื่อกลับเมืองไทยดูแลคุณแม่ซึ่งอายุมากแล้วในตอนนั้น "คนเราเกิดมาถ้าไม่รู้จักกตัญญู จะเจริญได้อย่างไร" เธอบอกกับเราว่าไม่ใช่เรื่องตัดสินใจยากเมื่อนึกถึงความกตัญญูเป็นหลักการใช้ชีวิต

รักการให้

อีกมุมหนึ่งคุณซูซี่ก็ให้ความสำคัญกับการขจัดความเครียด ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ผู้หญิงสวยน้อยลง "ถ้าจะบอกว่าวันๆ หนึ่งไม่เครียดเลยเป็นไปไม่ได้ แต่เราจะกำจัดความเครียดได้อย่างไร การสวดมนต์ไหว้พระเพื่อให้จิตใจสงบ ก็ทำให้คลายเครียดไปได้บ้าง โดยมากดิฉันจะชอบเข้าวัดทำบุญ แล้วก็ทำทานด้วยการแบ่งปันให้เพื่อนมนุษย์และสัตว์ เช่นให้อาหารปลา ไม่ก็ให้ทุนการศึกษาเด็ก ดิฉันเชื่อว่าน้ำเมื่อดื่มนานๆเข้าก็หมดถ้วย เหมือนบุญของเรา ถ้าเราใช้บุญตลอดเวลาโดยไม่เติมบุญก็หมด เพราะเมื่อถึงวันหนึ่งกรรมตามทัน คุณอาจวิ่งหนีกรรมไม่พ้น และเราเป็นคนที่ไม่ชอบทำบุญกับวัดใหญ่โต แต่จะเสาะหาวัดที่ยากจน โรงเรียนที่ขาดแคลนจริงๆ ไม่จำเป็นต้องทำบุญเอาหน้าว่าฉันทำบุญเท่านี้นะ คุณอาจจะได้หน้า แต่บุญคุณได้หรือไม่ ดิฉันยังสงสัย" ถึงมีคนขับรถพาไปไหนมาไหน คุณซูซี่ก็ไม่ลืมมอบทิป รปภ.หรือเด็กรับรถที่ได้เจอเป็นประจำ "หยิบยื่นให้เขาเถอะเล็กๆน้อยๆ ยี่สิบบาทบ้าง ห้าสิบบาทบ้าง เราอาจจะคิดว่านิดเดียว แต่สำหรับพวกเขามีค่ามาก บางทีเขาต้องเลี้ยงทั้งครอบครัวด้วยเงินเดือนเพียงนิดเดียว"

รักต่างวัย

หากจะบอกว่าคุณซูซี่เป็นกูรูเรื่อง 'ความรัก' น่าจะไม่ผิดนัก เธอมีความรักมาโดยตลอด และไม่เคยเข็ดเขี้ยวกับมัน "ความรักเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ดิฉันรู้สึกสดชื่น ก็เหมือนกับดอกไม้ที่ต้องการน้ำค้าง ถ้าหากเรามีคนที่รักอยู่เคียงข้างแล้วคอยพรมน้ำให้เราตลอดเวลา หมายถึงไม่มีเรื่องอะไรที่ทำให้ปวดหัว อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขมันก็เป็นความสุขทางใจที่ทำให้เราเบิกบาน ต่อให้คุณผจญกับอะไรก็ตาม ข้อสำคัญคุณต้องรักตัวเองมากที่สุด อย่ารักคนอื่นจนกระทั่งเขาทำให้คุณผิดหวัง แล้วจมอยู่กับความทุกข์ ถ้าคุณอยู่กับความทุกข์คุณจำไว้เลยว่าคุณจะไม่สวย คุณอยากสวยไหม ถ้าอยากสวยคุณอย่าทุกข์" เราถามคุณซูซี่เรื่องที่เธอคบแฟนเด็กกว่ามาตลอดว่าสเปคส่วนตัวของเธอหรือไม่ คุณซูซี่ยิ้มมุมปากนิดๆ ตอนที่กำลังนึกย้อนไปตั้งแต่ความรักครั้งแรกๆ "ก็สงสัยตัวเองเหมือนกันนะ (ยิ้ม) เพราะคุณพ่อของคุณดุ๊กคุณดอน (คุณจิรทัต ธีระธาดา) ก็เด็กกว่าเรา ทุกคนที่มาจีบเด็กกว่าเราหมดเลย อาจเป็นเพราะเวลาเราอยู่กับผู้ใหญ่ ดิฉันจะเรียบร้อย มีมารยาท ไม่กระโดกกระเดก ทำให้ไม่มีใครกล้าจีบ เพราะเราไม่ให้ท่า แต่กับเด็กเราไม่รู้หรอกว่าเขาจะมาเป็นแฟนเรา เพราะเราก็พูดคุยเฮฮาสนุกสนาน ก็ค่อยๆผูกพัน ไม่ใช่ว่าเราจะจงใจเลือกแต่เด็กเท่านั้น นอกจากนี้ดิฉันยังไม่เคยต้องหลอกใครว่าฉันยังสาว ไม่ใช่ว่าฉันเจอคนที่อ่อนกว่าฉัน แล้วขอฉันลดอายุตัวเองสักสิบปี ไม่มีเลย ฉันอายุเท่านี้ เธอจะคบไหม เธอปลื้มฉัน ฉันอายุเท่านี้แล้ว เธอปลื้มไหม เท่านั้นจบ"

..........................................................................................................

ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ที่ นิตยสารเฮลโล ฉบับวันที่ 16 มีนาคม 2560

หรือ https://shop.burdathailand.com/