‘โอปราห์ วินฟรีย์’ เผยชีวิตวัยเด็กสุดรันทด ! สู่สตรีผู้ทรงอิทธิพล
‘โอปราห์ วินฟรีย์’ เผยชีวิตวัยเด็กสุดรันทด ! สู่สตรีผู้ทรงอิทธิพล
View Gallery
Celebrity News

‘โอปราห์ วินฟรีย์’ เผยชีวิตวัยเด็กสุดรันทด ! สู่สตรีผู้ทรงอิทธิพล

‘ปัญหามา ปัญญามี’ แรงบันดาลใจจากชีวิตวัยเด็กของ ‘โอปราห์ วินฟรีย์’

โอปราห์ วินฟรีย์กล่าวไว้ว่า “เปลี่ยนบาดแผลที่มีให้เป็นสติปัญญา” สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งรายการทอล์กโชว์ได้ใช้ชีวิตที่ผ่านเรื่องราวมากมายของเธอทำในสิ่งที่เธอได้กล่าวเอาไว้ แม้คำกล่าวนี้จะฟังดูลึกล้ำแต่บาดแผลในชีวิตของเธอบาดลึกไปกว่านั้น บาดแผลที่เธอใช้เวลาตลอดชีวิตพยายามก้าวข้ามมันไป และกลายเป็นหนึ่งในบรรดาบุคคลผู้มีชื่อเสียงที่สุดของสหรัฐอเมริกา และเป็นหนึ่งในนักการกุศลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก

โอปราห์ วินฟรีย์ ในวัยเด็ก

โอปราห์เป็นลูกสาวที่เกิดจากแม่วัยรุ่น และใช้ชีวิตช่วงวัยเยาว์ที่ฟาร์มของตายายในรัฐมิสซิสซิปปี โดยที่แม่ของเธอเดินทางไปหางานในรัฐทางทิศเหนือ โอปราห์ได้รับการเลี้ยงดูแบบโบราณและมียายที่เข้มงวด “ฉันถูกทุบตีเป็นประจำ” โอปราห์ย้อนความหลัง แต่ถึงกระนั้นยายก็สอนหลานสาวคนนี้ให้อ่านหนังสือออกตั้งแต่ยังเด็ก เมื่ออายุเพียง 3 ขวบ โอปราห์ก็สามารถท่องกลอนและคำสอนในพระคัมภีร์ไบเบิลที่โบสถ์ในละแวกบ้านได้แล้วแต่พออายุได้ 6 ขวบ โลกของโอปราห์ก็กลับพลิกผันและปวดร้าว เมื่อเธอถูกส่งไปอยู่กับแม่ซึ่งหางานเป็นแม่บ้านได้ในเมืองมิลวอกี ระหว่างที่แม่ออกจากที่พักซึ่งเป็นอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ภายในเมือง เด็กหญิงโอปราห์ก็ถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยญาติที่เป็นผู้ชายและคนอื่นๆการล่วงละเมิดที่เกิดขึ้นในช่วงอายุ 9 - 13 ปี สร้างความเจ็บปวดรวดร้าวยิ่งนัก หลังจากพบว่าตนเองตั้งครรภ์โอปราห์ก็เดินทางไปเมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี เพื่อไปอยู่กับพ่อของเธอ แต่ลูกในท้องของเธอก็ตายหลังจากลืมตาออกมาดูโลกได้เพียง 2 สัปดาห์

โอปราห์ วินฟรีย์ ในพิธีรับปริญญาที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

นอกเหนือไปจากความเศร้าสะเทือนใจ โอปราห์และเวอร์นอนผู้เป็นพ่อมองว่า นี่เป็นโอกาสครั้งที่สอง พ่อของเธอเป็นคนมีวินัยและได้มอบชีวิตที่มั่นคงปลอดภัยให้กับลูกสาว “พ่อเข้มงวดมาก” โอปราห์กล่าว “พ่อเป็นห่วงอยากจะให้ฉันทำชีวิตให้ดีที่สุด และจะไม่ยอมรับอะไรทั้งนั้นถ้าพ่อคิดว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับฉัน” ชีวิตของโอปราห์ดีขึ้น และได้เป็นนักเรียนดีเด่นตอนอายุ 17 ปี เธอได้รับตำแหน่งนางงามผิวสีของรัฐเทนเนสซี และได้รับข้อเสนอให้ทำงานออกอากาศที่สถานีวิทยุแนชวิลล์ และได้รับทุนการศึกษาแบบเต็มจำนวนจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเทนเนสซี หลังจากจบการศึกษาโอปราห์ก็เริ่มงานรายการโทรทัศน์ Baltimore is Calling ในปี 1984 เธอย้ายไปอยู่ในชิคาโก รับหน้าที่พิธีกรรายการโทรทัศน์ A.M. Chicago ซึ่งได้รับความนิยม จนในอีก 3 เดือนหลังจากนั้นก็ได้เปลี่ยนชื่อรายการเป็นThe Oprah Winfrey Show

แม้จะผ่านความเจ็บปวดรวดร้าวในชีวิต แต่โอปราห์ก็ผ่านพ้นมาได้และประสบความสำเร็จ เธอกล่าวว่าเธอรู้สึกขอบคุณกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น “ฉันอาจจะไม่ได้อะไรจากสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต ฉันรู้สึกขอบคุณช่วงชีวิตที่แร้นแค้น เพราะมันส่งผลให้เกิดความสร้างสรรค์และสร้างความสำเร็จ ซึ่งส่งผลที่ดีมากสำหรับฉัน”

โอปราห์และเด็กๆจากมูลนิธิสำหรับเด็กผู้หญิง The Oprah Winfrey Leadership Academyfor Girls

ผลจากความสำเร็จที่ดีที่สุดสำหรับโอปราห์ก็คือการช่วยเหลือผู้อื่น เธอได้ก่อตั้งมูลนิธิสำหรับเด็กผู้หญิง The Oprah Winfrey Leadership Academy for Girls ทางตอนใต้ของเมืองโยฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ เพื่อช่วยเหลือเด็กหญิงด้อยโอกาส ในปี 1998 โอปราห์ได้ก่อตั้ง The Oprah’s Angel Network เพื่อสนับสนุนโครงการเพื่อการกุศลและมอบทุนให้กับองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไรทั่วโลก ในปี 2012 โอปราห์ได้มอบเงิน 400 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อการศึกษา “ฉันคิดว่าเราไม่อาจหยุดช่วยเหลือกันได้หรอก” เธอกล่าว “ฉันทำไม่ได้แน่ๆ และฉันคิดว่าต้องทำไปเรื่อยๆ และมันต้องไม่ใช่เพียงแค่การเซ็นเช็คจ่ายเงินเท่านั้น แต่เราต้องสามารถเข้าถึงชีวิตของพวกเขาได้ด้วย”

โอปราห์ วินฟรีย์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งรายการทอล์กโชว์