‘เจี๊ยบ- โสภิตนภา’ กับเรื่องรักราวแรกพบ ‘เบียร์ – ธิตินันท์ ชุ่มภาณี’
‘เจี๊ยบ- โสภิตนภา’ กับเรื่องรักราวแรกพบ ‘เบียร์ – ธิตินันท์ ชุ่มภาณี’
Celebrity News

‘เจี๊ยบ- โสภิตนภา’ กับเรื่องรักราวแรกพบ ‘เบียร์ – ธิตินันท์ ชุ่มภาณี’

เส้นทางความรัก 14 ปี สุดโรแมนติกและอบอุ่นหัวใจ ของผู้จัดละครคนสวยของเมืองไทย

สาวสวยร่างระหงตัดผมสั้นเนี้ยบกริบสวมเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์ดูทะมัดทะแมง ยืนสั่งการในกองถ่ายละครที่เธอเป็นผู้จัดด้วยอารมณ์แจ่มใส ความกระฉับกระเฉงที่มาจากการชกมวยสัปดาห์ละหลายชั่วโมง ทำให้เธอดูสดใสอ่อนกว่าวัย และเมื่อได้เวลาเลิกกองไม่ว่า คุณเจี๊ยบ- โสภิตนภา ชุ่มภาณี จะกลับถึงบ้านดึกแค่ไหนก็ตาม เธอก็ยังจะต้องทำคุ้กกี้ให้น้องเบเน่ - อภินันท์ ชุ่มภาณี ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เพราะว่าลูกชายไม่ชอบกินขนมนอกบ้าน ยกเว้นขนมที่คุณแม่ทำให้เท่านั้น และดูแลความเรียบร้อยภายในบ้านตามประสาแม่บ้านที่ดี ด้วยความสวยครบเครื่องแบบนี้เธอถึงสามารถกำหัวใจ คุณเบียร์ -ธิตินันท์ ชุ่มภาณี ผู้เป็นสามีได้อยู่หมัด

เราเห็น คุณเจี๊ยบ - โสภิตนภา เป็นประจำในหน้าจอโทรทัศน์และภาพยนตร์มา มากกว่า 10 ปี ในฐานะนักแสดงคุณภาพ ซึ่งอีกด้านหนึ่งของชีวิตสาวเก่งคนนี้คือลูกหลานตระกูลนักการเมืองใหญ่ เด็กสาวที่เกิดมาในอาณาเขตครอบคลุมซอยราชครูทั้งซอย คุณปู่ของเธอ (อรุณ ทัพพะรังสี) แต่งงานกับคุณย่า (พร้อม ชุณหะวัน) ผู้เป็นน้องสาวแท้ๆ ของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน

“ในซอยราชครูจะมีบ้านเจี๊ยบ กับบ้านท่านผู้หญิงอุดมลักษณ์ ศรียานนท์ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ แล้วก็ปู่ชาติ ซึ่งเป็นพี่น้องกันและเครือญาติ อีกทั้งเพื่อนสนิทของครอบครัวอีกหลายหลัง สามารถเดินถึงกันได้ทุกหลัง ตอนเจี๊ยบเด็กๆก็วิ่งเล่นกับโก้ (กฤตพณ ทัพพะรังสี) ก้อง (กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี) เพราะคุณพ่อเจี๊ยบ (อมรพิชญ์ ทัพพะรังสี) เป็นน้องชายของคุณกร ทัพพะรังสี คุณพ่อและน้องชายเจี๊ยบ (คณธร ทัพพะรังสี) เสียตั้งแต่เจี๊ยบยังเด็กมากน่าจะห้าหกขวบ เหลือเจี๊ยบกับคุณแม่ คุณปู่คุณย่าก็รักและเลี้ยงดูคุณแม่กับเจี๊ยบไม่ต่างจากลูกคนหนึ่งเลย แต่ก็ไม่สปอยล์ ท่านจะเลี้ยงแบบโบราณ ห้ามเดินลงส้น ห้ามเคี้ยวอาหารเสียงดัง ห้ามดื่มน้ำอัดลม เป็นผู้หญิงห้ามดื่มน้ำแบบนี้ ห้ามใส่เสื้อสายเดี่ยว ปิดเทอมก็เย็บปลอกหมอน ทำกับข้าว ทำขนมครก ร้อยมาลัย เวลาคุณปู่จัดงานเลี้ยงที่บ้าน เจี๊ยบก็จะไปช่วยเสิร์ฟ เพราะฉะนั้นก็จะรู้ธรรมเนียม เราโชคดีที่เกิดมาในยุคที่ยังคลานเข่าอยู่เลย ยังกราบที่ตัก พูดจาต้องมีคะขา ห้ามใส่กระโปรงสั้นแขนกุด ซึ่งเจี๊ยบก็ดีใจนะเพราะว่าเราก็ก้ำกึ่งระหว่างสองยุค มีความสุขกับความโบราณแบบนี้ทุกวัน”

เรื่องชีวิตครอบครัวของคุณเจี๊ยบเรียกได้ว่าไม่เคยหมดความหวานตั้งแต่พบกับคุณเบียร์ครั้งแรก จนมีน้องเบเน่ลูกชายวัย 11 ปี ก็ยังมาช่วยเติมเต็มความอบอุ่นได้เกินร้อยทุกวัน

"เจี๊ยบเจอพี่เบียร์ครั้งแรกหลังจากกลับจากอเมริกาได้สองเดือน ก้อง (กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี) แล้วก็พี่แอ (คำรณ ปราโมช ณ อยุธยา) พี่แหม่ม (คัทลียา กระจ่างเนตร) พี่วิลลี่ แมคอินทอช ก็ชวนกันไปเล่นโบว์ลิง ทีนี้พี่เบียร์กับพี่แอเป็นเพื่อนกัน เจี๊ยบไม่มีอะไรทำก็ไปด้วย เพื่อนๆในแก๊งค์ก็คงส่งข่าวให้พี่เบียร์ว่ามีน้องคนหนึ่งมาจอย พี่เบียร์ก็เลยมา แล้วพอมาถึงก็จีบเจี๊ยบทันที หลังจากคุยกันถึงได้รู้ว่าเจี๊ยบเป็นเพื่อนกับพี่บิ๊กน้องชายเขาอยู่แล้ว ยังเคยไปปาร์ตี้ที่บ้านเขาด้วย แต่เพราะพี่เบียร์อายุมากกว่าเจี๊ยบ 7 ปี เราเลยไม่เคยเจอกัน แล้วพอเจอกันปุ๊บคุยกันก็ปิ๊งเลยเดี๋ยวนั้น ตลกไหม คือมองตาก็ชอบกันทันที แล้วก็เป็นแฟนกันตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่เจอเลย ซึ่งแปลกมาก ทุกคนก็บอกอะไรเพิ่งเจอกันเอง คือสวีทมาก

“คืนนั้นพี่เบียร์ขอเบอร์เจี๊ยบ แล้วเราก็คุยโทรศัพท์กันจนต่างคนต่างถึงบ้านเลยนะ จากนั้นก็คุยต่อถึงเช้า แล้วก็นัดทานก๋วยเตี๋ยวที่เพนนินซูล่า จากนั้นสองวันพี่เบียร์ก็ขอแต่งงานเลย ตลกมาก ระหว่างนั้นเจี๊ยบก็มีหนุ่มๆมาขายขนมจีบเหมือนกัน แต่กับเขาไม่รู้ทำไม มันรักกันเลย แล้วก็ไปไหนมาไหนด้วยกันตั้งแต่นั้น”

นอกจากนี้เขายังมีส่วนร่วมให้คำปรึกษาแก่คุณเจี๊ยบทุกๆการตัดสินใจครั้งสำคัญเสมอ “ทุกอย่างในชีวิตเจี๊ยบตั้งแต่เริ่มต้นมักจะมีพี่เบียร์อยู่ด้วยทุกครั้ง บทกุมภาพันธ์เขาก็เอามาให้ เข้าวงการครั้งแรกเขาก็อยู่ด้วย เล่นหนังเรื่องแรกเขาก็สนับสนุน พี่เบียร์มีส่วนคล้ายคุณปู่และคุณพ่อของเจี๊ยบมาก แถมยังเกิดปีนักษัตรเดียวกันกับทั้งสองท่าน ทั้งคุณปู่และคุณพ่อจะนิ่งดุแต่กับเจี๊ยบท่านใจดี อยู่ด้วยแล้วอบอุ่น พี่เบียร์ก็เป็นแบบนั้น และมีครั้งหนึ่งที่เราคุยกันเรื่องแต่งงาน ตอนนั้นเจี๊ยบคิดในใจว่าถ้าสมมติวันหนึ่งข้างหน้าเราดังมาก แล้วเขาไม่รอเรา เราจะทำยังไง การมีชื่อเสียงก็เป็นสิ่งดี แต่ด้วยความที่เจี๊ยบโตมาในครอบครัวใหญ่ เราชอบบรรยากาศของครอบครัว พอเขาขอเจี๊ยบก็เลยคิดว่าแต่งก็ได้นะ " จนถึงทุกวันนี้ เท่ากับว่าคุณเจี๊ยบอยู่ในวงการเท่ากับชีวิตคู่ เป็นระยะเวลา 14 ปี

“เจี๊ยบอาจจะไม่ได้ดังมากเท่าที่ควรจะเป็น แต่ในทางกลับกันเจี๊ยบมีความสุข เราพอใจกับตรงนี้มากเลย โดยมีพี่เบียร์อยู่ข้างๆคอยลุ้น ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เจี๊ยบดังที่สุด แป้กที่สุด ดีที่สุด แย่ที่สุด ซึ่งเจี๊ยบดีใจที่เราไม่ได้อยู่คนเดียว เพราะเจี๊ยบชอบบรรยากาศความเป็นครอบครัวมาก ทุกมื้อทานข้าวครั้งละ 7-8 คน มีทั้งครอบครัวน้องชายพี่เบียร์ คุณแม่กับน้องสาวพี่เบียร์ สองปีแรกของชีวิตคู่คุณแม่เจี๊ยบขอให้เจี๊ยบกับพี่เบียร์มาอยู่ด้วยกันที่บ้านเจี๊ยบก่อน ขอเวลาปรับตัวก่อน จนคุณแม่พี่เบียร์มาสร้างบ้านตรงนี้ ก็เลยย้ายมาอยู่ที่นี่ หลังจากที่เบเน่ครบหนึ่งขวบ ทุกวันนี้เจี๊ยบก็ยังคิดถึงบรรยากาศเก่าๆในซอยราชครู เพราะเราอยู่มาตั้งแต่เด็ก”

“ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกตัวเองว่าอย่างไรดี รู้แต่ว่าผมคิดว่าผมโชคดีมาก” คุณเบียร์ซึ่งนั่งฟังมาโดยตลอดเสริม “อยู่ด้วยกันมานานก็ต้องมีทะเลาะกันบ้าง แต่โดยมากจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ เช่นโมโหหิว มีอะไรเขาจะแว้ดๆไปก่อน แล้วสักพักพอรู้ตัวก็มาขอโทษ จบ เดี๋ยวนี้เบเน่เริ่มกลายเป็นกรรมการน้อยๆ คอยห้ามทัพไม่ให้ทะเลาะ ผมชอบอยู่กับครอบครัวมาก ไม่อยากไปข้างนอก ถ้าไปก็ไปกับครอบครัว ครอบครัวก็เข้ากับเพื่อนได้ แม่ยายก็ใจดี เรียกว่าโชคดีแล้วโชคดีอีก เพื่อนผมหลายคนก็เห็นด้วยว่าโชคดีมากนะ”

“คุณแม่พี่เบียร์ก็ช่วยดูแลคุณแม่เจี๊ยบนะคะ บางทีก็ไปเดินช็อปปิ้งด้วยกัน บางทีเจี๊ยบมีปัญหาก็ปรึกษาคุณแม่พี่เบียร์ มีไลน์กลุ่มกัน สำหรับเจี๊ยบแล้ว มันไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่านี้ ที่รู้สึกว่าตัวเองโชคดีอาจเป็นเพราะว่าเจี๊ยบขาดมาตั้งแต่เด็ก คุณพ่อเสีย ตรงนี้ถือว่าเจี๊ยบได้มาชดเชย เหมือนเรามีครอบครัวใหญ่อีกครอบครัวหนึ่ง แฮปปี้มาก ครอบครัวพี่เบียร์เป็นคาทอลิก มีเจี๊ยบเป็นพุทธอยู่คนเดียว ทุกปีเราจะมีต้นคริสต์มาสในบ้าน เปิดเพลงคริสต์มาสทั้งเดือน มีการทานไก่งวง กำหนดธีมแต่งตัวสีนั้นสีนี้ มีการเปิดของขวัญกัน สนุกมากค่ะ เจี๊ยบชอบมากเลย”

เธอยังบอกเราต่อหน้าน้องเบเน่และคุณเบียร์ที่นั่งฟังอยู่ด้วย ว่าลูกชายคนนี้เป็นขวัญใจของครอบครัวเล็กๆนี้อย่างไร “เจี๊ยบดีใจที่เบเน่เป็นเด็กสนุกสนานร่าเริง ทุกคนที่ได้รู้จักจะรักเขา เพราะเขาน่ารักอ่อนโยน แต่เขาจะเหมือนพี่เบียร์ตรงที่เป็นคนมีสมาธิ สองคนจะอ่านหนังสือด้วยกัน เล่นหมากรุกด้วยกัน ฟังเพลงด้วยกัน ต่อยมวยด้วยกัน”

“จริงๆแล้วก่อนหน้านี้ผมเล่นหมากรุกฝรั่งไม่เป็นเลยครับ แต่เบเน่อยากเล่น ผมก็เลยต้องไปศึกษาหาความรู้มา เวลาเล่นก็ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะครับ ก็ได้เรียนรู้จากลูกด้วย” คุณเบียร์กล่าว

หนุ่มน้อยเบเน่นั่งยิ้มกลางวง คุณเจี๊ยบบอกว่าลูกชายคนนี้อยากเป็นสถาปนิก ชอบวิชาศิลปะ ชอบวาดรูปตึก เครื่องบินและเมืองตั้งแต่เด็ก ว่าที่สถาปนิกในอนาคตบอกเราว่า “ที่อยากเป็นสถาปนิก เพราะอยากทำให้โลกดูดีขึ้นครับ”

ใครที่ไม่เชื่อในรักแรกพบ คงต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่เมื่อได้ฟังชีวิตรักของคุณเจี๊ยบและคุณเบียร์ ที่เหมือนเกิดมาเพื่อเป็นคู่ของกันและกัน คุณเบียร์เป็นคนที่อยู่เคียงข้างภรรยามาโดยตลอด และเขานี่เองที่เป็นลมใต้ปีกให้กับเธอเสมอมา

.................................................................................................

ติดตามเรื่องราวเพิ่มเติมได้ใน HELLO! ปีที่ 12 ฉบับที่ 15 วางแผงแล้ววันนี้

หรือติดตามฉบับดิจิตอลได้ทาง https://shop.burdathailand.com

และ http://www.ookbee.com/Shop/Issue?magid=HELLO