ฝันที่เป็นจริงของราชินีขนมหวาน ‘กุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ’
ฝันที่เป็นจริงของราชินีขนมหวาน ‘กุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ’
View Gallery
Celebrity News

ฝันที่เป็นจริงของราชินีขนมหวาน ‘กุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ’

แรงบันดาลใจจากรายการสอนทำอาหารสู่สาวพันล้านเจ้าของฉายา เมย์อาฟเตอร์ยู

ใครจะนึกล่ะว่าร้านขนมจะมาไกลได้ถึงขนาดนี้ !จากความฝันของเด็กสาวที่ได้แรงบันดาลใจในการทำขนมจากรายการสอนทำอาหารของ Capriel Pence ที่ฉายทางช่องดิสคัฟเวอรี่สู่วันนี้ของ After U ที่มีมากกว่า 18 สาขา

"คาเปรียลเป็นคนพอร์ทแลนด์ที่จบจาก CIA สอนทำอาหารสไตล์โฮมคุ้กกิ้ง รวมทั้งขนมด้วย เมย์จะคอยดูเขาทำขนมและอัดวีดิโอไว้ แล้วก็ชอบเอามาดูบ่อยๆจนเทปยืด เมย์ไม่ได้มีพรสวรรค์อะไรหรอกค่ะ แต่อาศัยพรแสวง ตอนหัดทำขนมใหม่ๆ เมย์ก็เหมือนคนอื่นตรงที่ทำแล้วทานไม่ได้ คือทำคุ้กกี้ช็อคโกแลตครั้งแรกแข็งแบบเขวี้ยงใส่กำแพงไม่แตกเลย (หัวเราะเบาๆ) แต่หลังจากนั้นขนมที่ทำแล้วอร่อยมากก็มี เพราะไอเดียเราเยอะ เราจะเอาอันนั้นไปผสมอันนี้ ใ้ห้มันต่อยอดไอเดียกันไป"

"สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเมย์ไปฝึกงานช่วงซัมเมอร์ทุกปีค่ะ เพราะคุณแม่ชอบให้เมย์ทำกิจกรรมเยอะๆ ปีแรกคุณลุง (ยง อารีเจริญเลิศ) พาไปฝึกงานในครัวเบเกอรี่โรงแรมสุโขทัยนานสามเดือน ระหว่างนั้นไปทำครัวญี่ปุ่นและครัวไทยบ้าง สนุกมาก ยิ่งย้ำให้เรารู้สึกว่าอยากทำร้านขนม ปีต่อมาไปฝึกงานที่ Ovvio ร้านลูกของ Zanotti ไปช่วยเสิร์ฟ ก็สนุกดีค่ะ ช่วงแรกที่เรียนจบเมย์อยากไปเรียนต่อทางด้านอาหาร แต่ไม่ได้ไปเพราะลูกพี่ลูกน้องชื่อพี่หมิง (แม่ทัพ ต.สุวรรณ) กับพี่สาวพี่ชมพู (กนิษฐะ วิริยา ต.สุวรรณ) มาชวนเขียนหนังสือสอนทำขนม เมย์ตกลงทันที เพราะว่าเราอ่านหนังสือสอนทำขนมเยอะมาก เรารู้ว่าคนอยากรู้เรื่องอะไร เมย์ก็ลุยเลย คือเราอยากให้คุณพ่อเห็นว่าเราจริงจังนะ”

คุณเมย์เขียนตำราขนมอยู่นานสามปีในชื่อซีรีส์ May Made ซึ่งประสบความสำเร็จมากทีเดียว และพิมพ์ซ้ำอยู่หลายครั้ง ทำให้เธอมีความมั่นใจมากพอที่จะเปิดร้านแห่งแรกของตัวเอง อันเป็นจุดหักเหสำคัญสำหรับเธอ

“อาฟเตอร์ยูเริ่มต้นด้วยเงิน 5.5 ล้านบาท แต่คุณพ่อให้น้อยกว่านั้น เมย์เลยชวนเพื่อนมาหุ้น และคุยกับพี่หมิงซึ่งเป็นหุ้นส่วนตั้งแต่วันแรกเลย และคราวนี้เราตัดสินใจทำทุกอย่างบนพื้นฐานความเป็นจริงมากขึ้นเยอะ ไม่ว่าจะเป็นจานชามเมย์ไปเลือกซื้อที่ลำปางกับสระบุรีด้วยตัวเองเลย การตกแต่งร้านก็ทำเอง”

ร้านแรกเธอได้ทำเลในซอยทองหล่อ ซึ่งทำให้แจ้งเกิดแทบจะทันทีที่เปิดร้านเธอบอกเราว่าโชคดีมากที่ได้ทำเลนี้ “เพื่อนพี่หมิงเป็นคนบอกพี่หมิง แล้วถามเมย์ว่าจะเอาไหม ตอนแรกที่ไปดูมันแค่ไม่กี่ตารางเมตร ทีนี้ร้านข้างๆเขายอมแบ่งพื้นที่ให้เป็น 80 ตารางเมตร ก็เลยตกลง เพราะโลเคชั่นนี้มีที่จอดรถ แต่ร้านเดิมเขาปิดตัวไป ก็มีคนทักว่าอย่าเอาเลย ไม่ดีหรอก แต่เราคิดว่าเขาไม่ได้เจ๊งหรอก เขาแค่ขายของผิดที่ผิดทาง เมย์คิดเอาเองว่าตรงนี้ดี คนเข้าถึงง่าย ก็เลยเปิด นั่นคือจุดหักเหเลย

“ระหว่างนั้นก็ยังเขียนหนังสืออยู่ด้วย ตอนที่เปิดอาฟเตอร์ยูนั้นเป็นเล่มที่สี่ ก็มีทั้งผู้อ่านและลูกค้าใหม่ๆที่มาจากการบอกต่อๆกันมาทาน ส่วนชื่อตอนนั้นโลโก้รวมทั้งทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว โลโก้เป็นรูปแพะแกะรวมกันซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของราศีเกิดเรา เหลือแต่ชื่อร้านที่คิดไม่ออก และวันนั้นจะต้องไปจดทะเบียนอยู่แล้ว ก็บอกคุณพ่อว่าขอชื่อร้านได้ไหม อยากให้บุพการีตั้งให้เพื่อจะได้เป็นสิริมงคล ท่านก็บอกอาฟเตอร์ยูแล้วกัน คือท่านหมายความว่าทานร้านยูที่เป็นร้านปิ้งย่างอยู่ข้างบนก่อน แล้วให้มาทานร้านเราหลังทานร้านยู ปรากฏว่าปิ๊งเลย”

ในจำนวน 9 เมนูที่เธอเลือกเป็นโปรดักส์นำร่องของร้าน ปรากฏว่าชิบุย่าฮันนีโทสต์ได้เสียงตอบรับอย่างล้นหลาม แซงหน้าช็อคโกแลตลาวาอย่างไม่เห็นฝุ่น โดยได้แรงบันดาลใจจากผับแห่งหนึ่งที่ชิบุย่า ประเทศญี่ปุ่น

“พอดีเดินผ่านผับแห่งหนึ่งแถวชิบุย่า แล้วเขาทำม็อคอัพรูปขนมปังโชว์หน้าร้าน เห็นน่าทานดีก็เข้าไปกับคุณแม่ สั่งมาทาน ปรากฏว่าหน้าตาพระเอก แต่รสชาติไม่อร่อยเลย เมย์เลยกลับมาลองทำดู พยายามใช้เนยจากที่ต่างๆ เพราะเนยเมืองไทยได้รสแต่ไม่ได้กลิ่น จานนี้แพงที่เนยอย่างเดียวเลย ซึ่งต้องนำเข้าจากต่างประเทศ”

คุณเมย์บอกเราว่า เบื้องหลังความสำเร็จของอาฟเตอร์ยูมีหลายองค์ประกอบ อย่างแรกเลยคือหุ้นส่วนที่ดีอย่างคุณหมิง ทีมงานจาก Sea Munch ร้านอาหารทะเลที่คุณพ่ออยากปลุกปั้นที่หัวหกก้นขวิดมาด้วยกัน “เมย์โชคดีที่สุดที่ได้บุคลากรดี ลูกค้าดี เมย์คิดว่าคงเพราะเขามาแบบไม่หิว เพราะมาทานขนมจึงสามารถรอได้ ตอนนี้เรามี 18 สาขา กำลังคิดว่าจะขยายไปจังหวัดใกล้ๆก่อน มีปัญหาอะไรจะได้ดูแลทั่วถึง”

ดูเหมือนว่าความรับผิดชอบที่คุณเมย์ต้องแบกรับไว้นั้นหนักหนา ทำให้เราอยากทราบว่าเธอพักผ่อนอย่างไร

“เมย์ชอบเที่ยวมากค่ะ ถ้ามีเวลาเมย์จะพยายามเที่ยวตลอด เพราะรู้สึกว่าเราเริ่มทำงานตั้งแต่อายุยังน้อย ไม่ได้เรียนปริญญาโทเหมือนใครเขา และอีกอย่างงานที่ทำอยู่ทุกวันนี้ก็คล้ายพวกครีเอทีฟ เราจึงต้องเห็นต้องเจออะไรใหม่ๆตลอดเวลา ซึ่งก็ได้ผล เพราะไปกี่ครั้งกลับมาจะสมองแล่นปรี๊ดปร๊าดมีไฟคิดอะไรออกมากมาย

สำหรับนาทีนี้เธอคิดอย่างไรที่อาฟเตอร์ยูเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของคนทำร้านขนม คุณเมย์ยิ้มกว้างก่อนจะกล่าวว่า

“สำหรับเมย์มันเหมือนฝันที่เป็นจริง แต่ตอนที่พีคสุดๆคือหลังจากเปิดร้านได้สามเดือน แล้วลูกค้าเริ่มต่อคิว รู้สึกดีใจโคตร (หัวเราะ) แต่การเข้าตลาดหลักทรัพย์เป็นอีกสเต็ปหนึ่งที่เมย์ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไร ตอนแรกๆมันลุ้น คือต้องทำยังไงก็ได้ให้อยู่รอด เมย์อาจจะโชคดีที่ไม่เจอปัญหาอะไรใหญ่ แต่เป็นเรื่องเล็กๆที่เราสามารถแก้ไขได้หมด เพราะว่าเป็นสิ่งที่เมย์ชอบจริงๆ

แล้วคิดว่าจะทำขนมไปอีกนานเท่าไร “เขาอนุญาตให้เมย์ทำได้นานขนาดไหนละ ขอทำตลอดชีวิตเลยได้ไหม”