เวทีชีวิตอันแสนสุขของ ‘แพท-สุธาสินี พุทธินันทน์’
เวทีชีวิตอันแสนสุขของ ‘แพท-สุธาสินี พุทธินันทน์’
View Gallery
Celebrity News

เวทีชีวิตอันแสนสุขของ ‘แพท-สุธาสินี พุทธินันทน์’

บทบาทใหม่ในชีวิตจริงของคุณแม่ยังสาวที่ห่างหายจากวงการไปกว่า 6 ปี

ชีวิตจริงหลังม่านมายาของคุณแพ็ท-สุธาสินี นางเอกละครเวทีเบอร์ต้นของเมืองไทย ยังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความสุขจากการได้เฝ้ามองหนุ่มน้อยลูกครึ่งวัยสามขวบกว่า ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน -น้องดานเต้ ค่อยๆ เติบโตขึ้น

10 ปีก่อนเราเห็นคู่บ่าวสาวผู้สมกันราวกิ่งทองใบหยกเข้าพิธีหมั้นแบบไทยและฉลองสมรสพระราชทานอย่างสวยงามและอบอุ่น กับหนุ่มตาน้ำข้าวนักธุรกิจและนักแข่งรถชาวอเมริกัน 'มาร์ค แกรี โรดริเกส' จากชีวิตคู่อันแสนสุขของทั้งสอง กลับกลายเป็นสุขยิ่งกว่าเมื่อมีชีวิตที่สามเข้ามาเติมเต็ม

‘ลูกเปลี่ยนชีวิต’ คนมีลูกคงซึ้งกับวลีนี้ดี คุณแพ็ทก็เช่นกันจากที่เคยดูแลตัวเองทุกกระเบียดนิ้ว ทุกวันนี้ทุกวินาทีของเธอคือเพื่อน้องดานเต้

ด.ช.ดานเต้ เรวัต โรดริเกส ผู้แสนร่าเริงสมวัยเด็กสามขวบเริ่มเข้าเรียน pre-school แนวมอนเตสซอรี่ในแอลเอใกล้บ้านเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ฟังจากที่ผู้เป็นแม่เล่าแล้ว นับว่าเป็นเด็กที่มีพัฒนาการดีและปรับตัวได้เยี่ยมทีเดียว เพราะแทบไม่มีการร้องไห้ไม่อยากไปโรงเรียน กลับกันหนุ่มน้อยยังสนุกกับการไปโรงเรียนทุกวันเสียด้วยซ้ำ น่าชื่นใจแทนพ่อแม่จริงๆ

“พี่มาร์คจะกลับจากทำงานมาทันลูกเลิกเรียนพอดี พ่อลูกจะมีกิจกรรมร่วมกันคือถ้าไม่ว่ายน้ำจะเตะบอล ถ้าวีคเอ็นจะพาเค้าไปเรียนซ็อคเกอร์ เราเห็นว่าเค้าชอบเตะบอลเลยซัพพอร์ทด้วยการพาไปเรียนทุกวันเสาร์ น้องดานเต้ท่าทางเป็นเด็กชอบกีฬานะคะ และตอนนี้มีแอบชอบร้องเพลงนิดๆ หน่อยๆ เรื่องเครื่องดนตรีไม่เห็นแวว แต่ร้องเพลงเริ่มเห็น เค้าแอบร้องเพลงคนเดียวแพ็ทเห็นก็ไม่กล้าทักกลัวเค้าจะหยุด เลยลองแอบฟังดู แต่ยังไม่คิดจะให้ไปเรียนร้องเพลงอะไรจริงจัง” เธอยังเล่าว่าชอบฟังพ่อลูกคุยกัน และสังเกตเห็นว่าบทสนทนาระหว่างพ่อกับลูกนั้นยาวมาก เพราะดานเต้เป็นเด็กมีจินตนาการสูง จึงนั่งคุยกับพ่อได้เป็นเรื่องเป็นราว และมีคำพูดที่ทำให้ผู้ใหญ่ทึ่งได้เสมอว่าเด็กตัวแค่นี้ไปจำมาจากไหน” คุณแพ็ทเล่าอย่างสนุกพร้อมรอยยิ้มเมื่อพูดถึงพ่อกับลูก

ดานเต้น้อยยังเป็น ‘sweet boy’ ของพ่อแม่ มีวันหนึ่งขณะนั่งอยู่ในรถและคุณมาร์คเหนื่อยมาก เด็กชายซึ่งนั่งประจำที่ในคาร์ซีทของตัวเอง มองเห็นคุณพ่อจึงบอกคุณพ่อให้มานอนหนุนตัก "Okay, I'll take care of you" พร้อมทำท่าลูบหลังแบบที่ผู้ใหญ่กล่อมเด็กนอน นอกจากนั้นเด็กชายจะกราบพระกับผู้เป็นแม่ทุกคืนก่อนนอน เมื่อแม่แพ็ทเริ่มสวด นะโม ตัสสะ เด็กน้อยที่นั่งประนมมืออยู่ข้างข้างจะหันมา กระซิบตรงต้นแขน บอกไอ เลิฟ ยูและ kiss ต้นแขนของแม่ทุกคืน จนคุณแพ็ทต้องคอยเตือนให้สวดมนต์ให้เสร็จก่อนทุกครั้งไป

คุณแพ็ทยังเล่าเรื่องน่ารักๆของดานเต้ให้ฟังอีกเยอะแยะ ทุกเช้าที่เมืองไทยหลังตื่นนอน เธอและลูกจะต้องเดินลงบันไดมาชั้นล่างโดยต้องผ่านห้องเก็บอัฐิของคุณตากับคุณยายทวด ซึ่งปกติเธอจะเข้าไปกราบรูปท่านทั้งสองทุกครั้ง ดานเต้น้อยก็เช่นกัน ก็เข้าไปกับคุณแม่ด้วย บางวันก็เดินนำเข้าไปไหว้เอง ไม่ต้องรอคุณแม่ แล้วก็จะบอกว่า "I'm gonna be a good boy" อันนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่แพ็ทดีใจมาก เพราะลูกเห็นแพ็ททำทุกวัน และลูกก็ทำตาม

คุณมาร์คเป็นนักธุรกิจที่จัดสรรเวลาให้ภรรยาและลูกได้เก่งมากตั้งแต่มีน้องดานเต้ เขาช่วยภรรยาเลี้ยงลูกทุกอย่าง เพื่อให้เธอเหนื่อยน้อยลงและได้พักผ่อนมากขึ้น "พอดานเต้คลอด ผมเป็นคนช่วยป้อนนมรอบดึก และตอนเช้าตรู่บ้าง เพื่อน้องแพ็ทจะได้พักบ้าง ทุกวันนี้ผมขออาบน้ำให้ลูกก่อนนอนทุกคืน ชอบที่ได้ค่อยๆทาโลชั่นให้ลูก ได้แต่งตัวให้ลูก  ทุกวันหลังสี่โมงเย็น พอดานเต้เลิกเรียน เราจะไปว่ายน้ำกัน ไปทำกิจกรรมแบบแมนๆ " เขากล่าวพร้อมรอยยิ้มเมื่อถูกถามว่ามองเห็นอะไรในตัวลูกชายคนนี้ เห็นเงาของตัวเองตอนยังเด็กบ้างไหมคุณมาร์คถึงเล่าต่อ

"ไม่เลยครับ วัยเด็กของผมกับดานเต้ต่างกันมาก ห้าขวบแรกของผมเป็นช่วงเวลาที่ดีมากมีโอกาสได้เล่นกับพ่อ แต่มันเหมือนมีช่องว่างขนาดใหญ่ที่เข้าไม่ถึงเพราะพ่อผมเป็นนักบินรบสังกัดกองทัพอากาศ จึงไม่เคยได้อยู่บ้าน ต้องจากบ้านไปทำภารกิจนานๆพ่อมีผมตอนยังหนุ่มมากอายุ 22 ถึง 23 ปีเอง สมัยนั้นเป็นช่วงสร้างตัว แต่ผมมีดานเต้ตอนสี่สิบกว่าแล้ว  มีความพร้อมและผ่านช่วงสร้างตัวมานานแล้ว ผมจึงแบ่งเวลาให้ลูกได้เต็มที่" แม้จะมองไม่เห็นเงาตัวเองในตัวของลูกชาย คุณมาร์คยังเสริมว่า เขาจะใช้ประสบการณ์ชีวิตที่มีถ่ายทอดให้ลูกชายคนนี้ทั้งหมด

"เราพยายามกันมากกว่าจะได้ดานเต้มา จนเกือบถอดใจแล้ว แต่ก็ได้เค้ามาในความพยายามครั้งที่สิบ การมีดานเต้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่สุดในชีวิตผม ผมรักน้องแพ็ทที่สุด มีความสุขที่ได้รักเธอ พอมีดานเต้เหมือนความสุขมันเพิ่มยิ่งขึ้น สมบูรณ์แบบขึ้น"