บทบาทใหม่ในฐานะพ่อแม่ของ ‘นภัสนันท์-ประกาสิทธิ์’
บทบาทใหม่ในฐานะพ่อแม่ของ ‘นภัสนันท์-ประกาสิทธิ์’
View Gallery
Celebrity News

บทบาทใหม่ในฐานะพ่อแม่ของ ‘นภัสนันท์-ประกาสิทธิ์’

ชมความน่ารักของน้อง ‘ริสา’ นางฟ้าตัวน้อยแห่งบ้านพรประภา

เมื่อราวกลางปีที่ผ่านมาทั้งครอบครัวพรประภาและครอบครัวพสวงศ์ต่างก็ตื่นเต้นที่จะได้เห็นหน้าสมาชิกใหม่ของสองครอบครัว เมื่อคุณโม-นภัสนันท์ พสวงศ์ พรประภา ได้ให้กำเนิดทายาทคนแรกของเธอท่ามกลางความยินดี โดยมีคุณแพท-ประกาสิทธิ์ พรประภา สามี คอยเป็นกำลังใจไม่ห่าง โดยที่ทั้งเธอและเขาตั้งชื่อลูกสาวคนนี้ว่า ‘ริสา’ หรือชื่อจริงว่า ‘ภาริสา’ ญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายต่างก็ปลาบปลิ้มยินดีไปกับคุณโมและคุณแพทด้วย เพราะทราบว่าทั้งสองเฝ้ารอวันนี้มานาน

"เขารู้ว่าเราพยายามมานาน พอเห็นเรามี เขาจึงมีความสุขไปกับเราด้วย เพราะตอนแรกคิดว่าง่าย แต่เนื่องจากโมเคยท้องธรรมชาติและแท้งไปทั้งสองครั้ง จนเราอายุมากแล้ว ก็เลยลองทำกิฟท์ แต่ใส่ไข่ไปประมาณ 8-9 ครั้ง ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนรู้สึกท้อ และเหลือไข่ใบสุดท้ายพอดีคิดว่าถ้าคราวนี้ไม่ได้อีกก็คงล้มเลิก กระทั่งป้าชาลี(ชุลิตา อารีย์พิพัฒน์กุล) แนะนำว่าให้คุณพ่อคุณแม่สามี (ดร.พรเทพ-มยุรี พรประภา) พาไปทำกิฟท์ ให้บารมีหรือบุญของท่านช่วยให้เราประสบความสำเร็จ คุณแม่มีมี่กับคุณพ่อพรเทพจึงพาไป แล้วคุณแม่ก็เข้าไปในห้องตอนใส่ไข่ด้วย ปรากฏว่าครั้งนี้ติด (ยิ้มกว้าง) อุ๊ย...ขนลุกเลย (พูดพลางลูบแขนตัวเองไปมา) ต้องขอบคุณทั้งสามท่าน”

“แพทเป็นสามีที่ดีมากค่ะ” คุณโมพูดพลางหันไปสบสายตาหวานกับสามี “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาอยู่เคียงข้างโมตลอด ไม่เคยปล่อยให้โมต้องทุกข์คนเดียว ไม่ว่าจะเป็นตอนท้อง ซึ่งตอนแรกกลัวมากว่าสามีจะออกไปเที่ยวทิ้งให้เราอยู่คนเดียว แล้วเราเหงา เศร้า เปล่าเลย เขาอยู่กับโมตลอดทั้ง 9 เดือน น่ารักมาก แฮปปี้มาก โมโชคดี พูดถึงความรักนี่หน้ายิ้มเลย” เธอแซวตัวเอง

คุณโมแบ่งเวลาสำหรับลูกและสามีอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง และเลือกเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่จนครบหกเดือน เพื่อให้น้องริสามีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

“โมมีหมอนวดมานวดเพื่อเร่งให้ผลิตน้ำนมได้เยอะๆ กินหัวปลี ทำทุกอย่าง เพราะเชื่อว่าน้ำนมแม่ดีที่สุด จนมีน้ำนมเก็บเต็มสองตู้เลยทีเดียว ซึ่งโมก็เพิ่งให้ลูกหย่านมตอนเขาครบห้าเดือน

“ผมเปลี่ยนผ้าอ้อมเป็นครับ แต่ว่า That’s mom’s job. ให้ผมเล่นกับริสาดีกว่า” คุณพ่อมือใหม่เสริม

สำหรับแนวคิดเรื่องการเลี้ยงลูก ทั้งคู่ต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่า จะเลี้ยงน้องริสาให้เป็นธรรมชาติและติดดินมากที่สุด คุณแพทบอกเราว่า “อยากให้เขาโตมากับธรรมชาติ ไม่ยึดติดกับวัตถุ เสาร์อาทิตย์ไปต่างจังหวัด พาไปเดินเล่นในสวน ไปพักผ่อนที่ทะเลหรือภูเขา ที่สำคัญต้องเป็นเด็กดี มีความอ่อนน้อมถ่อมตน นอกนั้นก็ไม่มีอะไร ขอให้จิตใจดีก็พอ

ในส่วนของชีวิตคู่ต้องบอกว่าทั้งสองมีความเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือเป็นคนสบายๆ “ชอบอยู่บ้านเหมือนกัน วีคเอนด์ไปทานข้าว ไปทะเล ไม่ชอบออกสังคม จะอยู่แต่กับเพื่อนๆที่เราสนิท ฟังเพลง ใช้ชีวิตสงบ ไม่หวือหวา”ส่วนคุณแพทบอกว่า “เราชอบออกกำลังกายเหมือนกัน จริงๆแล้วผมชอบทำทุกอย่างกับโม She is my friend. She is my wife. She is my partner. She เป็นทุกอย่างครับ ตื่นเช้าก่อนผมไปทำงานเราก็ออกกำลังกายด้วยกัน เย็นกลับมาดินเนอร์ด้วยกัน ดูหนังด้วยกัน เสาร์อาทิตย์ก็อยู่ด้วยกันตลอด บางทีก็ขับรถไปหาอะไรทาน หาอะไรดู หรือไม่ก็ไปต่างจังหวัด ต่างประเทศ ทำทุกอย่างด้วยกัน”

อีกอย่างที่ทั้งคู่บอกว่าเหมือนกันก็คือความติดดิน “เราสองคนต่างก็ไม่ยึดติดกับวัตถุ ไม่ติดหรู ใช้ได้ตั้งแต่กระเป๋าจตุจักรใบละ 100 บาทไปจนถึงกระเป๋าแบรนด์เนม ก็มามิกซ์แอนด์แม็ช ซึ่งแพทก็เป็นเหมือนกัน โมกับแพทถึงได้อยากสอนลูกให้มีความสุขแบบเรา ไม่ต้องมีนั่นมีนี่เหมือนคนอื่นเขา ไม่ยึดติดกับวัตถุ อยากให้เขาเห็นคุณค่าของสิ่งของ โมเป็นคนมีความสุขกับอะไรง่ายมาก พอใจกับสิ่งที่มีที่เป็น และนั่นเป็นสิ่งที่แพทรักในตัวโม โมไม่เปรียบเทียบอะไรกับใคร โมพอใจกับตรงนี้ของโม ไม่จำเป็นต้องมีนั่นมีนี่แล้วถึงจะมีความสุข”

“ตอนไปฮันนีมูนที่มัลดีฟส์โมก็พูด...พูด...พูดอยู่บนเตียงหันไปอีกทีเขามีทิชชูอุดหูแล้วยังมาบอกอีกว่ายูพูดเหมือนเซเว่นอีเลฟเว่นเลย 24 ชั่วโมงไม่มีหยุด โมก็บอกว่าถ้าโมไม่พูดก็คงเงียบเป็นป่าช้าเลยสิ แต่โมรู้ว่าเขาชอบที่เห็นโมยิ้มและหัวเราะตลอดเวลา ขณะที่เขาไม่ค่อยพูด ฉะนั้นถ้าเขาจะมีภรรยาแบบโมก็ถูกแล้ว จะได้สมดุลกัน ไม่อย่างนั้นก็น่าเบื่อตายสิคะ”

“โมเป็นคนร่าเริงมากครับ อารมณ์ดีตลอดเวลา ตรงนี้ด้วยที่ทำให้ผมรักเขา เพราะอยู่กับเขาแล้วมีแต่ความสุข” คุณแพทพูดพลางยิ้ม

....................................................................................

ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ใน HELLO! ปีที่ 12 ฉบับที่ 1 วางแผงแล้ววันนี้