หมู – พลพัฒน์ อัศวะประภา แห่งแบรนด์ ASAVA
หมู – พลพัฒน์ อัศวะประภา แห่งแบรนด์ ASAVA
View Gallery
Celebrity Style

หมู – พลพัฒน์ อัศวะประภา แห่งแบรนด์ ASAVA

เปิ้ล-จริยดี สเป็นเซอร์ คือผู้หญิงที่ใช่ในแบบ ASAVA

กว่าจะมาถึงวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

“ย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว นั่นคือจุดเริ่มต้นของแบรนด์ตั้งแต่วัยรุ่นช่วงแรกๆ ตัวเราเริ่มสนใจเรื่องแฟชั่น แต่มันเป็นความฝันที่ดูเหมือนไกลตัว ซึ่งเมื่อหลายสิบปีก่อนการจะย้ายเข้ามาอยู่วงการแฟชั่นมันเป็นเรื่องยาก มันไม่ใช่อาชีพที่คนทั่วไปยอมรับเหมือนทุกวันนี้ แต่ด้วยความที่เรารัก มันก็เลยเป็นความต้องการอยู่ลึกๆ ตั้งแต่เด็กๆเราสะสมหนังสือแฟชั่น เอาตัวเราเข้าไปเกี่ยวข้องกับแฟชั่นทุกเรื่อง กว่าจะเรียนจบปริญญาโท กว่าจะได้ฝึกงานด้านแฟชั่นจริงๆ กว่าจะทำงานด้านแฟชั่นจริงๆ จังๆ ซึ่งเป็นหนทางที่เราใช้เวลารอคอยและอดทนนานถึงกว่า 20 ปีเพื่อนำตัวเองไปสู่อาชีพนี้เป็นสิ่งที่เราสั่งสมมาตลอดชีวิต เราหาโอกาสให้ตัวเองมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ กว่าจะได้สร้างแบรนด์จริงๆ อายุก็ 30 กว่าแล้วเพราะนี่คือสิ่งที่เราอยากทำมาตลอด รู้สึกเราเหมือนถูกเลือกให้ทำอาชีพนี้นะ” คุณหมู ย้อนความไปเพื่อให้เราได้ซึมซับความเป็น ASAVA ตั้งแต่เริ่ม

 

แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานที่ผ่านมา

“แรงบันดาลใจทุกอย่างที่เราสร้างสรรค์และถ่ายทอดออกมาเป็นคอลเลกชั่นต่างๆ จะเกิดจากความชอบส่วนตัว มันอาจเป็นเรื่องอะไรก็ได้ที่เราชอบและผูกพัน โดยจะเชื่อมโยงศิลปะภาพยนตร์ ดนตรี สถานที่ต่างๆสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ ที่มีคาแร็กเตอร์ชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยไกลจากสิ่งที่เราชอบ เราก็นำมาเป็นแรงบันดาลใจ”

“อย่างคอลเลกชั่นล่าสุด Breakfast at Tiffany’s Spring/Summer 2016 ซึ่งขอบอกก่อนว่าแบรนด์ ASAVA มีความ

ผูกพันเกี่ยวกับนิวยอร์ก เพราะเป็นเมืองที่ผมโตมาและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ผมรักหลายๆ องค์ประกอบของเมืองนี้ ซึ่งคอลเลกชั่นนี้ผมได้อ้างอิงจากบทประพันธ์ของ TrumanCapote ในปี 1970 ซึ่งเป็นบทประพันธ์ที่ผมชอบมาก ที่โลดแล่นผ่านภาพยนตร์ภายใต้ชื่อเดียวกันอย่าง ‘Breakfastat Tiffany’s’ เพียงแต่ผมหยิบในสิ่งที่คนมองไม่เห็นในมุมทั่วไป แต่เราดึงความเป็นออเดรย์ เฮปเบิร์นออกมา ดึงมิติที่เป็นความแปลกสำหรับผู้หญิงในยุคนั้น”

สำหรับผมตั้งแต่เริ่มต้นทำงาน ‘ความขัดแย้ง’ คือแรงบันดาลใจในการทำงานที่ยิ่งใหญ่ตลอดเวลา ตั้งแต่การเลือกวัสดุที่ขัดแย้ง การดีไซน์ ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มต้นจากการขัดแย้ง ผมเชื่อว่าเมื่อความขัดแย้งนั้นมาผสมผสานกันได้พอเหมาะ มันจะก่อให้เกิดงานออกแบบที่ทรงพลังตัวอย่างความขัดแย้งของผมคือการเอาผ้าลูกไม้มาตัดเป็นสูทผู้ชายหรือการดัดแปลงโครงสร้างเสื้อผู้ชาย มาบิดให้เป็นเสื้อผู้หญิง สำหรับผมนี่คือความเท่ และจะเห็นได้ในทุกคอลเลกชั่นครับ

 

ผู้หญิงในแบบ ASAVA

“ผู้หญิงในแบบ ASAVA เรามีคำ 5 คำที่ใช้อยู่ตลอด เวลา คำแรกคือ Urban เราทำเสื้อผ้าให้กับผู้หญิงที่มีทัศนคติในการใช้ชีวิต ผู้หญิงในเมืองใหญ่ เป็นผู้หญิงที่มีพลังพลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าตลอดเวลา Sophisticate คือความไม่หวือหวา เราไม่ต้องการเสื้อผ้าที่ตะโกนหาความน่าสนใจ ความน่าสนใจมันอยู่ที่ตัวตนองค์รวมต่างหาก นี่คือความสวยงามเสื้อผ้าเราจึงตั้งอยู่บนองค์ประกอบของความเรียบนิ่งมีรายละเอียด มีวิธีการตัดเย็บ คุณภาพของวัสดุ การตัดเย็บและความคิดในนั้นต้องเป็นผู้หญิงที่รู้จักตัวเอง Realistic มีความเป็นไปได้ในชีวิตจริง สำหรับผม luxury คือ realistic มันคือเสื้อผ้าที่ใส่ได้ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นโอกาสไหนๆ ก็ตาม Authentic สำหรับผม ผมไม่อยากทำเสื้อผ้าที่มันฉาบฉวย ผมมีความรู้สึกว่าเสื้อผ้าผมคือสิ่งที่เล่าเรื่องราวชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งเรามองที่ตัวตนและจิตวิญญาณของพวกเธอมากกว่า เรามองว่าเธอต้องการอะไร แล้วเราค่อยไปอ้างอิงเรื่องเทรนด์มาผสมผสานกันไปมากกว่า คำสุดท้ายคือ Intelligent ผู้หญิงที่รู้ว่าอะไรที่เหมาะกับชีวิตเค้า เป็นผู้หญิงที่มีความเฉลียวลาดฉลาดที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง ทั้งหมดนี้เป็นคอนเซปต์ที่อาจจะดูเพ้อเจ้อสำหรับการทำเสื้อสักตัวนึง แต่นี่คือสิ่งที่แบรนด์ ASAVAคิดจริงๆ “

.

‘เปิ้ลคือผู้หญิงที่สะท้อนแบรนด์ ASAVA ได้อย่างชัดเจน’

เปิ้ลเป็นผู้หญิงที่ตอบโจทย์แบรนด์  ASAVA ได้ทุกข้อเป้นทั้งหมดที่เราพูดมาเมื้อกี้ ผมชอบทั้งวิธีคิด การดำเนินชีวิตของเปิ้ลจากลูกค้ากลายมาเป็นเพื่อน กลายมาเป็นน้องที่สนิท จนกลายเป็นสนิทกันทั้งครอบครัว”

 

โดยคุณเปิ้ลเสริมต่อว่าทำไม ASAVA เป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่เธอหลงรัก

“จริงๆเปิ้ลทพเสื้อกับพี่หมูมาตั้งนานแล้วค่ะ ตั้งแต่เปิดแบรนด์ ตอนนั้นยังไม่รู้จักพี่หมุเลย เปิ้ลให้เขาช่วยทำชุดแต่งงานให้ พี่หมูตอบโจทย์เปิ้ลได้ทุกอย่าง เปิ้ลชอบความชัดเจนของพี่หมูที่รู้ว่าเราต้องการอะไรโดยไม่ต้องตัดสินใจกันนาน”

“เปิ้ลเองเป็นคนเลือกอะไรไม่ตามเทรนด์ จะเลือกในสิ่งที่ตัวเอง comfortable แล้วเราเห็น ASAVA ด้วยความที่เราเป็นคนที่ชอบอะไรเรียบโก้อยู่แล้ว ก็ชอบแบรนด์นี้เลย ที่สำคัญคือเป็นดีไซเนอร์ไทย ลองปุ๊บซื้อเลย ชอบที่เราสามารถนำกลับ

มาใส่ได้หลายครั้ง ใส่ได้ตลอด คอลเลกชั่นแรกๆ เปิ้ลยังใส่อยู่เลยจนปัจจุบัน เปิ้ลใส่ชุดของ ASAVA จนทุกคนทราบกันหมดแล้ว เวลาไปงานทุกคนจะถามเลยว่า‘นี่ชุดของ ASAVA ใช่มั้ย’ เราก็เพิ่มเติมในส่วนของแอ็กเซสเซอรี่ส์ ทรงผมที่เปลี่ยนเรื่อยๆ ทุกคนจะคิดว่าเปิ้ลใส่คอลเลกชั่นใหม่ตลอด ด้วยความที่แบรนด์มีความชัดเจนทั้งในแง่การตัดเย็บ วัสดุคุณภาพ ดีไซน์เรียบโก้คือพอทุกอย่างรวมกัน เรามองว่านี่คือความคุ้มค่าในการเลือกแบรนด์นี้”

.

สุดท้ายคุณหมู ขอฝากถึงน้องที่มีใจรักในวงการแฟชั่นว่า “เด็กสมัยนี้พูดเรื่อง passion กันเยอะ แต่รู้ไหมว่าสุดท้ายคำว่า passion ไม่ได้ทำคุณประสบความสำเร็จนะ สุดท้ายคือความเพียรกับการมีวินัย แต่เพราะ passionนี่แหละที่ทำให้คุณมีความเพียรไม่หยุดหย่อน และสุดท้ายคือคุณต้องรู้จักการใช้ trickของแฟชั่น คือมันไม่มีอะไรคงอยู่ถาวร ถ้าเราจะเป็นดีไซเนอร์ที่ดีได้เราต้องรู้ข้อนี้”

ไม่แปลกใจเลยที่แบรนด์ ASAVA จากการรังสรรค์โดยฝีมือของคุณหมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา จะแตกต่าง ชัดเจน และเป็นที่ต้องการ มาโดยตลอดระยะเวลา 8 ปี