Home > Celebrity > Celebrity News > ‘ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก’ กับการเลือกสืบทอดธุรกิจ ‘กันตนา กรุ๊ป’

การเป็นพี่คนโตของทายาทรุ่นที่ 3 แห่ง ‘กันตนา กรุ๊ป’ มาพร้อมต้นทุนที่มากกว่าเงินทองแต่เป็นความสําเร็จที่รุ่นคุณปู่รุ่นคุณพ่อได้สร้างชื่อและสั่งสมไว้ ซึ่ง ‘คุณเต้-ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก’ ต้องรับมือกับคําวิพากษ์วิจารณ์ในทุกสิ่งที่เขาทําและการถูกตั้งคําถามถึงความสามารถและโอกาสที่เขาได้รับ

“The Face Thailand ซีซั่น 3 เป็นปีที่ได้มีเวลาดูคอมเมนต์และฟีดแบ็กต่างๆในโซเชียลมีเดีย ดูจนวันหนึ่งถึงกับทรุดลงไปและตั้งคําถามกับตัวเองว่า ‘ทําอะไรพลาดไปเหรอ ทําไมฟีดแบ็กถึงออกมาแบบนี้’ เมื่อตั้งสติได้และทําความเข้าใจกับคอมเมนต์ต่างๆจึงคิดได้ว่า ‘อ๋อ…คนดูดูรายการเราแล้วเขาอิน อยากให้รายการเป็นแบบนั้นแบบนี้’ เราลองรับฟังแล้วเอามาคิดตามว่าจะทําอะไรให้ดีขึ้นได้อีก สิ่งที่คนดูคอมเมนต์มีเหตุผลไหม ถ้าสิ่งไหนทําให้ได้ในเงื่อนไขที่มี เราจะทําให้เขามีความสุขกับการดูรายการ” และนั่นคงเป็นเครื่องพิสูจน์ความตั้งใจจริงที่คุณเต้อยากจะมอบความสุขให้ผู้ชม จนนําไปสู่ยอดวิว The Face Thailand ซีซั่น 3 รวมกว่า 180 ล้านวิว

ด้วยความมุ่งมั่นและความสําเร็จอย่างไม่มีใครปฏิเสธของคุณเต้ The Victor’s Society ภายใต้การดูแลของธนาคาร CIMB THAI ซึ่งได้ร่วมชาววิกเตอร์เข้าไว้ด้วยกันเพื่อบอกเล่าเรื่องราวและสร้างแรงบันดาลใจในการทําฝัน ใหัสำเร็จและเป็นจริงจึงเชิญคุณเต้มาแบ่งปันประสบการณ์ให้กับทุกคน

จากนั้นคุณเต้เริ่มเล่าต่อในเรื่องราวของตัวเองว่า “เคยหนีไปอยู่อเมริกาไม่คิดกลับมาแล้ว เพราะที่นั่นให้เราได้เกเรและใช้ชีวิตอิสระอย่างที่อยากทํา ซึ่งที่เมืองไทยเราทําแบบนั้นไม่ได้จนวันหนึ่งคุณพ่อ (คุณจาฤก กัลย์จาฤก) ถามว่า ‘จะกลับมาช่วยงานครอบครัวได้หรือยัง (เสียงสูง)’ วันนั้นเองที่ทําให้คิดได้ว่า ‘เรามีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อครอบครัว ของเรา’ จากวันนั้นจนถึงวันนี้มากว่า 8 ปีแล้วที่คุณเต้ลุยงานอย่างเต็มตัวและเต็มกําลังโดยไม่มีความคิดว่าตนเองต้องเสียสละอะไรในชีวิตเพื่อมาสืบทอดธุรกิจของตระกูล แม้อาจจะไม่ต้องกังวลกับการสร้างเนื้อสร้างตัวเหมือนคนรุ่นก่อนแต่สิ่งหนึ่งที่ต้องพิสูจน์คือการสร้างเส้นทางเดินของตัวเองเพื่อต่อยอดธุรกิจให้ดําเนินไปได้อย่างดียิ่งกว่าและจะนําพาธุรกิจไปสู่ทายาทรุ่นต่อไปอย่างไร”

“คุณพ่อให้เริ่มจากฝึกงานเป็นเลขาฯคอยติดต่อประสานงานต่างๆ ถ้าอยากทําโปรเจกต์อะไรก็ให้คิดเอง หาเงินมาทําเองและขายงานเองด้วย พื้นฐานที่เราเป็นคนที่ถ้าทําอะไรแล้วต้องทําให้ดีที่สุด ทําเองลุยเองโตมากับกองถ่ายและห้องตัดต่อทุกสิ่งทุกอย่างเราทําได้อยู่แล้ว เวลาทํางานกับพี่ๆและทีมงานอาจมีปัญหาบ้าง คุณพ่อจะสอนว่า ‘ถ้าเราทําเองทุกอย่าง เราก็จะได้แค่งานเดียวแต่ถ้าเราทํางาน แบบบริหารเราจะได้หลายงานพร้อมๆ กัน’ พอทํางานไปเรื่อยๆ ก็ปรับตัวเรียนรู้ที่จะฟังและทํางานกับทีมงานด้วยความเข้าใจกันมากขึ้น” คุณเต้กล่าว

“คุณพ่อให้ทํางานที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น เรื่อยๆ ทํางานแล้วขาดทุนเป็นสิบล้านก็เคย คุณพ่อก็ ไม่ได้ตําหนิอะไร ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นครอบครัวก็ยัง ซัพพอร์ตให้กําลังใจเราเสมอ ตอนนั้นบอกกับตัวเองเลยว่า ‘วันหนึ่งจะทําคืนให้ได้’ ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นไม่ได้ทําให้เราล้มคนเดียว แต่ล้มเป็นหมู่คณะ ไม่ใช่แค่บริษัทที่เสียหาย แต่ยังมีลูกน้องและครอบครัวของพวกเขาอีกด้วย เราต้องรับผิดชอบทั้งหมดให้ได้”

“ความสําเร็จของ The Face Thailand หลายคนคิดว่า ฟลุ๊ค…แต่สําหรับตัวเต้เองแล้วคิดว่าเป็นสิ่งที่เกิดจากความตั้งใจอยากจะให้รายการออกมาดี คนดูสนุก ชอบ เรารับฟังว่าคนดูอยากให้รายการเป็นแบบไหนแล้วเราก็ปรับให้ได้รสชาติ บวกกับจังหวะเวลาและสัญชาตญาณของเราเองด้วย การที่กันตนาวางตัวเองเป็น Content Provider ทําให้เราต้องคิดและทําให้ ได้ 360 องศา วันนี้รายการทีวีก้าวสู่ยุคดิจิตอลในแบบหนึ่งซึ่งพอไปถึงรุ่นน้องเราก็จะกลายเป็นอีกแบบหนึ่งไม่ใช่เอารายการทีวีไปไว้ในยูทูบแล้วบอกว่าเป็นดิจิตอลแล้วแบบที่เห็นกันทุกวันนี้และไม่ต้องนึกเลยว่า พอถึงรุ่นหลานรูปแบบสื่อจะไปถึงไหนในฐานะที่เราต้องส่งต่อให้กับทายาทรุ่นต่อไปเราต้องคิดและลงมือทําว่าคอนเทนต์แบบไหนเหมาะกับแพลตฟอร์มแบบไหนและจะสร้าง Engagement กันอย่างไร เรียกได้ว่าเป็นงานหนักและหยุดคิดไม่ได้เลย”

เขาทิ้งท้ายอย่างมุ่งมั่นด้วยว่า “ปีนี้กันตนาเข้าสู่ปีที่ 66 แล้ว เรามีชื่อเสียงที่รุ่นคุณปู่คุณพ่อเคยสั่งสมไว้ และยังมีพี่ๆพนักงานที่อยู่ด้วยกันกับเรามาอีกกว่า 1,000 ชีวิต เขาไม่เคยทิ้งเราแล้วเราจะทิ้งเขาได้อย่างไร ถ้าทําอะไรที่ช่วยกันพัฒนาหรือสร้างความแตกต่างและกระตุ้นให้คนอื่นทํากันเยอะๆได้ด้วย ก็น่าจะเป็นผลดีกับผู้ชมเราไม่ได้บอกว่าตัวเองดีหรือเก่งอะไร เพียงแต่อยากบอกว่าเราไม่ได้ทําเพื่อเงินอย่างเดียวเมื่อลงมือทําแล้วต้องทําให้ดีที่สุด เรียกว่าทําไม่ดีไม่ได้ทุกอย่างที่ทําและส่งออกไปคือเลือด คือเนื้อของพวกเรา”

ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูเนี้ยบกริบใครจะรู้ว่า ในวันหนึ่งๆคุณเต้จะมีประชุมเป็นสิบต้องต่อรองซื้อขายรายการแข่งขันดุเดือดให้ได้ลิขสิทธิ์รายการดังระดับโลกมาอยู่ในมือ พร้อมต้องคิดไปด้วยว่าจะทําออกมาอย่างไรให้คนดูชื่นชอบแต่เมื่อเลือกแล้วที่จะสืบทอดหน้าที่และความรับผิดชอบต่อสมาชิกครอบครัวกันตนาทั้งที่เป็นกัลย์จาฤกและพนักงานที่อยู่ด้วยกันมาคงไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าการนําพาทุกคนไปสู่ความสําเร็จใหม่ๆอย่างที่ทุกคนจะได้เห็นกันต่อๆไป

…………………………………………………….

Cr. Photos : Tae Piyarat Kaljareuk’s Instagram