Home > Celebrity > Exclusive Interviews > โลก 2 ใบของ ‘สรรพสิทธิ์ ฟุ้งเฟื่องเชวง’ นักสร้างสรรค์ และนักสะสมตะกรุดตัวยง

หากกล่าวถึงคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานหลากหลายด้าน หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ ‘เป๋า – สรรพสิทธิ์ ฟุ้งเฟื่องเชวง’ ที่ปัจจุบันนอกจากนั่งเก้าอี้ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์และภาพลักษณ์องค์กร บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ยังเป็นผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แบรนด์กางเกงว่ายน้ำ ทีโม่ ทรังก์ส (Timo Trunks) ซึ่งได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ อย่างล่าสุดได้รับการชมเชยจากนิตยสารฟอร์บส์ (Forbes) ว่าเป็นมาตรฐานของกางเกงว่ายน้ำรุ่นใหม่

ครั้งนี้จึงขอเจาะเคล็ดลับที่ทำให้คุณเป๋าประสบความสำเร็จในหลาย ๆ ด้าน รวมถึงโลกอีกใบของคุณเป๋าที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อนกับการสะสมเครื่องรางอย่าง ‘ตะกรุด’ ที่เจ้าตัวถึงกับออกปากว่ากว่าจะมาแต่ละอันต่อให้ “มีเงินก็ซื้อไม่ได้”

โลกของการสะสมเครื่องราง

จุดเริ่มต้นของโลกอีกใบของคุณเป๋าที่น้อยคนจะรู้ คุณเป๋าขอย้อนไปเมื่อช่วงที่โรคโควิด – 19 เริ่มระบาดว่า “มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งให้พระมาซึ่งตอนแรกรู้สึกสนใจในเรื่องศิลปะก่อน จากนั้นจึงเริ่มสนใจในมูลค่าว่าทำไมพระแต่ละองค์ถึงมีราคาค่อนข้างสูง แล้วก็มาถึงเครื่องราง” คุณเป๋าเล่าอีกว่า “เมื่อศึกษาถึงมูลค่าของเครื่องรางจึงสนใจสะสม ‘ตะกรุด’ ก็ไปศึกษาดูว่าท็อป 10 ของตะกรุดมีอะไรบ้าง และสะสมมาเรื่อย ๆ จนจะครบท็อป 5 แล้ว แต่กว่าจะได้มาแต่ละชิ้นต้องใช้ความพยายามอย่างมาก “ประเทศไทยมี ‘เบญจภาคี’ ที่ถือเป็นสุดยอดเครื่องราง หนึ่งในนั้นคือ ‘ตะกรุดมหาโสฬสมงคลหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง’ ที่ถือเป็นอันดับ 1 ของตะกรุดทั้งหมด ใช้เวลากว่า 2 ปีในการจัดทำ สวดบทมงคลโสฬสกว่า 10,000 บท อีกทั้งมีอายุมากกว่า 100 ปี จึงว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์มากสามารถคุ้มครองถึง 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน เทวดายังเกรงใจ ทำให้ตะกรุดนี้หายากเป็นพิเศษ นอกจากมีน้อยแล้ว คนที่ครอบครองก็ไม่ค่อยเอาออกมาให้ใครเห็น ต่อให้มีเงินขนาดไหนก็หาซื้อไม่ได้ เพราะไม่มีใครเขาขาย”

ตะกรุดอันแรกมาจากร้านก๋วยเตี๋ยวตรงข้ามวัด

สำหรับตะกรุดอันแรก คุณเป๋าเล่าถึงที่มาว่า “ได้มาจากเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวตรงข้ามวัดสะพานสูง ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยล็อกดาวน์ ทำให้มีเวลาว่างเราก็ไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแบบวันเว้นวันเลย ไปนั่งกินนั่งคุยถามสารทุกข์สุขดิบ ถามเรื่องพระ เรื่องตะกรุด พยายามจะไปเป็นหลานเขาให้ได้ เพื่อให้เขาเอาตะกรุดมาให้เราดู เรียกว่าเป็นเด็กวัดเลยก็ได้ เพราะไปนั่งอยู่ในซอยวัดทุกวันเป็นเดือน ๆ ไปบ่อยจนเขาเอ็นดูยอมแบ่งตะกรุดมาให้เรา 1 แท่ง ซึ่งเป็นที่มาของตะกรุดมหามงคลโสฬสแท่งแรก”

อยากได้ของจริงต้องศึกษาภาษาขอม

หลังจากคลุกคลีอยู่ในวงการเครื่องรางของขลังมา คุณเป๋ายอมรับว่าในวงการนี้มีของปลอมเยอะมาก ดังนั้นนอกจากต้องมาจากแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือแล้ว คุณเป๋ายังศึกษาตัวอักขระขอมด้วย “เวลาเราไปหาของโบราณ ไปถามใคร ต่อให้เป็นเซียนแค่ไหนเขาก็ไม่รู้หรอก เพราะเขาก็ไม่ได้เกิดมาตั้งแต่ 120 ปีหรือ 170 ปีที่แล้ว ดังนั้นที่ดีที่สุดคือศึกษาเอง อย่างตะกรุดจะมีอักษรภาษาขอม เช่น ถ้าเราอยากรู้ว่าตะกรุดอันนี้เป็นของหลวงพ่อพิธจริงไหม เราก็จะส่องดูว่าอักขระที่ลงไว้บนตะกรุดลายมือเหมือนหลวงพ่อหรือเปล่า รวมถึงจะได้รู้ด้วยว่าอักขระที่อยู่บนตะกรุดมีความหมายว่าอะไร ซึ่งเป๋าจะมีกล้องส่องพระอันหนึ่งคอยส่อง จากตอนแรกดูไม่เป็นจนตอนนี้พอรู้เรื่องแล้ว”

โลกการทำงานที่ประสบความสำเร็จ

ในความโชคดีที่คุณเป๋ามักกล่าวถึงเสมอนั้นเมื่อมองถึงหน้าที่การงานคุณเป๋าสร้างแบรนด์ ทีโม่ ทรังก์ส มาถึง 11 ปีแล้วหลังจาก เปิดตัวแบรนด์ได้เพียงเดือนเดียว หนังสือพิมพ์ ‘ไฟแนนเชียล ไทม์ส‘ ก็ได้เขียนถึง และในปีนี้ก็ได้รับความสนใจจากสื่ออีกครั้ง เมื่อ ‘ฟอร์บส์’ ลงบทสัมภาษณ์คุณเป๋าถึงแนวคิดในการสร้างสรรค์แบรนด์ทีโม่ ทรังกส์ ที่มีความโดดเด่นทั้งด้านดีไซน์และนวัตกรรม “เป็นครั้งแรกที่แบรนด์ของเราได้ลงฟอร์บส์และอาจจะเป็นครั้งเดียวในชีวิตด้วยซ้ำ ในฐานะแบรนด์เล็ก ๆ แบรนด์หนึ่งถือว่าเป็นความภาคภูมิใจมาก เพราะเขาชมเราในฐานะคุณภาพด้วย แสดงว่าเขาต้องเคยเห็น เคยจับของเรามาก่อน”

นอกจากเป็นนักสร้างสรรค์มากฝีมือที่อยู่ในความสนใจของสื่ออยู่เสมอ น้อยคนจึงจะรู้ว่า ‘เป๋า - สรรพสิทธิ์ ฟุ้งเฟื่องเชวง’ แท้จริงแล้วเป็นนักสะสม ‘ตะกรุด’ ตัวอีกด้วย

เคล็ดลับความสำเร็จในหน้าที่การงานหลายด้าน

นอกจากเป็นเจ้าของแบรนด์กางเกงว่ายน้ำที่ได้รับการยอบรับในระดับโลก คุณเป๋ายังเป็นหนึ่งในผู้บริหารเอพี (ไทยแลนด์) แบรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่ประสบความสำเร็จต่อเนื่องมาหลายปี เจ้าตัวเผยถึงเคล็ดลับการทำงานว่า “ก่อนอื่นต้องถามว่าตัวเองชอบไหม ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วเราไม่ได้อยากเด้งตัวขึ้นมาทำงาน แสดงว่าไม่ได้เป็นสัญญาณที่ดีแล้ว ข้อ 2 คือ ธรรมชาติของเราเก่งสำหรับการทำงานนั้นไหม อย่างตัวเป๋าเองในชีวิตประจำวันเมื่อตื่นเช้ามา เรื่องดีไซน์คือเรื่องที่อยากคุยกับเพื่อนเป็นอย่างแรก อยากดูเป็นอย่างแรก

การที่เราได้เห็นดีไซน์มากกว่าคนอื่นในโลก เป็นจุดที่ทำให้เราแตกต่างจากคนอื่น ทั้งที่คนอื่น ๆ ในโลกก็เก่งเท่ากัน ใคร ๆ ก็เรียนจบเมืองนอก แต่สิ่งที่ทำให้เรามีมากกว่าคนอื่นคือข้อมูล ส่วนตัวไม่ว่ามีงานแฟร์ด้านศิลปะและการออกแบบที่ไหนในโลก ต้องไปทุกที่ ซึ่งแค่เราไปดูงานแฟร์เหล่านี้บ่อย ๆ ก็เป็นการเพิ่มองค์ความรู้ของเราได้เป็นเท่าตัวแล้ว” หลังจากเปิดโลกทั้ง 2 ด้านให้เราได้รู้จัก คุณเป๋าปิดท้ายว่า

“สำหรับผมแล้วการค้นหา ‘ตะกรุด’ เป็นเป้าหมายอย่างหนึ่งที่สร้างขึ้นมาในช่วงโควิด เพราะเวลาเราตื่นขึ้นมาในช่วงโควิด – 19 เรามักจะลืมว่าเราตื่นขึ้นมาทำอะไร เป้าหมายเราคืออะไร กลัวทุกอย่างจนลืมเป้าหมายไปว่าทุกวันนี้ที่เราหายใจอยู่เราทำอะไร จึงอยากชวนทุกคนไม่ว่าใครก็ตามที่ท้อ งง รู้สึกเหมือนโดนขังมา 2 ปี อาจสร้างเป้าหมายเล็ก ๆ ในชีวิตให้เรามีสิ่งที่ยึดเหนี่ยว และการทำแบบนี้สักวันเราจะเจอเป้าหมายที่แท้จริง”

ทำความรู้จักกับโลกทั้ง 2 ใบของคุณเป๋าแบบเต็ม ๆ ได้ในนิตยสาร HELLO! ฉบับเดือนตุลาคม 2564 วางแผงแล้ววันนี้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ที่ shop.burdathailand.com