Home > Celebrity > Exclusive Interviews > พลิกบทบาทจากนักกฎหมายสู่นักลงทุนกับ ‘คุณเบิร์ท – มานิตย์ ศรายุทธิกรณ์’ เจ้าของเพจ Bert Manit 

ทุกการตัดสินใจไม่เคยมีคำว่าง่าย โดยเฉพาะการตัดสินใจที่สามารถเปลี่ยนเส้นทางชีวิตไปอีกด้าน ไม่ต่างจาก ‘คุณเบิร์ท – มานิตย์ ศรายุทธิกรณ์’ อดีตนักกฎหมายอนาคตไกล ที่ตัดสินใจผันตัวเองไปเป็นนักลงทุนเต็มตัวเมื่อ 8 ปีก่อน จนปัจจุบันเขากลายเป็นเจ้าของเพจ Bert Manit ที่ให้ความรู้เรื่องการลงทุนแบบรอบด้าน จนมีผู้ติดตามมากกว่า 50,000 คน ได้บริหารชีวิตและเลือกเส้นทางในแบบที่ตนเองต้องการ ที่สำคัญยังได้ดูแลคนที่รักอย่างใกล้ชิด

นักลงทุน เบิร์ท - มานิตย์ ศรายุทธิกรณ์ เพจ Bert Manit 
‘คุณเบิร์ท – มานิตย์ ศรายุทธิกรณ์’

ค้นพบสิ่งที่ชอบ

“ก่อนหน้านี้ชีวิตผมมุ่งไปทางด้านกฏหมายมาโดยตลอด หลังเรียนจบจากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผมเคยเป็นทนายและที่ปรึกษากฎหมายประจำบริษัทเอกชน ตำแหน่งสุดท้ายก่อนผมลาออกจากงานประจำ คือผู้จัดการฝ่ายกฎหมาย” คุณเบิร์ทเล่า 

ในช่วงเพียงวัย 20 ปลาย เรียกว่าเขาประสบความสำเร็จทั้งในแง่การงานและรายได้ที่มั่นคง แต่สิ่งที่มาพร้อมกันคือความเครียดสะสมที่เจ้าตัวเริ่มเป็นกังวล “มีวันหนึ่งผมเดินผ่านกระจก มองเห็นตัวเองในนั้นก็คิดว่าทำไมมีผมหงอกแล้ว เราเครียดเกินไปไหม จนเริ่มมาคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่อาจไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ ช่วงนั้นผมอ่านหนังสือชีวประวัติของสตีฟ จ็อบส์ ก็เกิดความคิดอยากลงทุนทำธุรกิจของตัวเอง แต่นั่นหมายถึงเงินทุนที่ต้องมีพร้อม บังเอิญว่าผมได้เจอเพื่อนที่เล่นหุ้น ซึ่งวันที่เจอกันเขาได้กำไรพอดี ผมเลยเริ่มสนใจและลองเปิดบัญชีฝากเงินไป 1 แสนบาท ปรากฎว่าได้กำไรมา 20,000 บาท ผมก็ตกใจว่าทำไมได้เงินมาง่ายขนาดนั้น เลยคิดว่าอยากนำเงินตรงนี้ไปเป็นทุนทำธุรกิจที่ตั้งใจ”

จากแสนแรก คุณเบิร์ทเริ่มศึกษาเรื่องการลงทุนอย่างจริงจังมากขึ้น อาศัยว่าเป็นคนชอบอ่านหนังสือ สามารถย่อยความรู้เรื่องยากๆได้เร็ว เมื่อรวมกับความมุ่งมั่นอยากเปลี่ยนชีวิตตนเองจากพนักงานประจำให้มีความอิสระมากขึ้น จึงเริ่มเก็บเงินเพื่อลงทุนอย่างต่อเนื่อง ยิ่งได้เรียนรู้หลักการเรื่องดอกเบี้ยทบต้น ที่สามารถทำให้เงินเก็บโตได้จริงหากมีวินัยและการจัดการที่ดีพอ เขาจึงคิดที่จะลาออกมาเป็นนักลงทุนเต็มตัว สุดท้ายหลังเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งสมความตั้งใจ คุณเบิร์ทจึงตัดสินใจออกมาเป็น Fulltime trader นักลงทุนเต็มเวลา 

ล้มแล้วต้องลุกให้ได้

ช่วง 1-2 ปีแรก อาจเป็นช่วงขาขึ้นให้เขาสนุกกับการลงทุน แต่เมื่อเศรษฐกิจเกิดความผันผวนคุณเบิร์ทเคยเจ็บถึงขนาดเงินในพอร์ตลดลงไป 50% “ช่วงนั้นรู้สึกท้อแท้และหน้ามืดมาก แต่ผมเชื่อว่าในเมื่อเรามีความฝันที่จะเดินบนเส้นทางนี้ เราต้องรักษาความฝันนั้นไว้ ใช้เวลาเพียงไม่นานผมก็กลับมาฮึกเหิมใหม่ แทนที่จะเลิกเหมือนคนอื่น ผมกลับจัดการล้างพอร์ตแล้ววางแผนการลงทุนใหม่ทั้งหมด เรียกว่าใช้ทักษะแทบทุกอย่างที่มี ทั้งศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม วางแผนการลงทุนทั้งระยะสั้น ระยะยาว แต่ที่สำคัญคือใจต้องนิ่ง การเข้ามาเป็นนักรบในสนามนี้ แน่นอนว่าอาจต้องมีบาดเจ็บ แต่สุดท้ายเราจะชนะในระยะยาว จุดแข็งในการลงทุนของผมคือเรื่องวินัย ต้องศึกษาหาความรู้ หาข้อมูลใหม่ๆตลอดห้ามหยุด ผมเองเป็นคนที่ลงทุนในโปรดักท์หลากหลาย แน่นอนว่าการลงทุนมีความเสี่ยง แต่เสี่ยงในที่นี่ผมรู้ว่ามันเสี่ยงแบบไหน เป็นความเสี่ยงที่เราศึกษามาแล้ว” 

จากจุดที่ล้มจนถึงวันนี้ พอร์ตของคุณเบิร์ทโตมากขึ้นกว่า 1,000%  ทั้งหมดสร้างขึ้นด้วยสองมือตนเองล้วนๆ และยังแบ่งปันความรู้ที่มีให้กับผู้ที่สนใจอีกด้วย ทั้งในเพจส่วนตัวและการเป็นวิทยากรรับเชิญต่างๆ “ช่วงแรกในเพจ Bert Manit ผมมักให้ความรู้ในเรื่องการเทรดหุ้น การซื้อการขายหุ้น แต่ปัจจุบันจะเน้นในเรื่องที่เกี่ยวกับ Mindset ของคนลงทุน มีการสรุปข้อมูล สรุปตลาด และสรุปเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นบนโลกว่า สิ่งเหล่านั้นสามารถตีความได้อย่างไรบ้าง ใครได้ประโยชน์ ใครเสีย ประโยชน์ หุ้นตัวไหนได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์” 

แนะนำสัดส่วนการลงทุน

ในฐานะที่คร่ำหวอดในแวดวงการเทรดมาเกือบทศวรรษ คุณเบิร์ทแนะนำเรื่องพอร์ตการลงทุนไว้ว่า “โดยทั่วไปในพอร์ตควรมีหุ้นพื้นฐานดีสัก 50-60% เพราะจะเป็นหุ้นที่ช่วยค้ำพอร์ตเราไว้ เนื่องจากหุ้นเหล่านี้ เป็นหุ้นที่จะไม่หายไปจากตลาด เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มั่นคงและจับต้องได้ บางครั้งอาจติดลบบ้าง แต่อย่างน้อยยังมีปันผลกลับมา ส่วนอีกครึ่งหนึ่งตัวผมเองจะเน้นที่การเล่นหุ้นเพื่อเก็งกำไร Cash Flow หรือเทรดกราฟเทคนิค เพื่อนำกำไรกลับไปซื้อหุ้นปันผล สำหรับคนที่มีรายได้ประจำ อยากเริ่มเทรดหุ้น แนะนำว่าควรคิดในเชิงรายได้เสริมก่อน แบ่งเงินจากรายได้ประจำแค่ 10-20% อย่าเพิ่งคาดหวังสูงว่าจะนำกำไรตรงนี้มาแทนรายได้ประจำ ทำจนรู้ว่าเข้าใจการลงทุนดีขึ้น แล้วค่อยพัฒนาสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น” คุณเบิร์ทแนะนำพร้อมย้ำว่า นอกจากวินัยในการหาความรู้ที่ต้องทำสม่ำเสมอแล้ว ต้องเตรียมใจเรื่องการขาดทุน และอย่าเครียดเกินไป หากอ่านงบการเงินเป็น เข้าใจกราฟเทคนิค ก็จะเข้าใจว่าควรเลือกลงในหุ้นแบบไหนที่เหมาะกับผู้ลงทุน

ลงทุนในสิ่งที่ใช้

จากตอนแรกที่ตั้งใจจะนำเงินที่ได้ไปลงทุนทำธุรกิจ ทุกวันนี้คุณเบิร์ธกลับเลือกเป็นนักลงทุนเต็มตัว อีกทั้งยังเริ่มลงทุนในสิ่งที่ตนเองชอบและสนใจ นอกเหนือจากการเทรดในตลาด ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน นาฬิกาเรือนหรู อาทิ Patek Philippe Nautilus 5980-1a, Richard Mille RM11-03 Titanium, Richard Mille RM35-02 Rafael Nadal Red สินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง NFT Bored Ape Yacht Club รถซูเปอร์คาร์คันงาม ทั้ง Porsche Taycan และ Lamborghini Huracan Evo Fluo Capsule รวมถึงบ้านหรูที่เขาอาศัยอยู่กับครอบครัวในปัจจุบัน

“กลยุทธ์การตลาดปัจจุบันของนาฬิกาแบรนด์ดังๆ เช่น Rolex, Patek Philippe หรือ Richard Mille ที่ผลิตออกมาจำนวนน้อย ทำให้ราคาของบางเรือนเพิ่มขึ้นไปได้ในแต่ละปี เราสามารถนำจุดนี้เป็นตัวเลือกหนึ่งในการลงทุนได้ เช่นเดียวกับ NFT ซึ่งถือเป็น  Digital Asset เป็นสินทรัพย์ยุคใหม่ แต่ก่อนจะลงทุนในอะไรก็ต้องศึกษาให้ดีก่อนไม่ต่างกัน” คุณเบิร์ทย้ำ 

การลงทุนล่าสุดที่เห็นผลคุ้มค่าของเขา คือบ้านพักหลังงามในโครงการ Issara Residence ที่เขาพักอาศัยอยู่กับคุณแม่ นอกจากเป็นทั้งบ้าน ที่ทำงาน ยังได้ดูแลคนที่รักตลอด 24 ชั่วโมง “ต้องบอกก่อนว่าจริงๆแล้วครอบครัวและตัวผมไม่ได้มีต้นทุนมากมาย คุณแม่มีธุรกิจค้าขายเล็กๆ ผมเองก็ทำงานประจำมาตลอด แต่สิ่งที่มีในวันนี้คือผลจากความอดทนและการหาความรู้ในการลงทุน มีวินัย และเชื่อมั่นในทางที่เราเลือกเดิน”


ติดตามเรื่องราวบทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร HELLO!

‘ฉบับเดือนกรกฎาคม 2565′ วางแผงแล้ววันนี้⁠

📞 ติดต่อสั่งซื้อโทร 0 2676 8999 ต่อ 217 หรือ 084 079 5678⁠
🛒 สั่งซื้อออนไลน์ที่⁠
shop.burdathailand.com หรือ Line ID: @hellomagazineth

Never miss an update

Subscribe to our newsletter to get the latest updates.

No Thanks
You’re all set

Thank you for your subscription.