Home > Celebrity > Exclusive Interviews > เซเลบฯสาว ‘ริก้า ดีลา’ กับโมเมนต์สุดประทับใจที่ Waldorf Astoria Bangkok

หากพูดถึงสถานที่ที่สร้างความประทับใจแล้วนั้น เชื่อว่าแต่ละบุคคลก็มีสถานที่ที่ชื่นชอบแตกต่างกันออกไป ทำให้โปรแกรม HELLO! Extraordinary เป็นรายการที่รวบรวมสุนทรียภาพของการใช้ชีวิตที่มีคุณค่า มีความแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ ที่น่าสนใจ รวมถึงเป็นการเสนอเรื่องราวประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟจากผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีความหลงใหลในเรื่องราวนั้นๆ ในแง่มุมต่างๆ เพื่อเติมเต็มคุณค่าและการใช้ชีวิตของทุกคน และสำหรับ Ep.2 นี้ HELLO! ได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้ ‘คุณริก้า-ริฐิกา ดีลา’ มาแชร์เรื่องราวประสบการณ์ และความประทับใจที่มีต่อ Waldorf Astoria Bangkok

Waldorf Astoria Bangkok

นับเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว ที่โรงแรม Waldorf Astoria Bangkok เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ณ โครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด (Magnolias Ratchadamri Boulevard) มิกซ์ยูสสุดหรูสูง 60 ชั้น บนทำเลที่ตั้งที่เรียกได้ว่าดีที่สุด หรูหราที่สุด ใจกลางกรุงฯในย่านราชดำริ และสูงที่สุดในย่านนี้ ซึ่งนอกจากเป็นการเปิดตัวโรงแรมหรูแห่งใหม่ฯใหม่ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2561 แล้วนั้น ยังเป็นการแนะนำแบรนด์ Waldorf Astoria  ครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

คุณต๊ะ-วราภรณ์ ศิริบุญมา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบอร์ด้า (ประเทศไทย)

“ตอนนี้ต๊ะอยู่ที่ Waldorf Astoria Bangkok โรงแรมแห่งนี้ไม่ธรรมดาเลยค่ะ มีตำนานและประวัติศาสตร์มายาวนานมาก ประสบความสำเร็จมาแล้วถึง 128 ปี จากการเปิดตัวครั้งแรกของวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย ณ มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีประวัติครองตำแหน่งโรงแรมที่สูงที่สุดในโลกมานานถึง 30 ปี และยังให้การต้อนรับและบริการบุคคลสำคัญระดับโลกหลายท่าน อาทิ ควีนเอลิซาเบธ เจ้าชายฟิลิป Duchess of Winsor ฯลฯ แล้วที่นี่ค่ะ Waldorf Astoria Bangkok โรงแรมระดับ Luxury 5 star ในเครือ Hilton นับเป็นโรงแรม Waldorf Astoria แห่งแรกที่อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถ้าพูดถึงความ Luxury ของแบรนด์ อย่าง Waldorf Astoria แล้ว ก็คือประสบการณ์การบริการสุดประทับใจในแบบฉบับของ True Waldorf Service และวันนี้ต๊ะไม่ได้มาคนเดียวค่ะ แต่เรามีเซเลบริตี้ท่านหนึ่งที่หลงใหลในงานศิลป์  และคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดีมาร่วมแชร์ประสบการณ์ความประทับใจด้วย ต๊ะบอกเธอไว้ว่า Meet Me at The Clock” คุณต๊ะ-วราภรณ์ ศิริบุญมา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบอร์ด้า (ประเทศไทย) กล่าว

3 Food Destination กับงานดีไซด์เก๋ๆที่ไม่ควรพลาด ณ Waldorf Astoria Bangkok

นอกจากการตกแต่งที่ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังระดับโลกชาวฮ่องกงอย่าง Andre Fu และบริษัทออกแบบตกแต่งภายในชื่อดัง AvroKO จากนิวยอร์ก ที่ออกแบบบริเวณต่างๆให้มีความร่วมสมัย และสอดแทรกศิลปะแบบไทยได้อย่างลงตัว โดยโรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ ยังถือได้ว่าเป็น Food Destination ที่สร้างความประทับใจให้กับคุณริก้าไม่น้อยเลยทีเดียวล่ะค่ะ เพราะคุณริก้าเองถือได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ หลงใหลในการตระเวนลิ้มรสชาติเมนูรสเลิศจากร้านดังทั่วทุกมุมโลก

สำหรับช่วงเช้าแบบนี้แนะนำให้มาที่นี่เลยค่ะ ห้องอาหาร เดอะ บราซเซอรี่ (The Brasserie) ห้องอาหารสไตล์ฝรั่งเศสสุดคลาสสิก ที่ขณะนี้อาหารเช้าเป็นที่นิยมมาก ขึ้นชื่อว่าดีเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ บริเวณภายในห้องมีรูปทรงคล้ายเกือกม้าออกแบบตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาล-เขียว ให้แขกที่เข้ามารับประทานอาหารได้รู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน กับดีไซน์เคาน์เตอร์ครัวแบบเปิด ซึ่งเมนูก็มีความหลากหลาย เพราะมีมากถึง 3 ครัวด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นครัวอาหารตะวันตก ครัวอาหารเอเชีย และครัวขนมอบกับเบเกอรี และยังมีเมนูสุขภาพให้เลือกรับประทาน อาหารจานเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของ วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย ซึ่งพร้อมเสิร์ฟที่ห้องอาหารแห่งนี้ คือ Eggs Benedicts หรือ Truffle Eggs และ Waldorf Salad

“ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้น หรือเรียกได้ว่าเป็นต้นกำเนิดของหลายเมนูดังเลยล่ะค่ะ อย่างเช่น Eggs Benedicts เกิดขึ้นครั้งแรก ณ Waldorf Astoria New York เนื่องจาก ‘มิสเตอร์เบเนดิกส์’ ได้เข้าพักที่โรงแรม และได้สั่งอาหารจากโรงแรมโดยมี ไข่ลวก ขนมปัง แฮม และซอสฮอลันเดส เขาได้นำแฮมวางบนขนมปัง ตามด้วยไข่ลวก แล้วราดด้วยซอสฮอลันเดสก่อนจะรับประทาน” คุณริก้าเล่า

ไม่ใช่แค่อาหารเช้าเท่านั้น Waldorf Astoria Bangkok ยังให้บริการ Afternoon Tea พร้อมเสิร์ฟที่ห้องพีค็อก อัลเลย์ (Peacock Alley) ด้วยการตกแต่งที่สะท้อนภาพความหรูหรา และความร่มรื่นของมหานครนิวยอร์คในยุคสมัยก่อนผ่านสัญลักษณ์นกยูง ตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ ความสง่างาม และความปฏิสัมพันธ์ ที่นี่จึงเหมือนเป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ ที่พวกเราจะได้ใช้ช่วงเวลาดี ๆ ท่ามกลางบรรยากาศสุดรื่นรมย์ ภายในห้องอาหารนี้มีชิ้นงานศิลปะที่โดดเด่นอีกชิ้นหนึ่งคือ นาฬิกาสไตล์อาร์ต เดโค บนผนังหินอ่อนสีขาว และเสาโค้งมนขนาดใหญ่ทั้งสองข้างที่ มร. อังเดร ฟู ออกแบบขึ้นมาเป็นพิเศษให้มีกลิ่นอายที่หวนให้ระลึกถึง วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย นิวยอร์ก

‘คุณริก้า-ริฐิกา ดีลา’ กับเซต Afternoon Tea ณ ห้องพีค็อก อัลเลย์ (Peacock Alley)

Meet Me at The Clock!

เอกลักษณ์หนึ่งของโรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย ก็คือ นาฬิกา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญ และที่มีอยู่ที่พีค็อก อัลเลย์ (Peacock Alley) ของ Waldorf Astoria เกือบทุกสาขาทั่วโลก จากตำนานแห่งนิวยอร์กที่ว่า Meet Me at The Clock คือการนัดพบกันที่ โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย นั่นเอง เช่นเดียวกับที่ โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ แห่งนี้  กับการนัดพบปะเพื่อพูดคุยธุรกิจ การเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานนอกสถานที่พร้อมชมวิวจากสนามราชกรีฑาสโมสร หรือการเพลิดเพลินและผ่อนคลายกับการจิบชายามบ่าย ณ พีค็อก อัลเลย์ แห่งนี้ 

“โอ้! สวยมากเลยพี่ต๊ะ ริก้าไม่ได้ทาน Afternoon Tea มานานมากแล้ว เซตเมนูที่นี้ของคาวเยอะมาก ตกแต่งสวยงามจนริก้าไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดีเลย”

และหากใครกำลังมองหาสถานที่แฮงค์เอาท์สุดโก้ โดดเด่นด้วยการตกแต่งแบบยกบรรยากาศเก๋ๆ ในสไตล์นิวยอร์ก พร้อมวิวทิวทัศน์ใจกลางเมืองหลวงแห่งนี้ พลาดไม่ได้กับการมาเยือน Jewels of the Crown หรือยอดเพชรบนมงกุฎ จุดหมายปลายทางของการสังสรรค์ และความบันเทิงบนชั้น 55 – 57 ของโรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ 

สำหรับดินเนอร์มื้อพิเศษ ห้องอาหารบูล แอนด์ แบร์ (Bull & Bear) บนชั้น 55  ให้บริการสเต๊กเนื้อพรีเมี่ยม หรือเมนูอาหารทะเลที่คัดสรรและบรรจงปรุง อย่างพิถีพิถันจากเตาย่างถ่านที่สั่งทำและนำเข้ามาเป็นพิเศษ สามารถเลือกรมควัน ปิ้ง อบ หรือย่าง ได้ตามความต้องการ เมนูอาหารแนะนำ อาทิ สเต็ก ดราย เอจ 55 วัน (55-Day Dry Aged Steak) ที่ทางทีมเชฟคัดสรรเนื้อวัว ชั้นดี เก็บไว้ในห้องเก็บควบคุมความเย็นและความชื้น เป็นเวลา 55 วัน จนได้เนื้อที่นุ่มพร้อมรับประทาน 

“เริ่มแค่เมนู Appetizer ก็รู้ได้เลยว่าเขาใส่ใจลูกค้ามากๆ เพราะของริก้าเป็นเมนูที่เฮลตี้เหมาะกับคนที่ดูแลรูปร่าง ที่สำคัญคือ การที่เราจะมาทานอาหารที่โรงแรมระดับ 5 ดาวแบบนี้ หลายคนคิดว่าราคาสูงแน่นอน แต่เมื่อสักครู่ริก้าแอบเห็นราคา ถือว่าราคาดีมาก” คุณริก้ากล่าว

สำหรับ Main Course ทางเชฟแนะนำ Bone in Rib Eye สเต็กเนื้อชิ้นใหญ่นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย ที่ทางทีมเชฟที่นี่ได้นำมา ดราย เอจก่อน 55 วัน ก่อนมาย่างไฟบนเตาแบบพิเศษ หอม นุ่ม และละลายในปากเลยค่ะ

ปิดท้ายความประทับใจด้วยเซอร์ไพรส์เล็กๆจากทีม Waldorf Astoria Bangkok ที่เตรียมไว้อย่างสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับ HELLO! และคุณริก้า คือกิจกรรมเพ้นท์งานศิลปะพร้อมชมวิวสวยๆจากชั้น 56 สถานที่ตั้งของเดอะ ล๊อฟท์ (The Loft) ด้วยงานออกแบบภายในที่ได้รับแรงบันดาลใจในการตกแต่งจากสตูดิโอศิลปะในยุครุ่งเรืองสมัย The Great Gatsby บรรยากาศเหมาะกับผู้ที่หลงใหลในงานศิลป์มานัดพบปะ พูดคุย จิบเครื่องดื่มแก้วโปรดจากทีมบาร์เทนเดอร์ที่มากประสบการณ์ นำโดย Michele Montauti ผู้จัดการบาร์สัญชาติอิตาเลี่ยน พร้อมชมทิวทัศน์ของกรุงเทพมหานครยามพระอาทิตย์ตกดินที่ยากจะลืมเลือน

“นับได้ว่าทุกช่วงเวลาที่อยู่ที่ Waldorf Astoria Bangkok อบอุ่น มีความสุข กับบริการแบบเหนือระดับ เพราะที่นี่เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้งเรื่องของการให้บริการ การคิดค้นซิกเนเจอร์ใหม่ๆ ข้อสำคัญคือการนำเอาสิ่งที่เป็น The First หรือสิ่งแรกในโลกมาอยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นตำนานของ Waldorf Salad ตำนานของ Eggs Benedicts รวมถึงในเรื่องของสถาปัตยกรรมต่างๆ นับได้ว่าเป็นประสบการณ์การบริการสุดประทับใจในแบบฉบับของ True Waldorf Service จริงๆ” คุณต๊ะกล่าวทิ้งท้าย


อย่าพลาด..สัมผัสประสบการณ์สุดลักซ์ชัวรี พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนไลฟ์สไตล์แบบเหล่าเซเลบริตี้ได้ผ่านรายการ 

HELLO! Extraordinary ได้แล้ววันนี้ผ่านทาง Youtube Chanel : HELLO! Magazine TH