Home > Celebrity > Exclusive Interviews > ‘เฮมิช มากอฟฟิน’ ย้อนเล่าถึงภรรยา ‘ประณัยยา อุลปาทร’ หลังเสียชีวิตจากภาวะ PPD

การเสียชีวิตของ ‘คุณแป้ง-ประณัยยา อุลปาทร’ และ ‘น้องอาเธอร์’ เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว อันเป็นกระทบที่เกิดจากภาวะซึมเศร้าหลังคลอด นับเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความเศร้าและไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะ ‘ เฮมิช มากอฟฟิน ’ สามีผู้คอยเคียงข้างดูแลภรรยาลูกน้อยมาตลอด หลังผ่านพ้นความสูญเสียเฮมิชจึงก่อตั้ง ‘มูลนิธิประณัยยาและอาร์เธอร์มากอฟฟิน’ (Pranaiya & Arthur Magoffin Foundation) หรือ PAM Foundation เพื่อสร้างการรับรู้และให้ข้อมูลที่ถูกต้อง รวมถึงให้ความดูแลแก่พ่อแม่มือใหม่ และศึกษาวิจัยเพิ่มเติม

‘เฮมิช มากอฟฟิน’

สร้างสิ่งที่ดีขึ้นจากความสูญเสีย

คุณเฮมิช ย้อนเล่าถึงความสูญเสียที่ผ่านมากับ HELLO! ว่า “ปีที่ผ่านมา ผมสูญเสียภรรยา คือคุณประณัยยาหรือคุณแป้ง และลูกชายของเรา น้องอาร์เธอร์ จากภาวะซึมเศร้าหลังคลอด (PPD) ย้อนไปตอนที่คุณแป้งเริ่มมีอาการของภาวะซึมเศร้าหลังคลอด เราพยายามรักษาทันที โดยทำตามทุกวิธีที่แพทย์แนะนำ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยยาไปจนถึงการใช้ศิลปะบำบัด ทั้งคุณแป้ง ผมและครอบครัวทุกคนตั้งใจเต็มที่ที่จะต่อสู้กับโรคนี้ด้วยกัน ทั้งครอบครัวและคุณแป้งเข้มแข็งมาก แต่สุดท้ายแล้วเราก็ยังต้องเสียคุณแป้งและน้องอาร์เธอร์ไป ทำให้ผมพยายามคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะสร้างอะไรที่ดีขึ้นได้บ้างจากความสูญเสียนี้”

คุณแป้งและน้องอาร์เธอร์ในความทรงจำ

คุณ เฮมิช มากอฟฟิน ยังเล่าอีกว่า “คุณแป้งเป็นคนที่น่ารักมากและเป็นที่รักของทุกคน ตั้งแต่คุณแป้งเสีย ผมได้รับการแสดงความเสียใจจากคนหลายคนมากรวมถึงคนที่ไม่รู้จักผมแต่รู้จักกับคุณแป้งซึ่งทำให้ผมซาบซึ้งมาก คุณแป้งเป็นคนจิตใจดี ห่วงใยและนึกถึงคนอื่นเสมอ เป็นแม่ที่รักและดูแลลูกอย่างดีมากโดยตลอดตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ น้องอาร์เธอร์เป็นเด็กที่มีความสุข ยิ้มแย้มเก่ง ชอบเล่นกับผู้คน ชอบฟังเราอ่านหนังสือให้ฟัง และชอบร้องเพลงตามเวลาผมเล่นเปียโนหรือเปิดเพลงให้ฟัง”

‘เฮมิช มากอฟฟิน’

นอกจากเป็นที่รักของคนรอบข้าง คุณแป้งยังมุ่งมั่นสร้างประโยชน์ให้สังคม

ในด้านการสร้างประโยชน์ต่อสังคม คุณเฮมิช เผยว่า “คุณแป้งชอบช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอดตั้งแต่อายุยังน้อย นอกจากจะบริจาคเงินอย่างสม่ำเสมอให้กับโครงการเพื่อสังคมต่าง ๆ แล้ว คุณแป้งยังทำกิจกรรมเพื่อสังคมมาตั้งแต่สมัยเรียน จนต่อมาคุณแป้งเป็นหนึ่งในคนแรก ๆ ที่ริเริ่มเรื่อง Social Investing หรือ การลงทุนเชิงสังคม ในประเทศไทย การลงทุนเชิงสังคมนี้หมายถึงการลงทุนในบริษัทที่ประสบความสำเร็จจากการทำธุรกิจที่ช่วยเหลือสังคม หรือที่เรียกว่า Social Enterprise

“ในช่วงที่คุณแป้งตั้งครรภ์และต่อมาเมื่อคุณแป้งประสบภาวะซึมเศร้าหลังคลอด การศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับโรค PPD  ทำให้คุณแป้งเห็นถึงปัญหาการขาดแคลนข้อมูลที่มีคุณภาพที่เป็นภาษาไทยเพื่อคนไทย  ไม่ใช่เฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับโรค PPD เท่านั้น แต่รวมไปถึงข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการตั้งครรภ์และการเลี้ยงดูบุตร คุณแป้งจึงตั้งใจว่าเมื่อชีวิตลงตัวมากขึ้นหลังจากที่น้องอาร์เธอร์เริ่มโตขึ้น จะสนับสนุนการให้ข้อมูลความรู้ที่มีคุณภาพให้กับคนไทย จึงทำให้สิ่งนี้กลายมาเป็นเป้าหมายของมูลนิธิ PAM Foundation โดยเป้าหมายไม่ใช่แค่การสร้างการรับรู้เรื่องภาวะซึมเศร้าหลังคลอดและภาวะอาการทางจิตเวชต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงตั้งครรถ์และหลังคลอดเท่านั้น แต่รวมไปถึงการเลี้ยงดูบุตรด้วย”

‘เฮมิช มากอฟฟิน’

3 เสาหลักของ PAM Foundation

สำหรับวัตถุประสงค์และการดำเนินงานของ PAM Foundation คุณเฮมิช ให้รายละเอียดว่า “นอกจากจะเน้นเรื่องภาวะซึมเศร้าหลังคลอดแล้ว ยังครอบคลุมถึงอาการทางจิตเวชต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอด โดยมี 3 เสาหลัก (core pillars) เสาหลักแรก เป็นการสร้างการรับรู้และให้ความรู้เกี่ยวกับโรค PPD ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณแป้งให้ความสำคัญมาก

“ความตั้งใจของเราคืออยากให้ผู้ประสบภาวะซึมเศร้าหลังคลอด คนรอบข้าง และสังคมสามารถพูดถึงโรค PPD ได้อย่างเปิดเผยโดยไม่ต้องปิดบังหรือกังวลกับการถูกตัดสินจากคนอื่น ซึ่งการสามารถพูดคุยถึงโรค PPD ได้อย่างเปิดเผย จะช่วยให้ผู้ป่วยโรค PPD สามารถเข้าถึงการรักษาโรคนี้ได้ง่ายขึ้น”

“เสาหลักที่สอง คือให้การสนับสนุนการดูแลผู้ประสบภาวะดังกล่าว และสุดท้ายคือการสนับสนุนการศึกษาวิจัยเพื่อหาวิธีรักษาและทำความเข้าใจถึงกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะนี้มากที่สุดในสังคมไทย”

‘เฮมิช มากอฟฟิน’

โรค PPD คืออะไร

หลังเล่าถึงมูลนิธิ PAM Foundation คุณเฮมิช ยังให้ความรู้เกี่ยวกับโรค PPD ว่า “ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดหรือ PPD เป็นโรคซึมเศร้าประเภทหนึ่งที่เกิดหลังจากการคลอดบุตร ผลการศึกษาล่าสุดพบว่าโรคนี้สามารถอุบัติกับมารดามากถึง 1 ใน 6 คน โดยอาการของโรค PPD จะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน ตั้งแต่ระดับอ่อน ๆ ไปจนถึงระดับกลางและระดับหนัก  อาการที่พบได้ทั่วไป เช่น การนอนหลับยาก อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย ความพอใจในสิ่งต่าง ๆ รอบตัวน้อยลง จนไปถึงอาการที่หนักกว่านี้”

เตรียมสร้างการรับรู้และระดมทุนผ่านกิจกรรมวิ่งในสหราชอาณาจักร

สำหรับกิจกรรมแรกของมูลนิธิ PAM Foundation ที่จะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ คุณเฮมิชจะร่วมวิ่งในรายการ JOGLE ที่ประเทศสหราชอาณาจักร เป็นระยะทางกว่า 1,400 กิโลเมตร จากตอนเหนือสุดของสก็อตแลนด์ลงไปถึงจุดล่างสุดของประเทศสหราชอาณาจักรที่เมืองคอร์นวอลล์ทางตอนใต้ โดยใช้เวลารวม 17 วัน นับตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2565 เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับมูลนิธิ และภาวะซึมเศร้าหลังคลอด รวมถึงระดมทุนเพื่อใช้ในการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ

“หลังจากที่สูญเสียคุณแป้งและน้องอาร์เธอร์ไป ผมพบว่าสิ่งที่ช่วยผมได้มากคือการก้าวเท้าออกไปข้างนอก แค่การได้ออกไปเดินในสวนสาธารณะก็มีส่วนช่วยได้ ที่โชคร้ายคือในช่วงล็อคดาวน์ที่ผ่านมา เราไม่สามารถทำได้เลย ผมเป็นคนชอบวิ่งมาตลอด จึงทำให้ผมตัดสินใจว่าจะร่วมการวิ่ง JOGLE เพื่อรณรงค์สร้างการรับรู้ถึงโรค PPD และเพื่อให้คนรู้จักมูลนิธิ PAM Foundation ซึ่งกำลังจะเปิดตัวกลางปีนี้”

“JOGLE เป็นการวิ่งที่โหดมาก เริ่มจากตอนเหนือสุดของสก็อตแลนด์ลงไปถึงจุดล่างสุดของประเทศสหราชอาณาจักร เส้นทางยาวถึง 1,400 กิโลเมตร (เกือบเท่ากับระยะทางจากเหนือถึงใต้ของประเทศไทย) เทียบเท่ากับการวิ่ง 2 มาราธอนทุกวันเป็นเวลา 17 วัน ที่ผ่านมาเคยมีคนวิ่งสำเร็จแค่ 6  คน การซ้อมเพื่อร่วมวิ่ง JOGLE และการมีเป้าหมายนี้ ช่วยให้ผมสามารถพอรับมือกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้  ผมหวังว่าการวิ่ง JOGLE ในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยสร้างการรับรู้ถึงโรค PPD และ PAM Foundation แล้ว การวิ่งของผมจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นและมีส่วนช่วยเหลือคนอื่นด้วย”

สำหรับผู้ที่อยากสนับสนุนคุณเฮมิชและมูลนิธิ PAM Foundation สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.pamfoundation.org

Never miss an update

Subscribe to our newsletter to get the latest updates.

No Thanks
You’re all set

Thank you for your subscription.