Home > Celebrity > Exclusive Interviews

ณ บ้านพักสไตล์โคโลเนียลบนถนนวิทยุในวันนี้ ยังคงร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่อายุกว่าร้อยปีที่แผ่
ร่มเงาให้ทั้งความร่มรื่นและความสง่างาม เปรียบดั่งบริษัท บี. กริม ที่ยังคงความเป็นบริษัทของครอบครัวที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยและสร้างชื่อเสียงด้วยการสร้างความดีและรับใช้สังคมมาโดยตลอดกว่าร้อยปี โดยมี คุณฮาราลด์ ลิงค์ ทายาทรุ่นที่ 3 เป็นผู้ดำรงตำแหน่งประธานของบริษัทในปัจจุบัน 

HELLO! ได้มาพูดคุยกับคุณฮาราล์ด ลิงค์ อีกครั้งหนึ่งหลังจากหลายปีก่อนที่เคยมาเยือนพร้อมต้อนรับหลานแฝดคู่แรกของคุณตาฮาราลด์ ลิงค์ กับลูกสาวคนโตคือ คุณคาโรลีน ลิงค์ วันนี้ลูกสาวและหลานแฝด ลุคา และเลโอนาร์โด รวมถึง โลเรนโซ หลานชายคนเล็กวัยขวบครึ่ง ได้เดินทางไปอยู่ที่ฮ่องกงเกือบครึ่งปีแล้ว แม้เทคโนโลยีการสื่อสารในปัจจุบันจะช่วยทำให้คุณตาได้หายคิดถึงไปบ้าง แต่ก็ไม่เหมือนได้เลี้ยงดูใกล้ชิดดังเช่นก่อนหน้านี้

ด้วยความคิดถึงหลาน คุณลิงค์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดคลิปที่หลานๆ ร้องเพลงอวยพรวันเกิดแบบ 3 ภาษา ทั้งเยอรมัน อังกฤษ อิตาลี ให้เราได้ชมอย่างภูมิใจและเล่าด้วยความเอ็นดูว่า

‘คุณฮาราลด์ ลิงค์’

“ตอนนี้หลานแฝดอายุเกือบ 3 ขวบครึ่งแล้ว เขาพูดได้หลายภาษามาก เพราะที่บ้านคุณแม่เขาพูดภาษาเยอรมัน พ่อพูดภาษาอิตาเลียน แม่บ้านคนหนึ่งพูดภาษาอังกฤษ อีกคนพูดภาษาไทย เวลาออกไปนอกบ้านจะได้ยินภาษาจีน เท่ากับทุกวันได้เรียนรู้ 5 ภาษา” 

คุณลิงค์พูดไทยได้ชัดเจนมาก และสามารถอ่านเขียนไทยได้อย่างแตกฉาน และมีความเป็นไทยที่รักและหวงแหนประเทศไทย จนได้รับฉายา ‘ฝรั่งหัวใจไทย’ ทั้งๆ ที่มีเชื้อสายเยอรมัน และจบการศึกษาปริญญาโทบริหารธุรกิจจาก University of St.Gallen ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนจะมาสืบทอดอาณาจักรบี.กริม ในประเทศไทยที่วางรากฐานมากว่า 143 ปี โดยเริ่มต้นจากร้านขายยาก่อนเติบโตสู่ธุรกิจด้านต่างๆ ที่ครอบคลุมทั้งการคมนาคม อสังหาริมทรัพย์ สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบภายในอาคารและอุตสาหกรรม ตลอดจนพลังงาน ไม่แปลกที่คุณลิงค์จะมีตารางงานรัดตัว แต่เขากล่าวว่าโชคดีที่ตอนนี้ ‘คุณเฟลิกซ์ ลิงค์’ ลูกชายคนเล็ก กลับมาช่วยงานย่างเข้าปีที่ 3 แล้ว 

‘คุณเฟลิกซ์ ลิงค์’

เฟลิกซ์ ลิงค์ ทายาทรุ่นที่ 4 แห่ง บี.กริม

“เฟลิกซ์เข้ามาช่วยดูแลด้านอสังหาริมทรัพย์ อุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ โปรเจกต์ปลูกปาล์มที่มาเลเซีย นอกจากนี้เขายังเป็นกรรมการ บี.กริม เพาเวอร์ การที่เขามาช่วยดูแลรับผิดชอบได้เต็มที่ก็ทำให้เรารู้สึกเบาลงได้บ้าง” คุณลิงค์กล่าวแนะนำลูกชายด้วยความภาคภูมิใจ

“คุณพ่อผมเป็นคนขยันทำงานมาก คุณพ่อสนุกกับการหาโปรเจกต์ใหม่ๆ มาให้ผมดูแลเสมอ” คุณเฟลิกซ์กล่าวหลังจากพยายามทบทวนว่าตอนนี้เขาเข้ามาช่วยดูแลโปรเจกต์ใดบ้าง และเกรงว่าจะมีเรื่องใดตกหล่นไป “เวลามีไอเดียใหม่ๆ เข้ามา คุณพ่อมักจะพูดอย่างตื่นเต้นกับผมว่า ‘พ่อมีโปรเจกต์ใหม่ที่น่าสนใจมาให้ลูกนะ’ สำหรับผมจริงๆ ก็น่าสนใจแต่บางครั้งก่อนจะไปดูแลเรื่องอื่นๆ ผมอยากจะลงลึกในสิ่งที่ดูแลอยู่ก่อนหน้ามากกว่า เวลาทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมกัน ผมจะค่อนข้างเครียด เพราะรู้สึกว่าคุณภาพของสิ่งที่เราทำ ยังทำได้ไม่ดีพอและไม่อยากทำให้พ่อผิดหวัง” คุณเฟลิกซ์กล่าวอย่างถ่อมตัว

หนุ่มหล่อรูปร่างสูงโปร่งคนนี้เกิดและเติบโตที่เมืองไทย คุณแม่คือ เจ้าหญิงอัสซุนต้าแห่งลิกเตนสไตน์ เขามีชื่อภาษาไทยว่า ดนัย เช่นเดียวกับคุณพ่อมีชื่อไทยว่า หรัณ เลขนะสมิทธิ์ ซึ่งเป็นชื่อพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แม้ในช่วงวัยรุ่นจะย้ายไปศึกษาต่อและใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศมากกว่า แต่เขาก็ยังเข้าใจภาษาไทยและสามารถพูดได้พอสมควร บางครั้งในบทสนทนาจึงมีทั้งภาษาอังกฤษและไทยปนกันตามคำศัพท์ที่เจ้าตัวนึกออก ก่อนหน้านี้ในช่วงวัยรุ่น คุณเฟลิกซ์เริ่มสนใจในพุทธศาสนา การทำสมาธิ และการพัฒนาจิตใจ และยังพาให้ครอบครัวสนใจในศาสตร์ดังกล่าวอีกด้วย 

วิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจที่ไม่เคยหยุดการพัฒนา

ศตวรรษแห่งโลกธุรกิจที่ก้าวไปได้ไกล พาให้เราต้องถามถึงเป้าหมายของ บี.กริม ที่คุณลิงค์ให้ความสำคัญ เขาตอบอย่างชัดเจนว่า “วิสัยทัศน์ของ บี.กริม ในการทำธุรกิจตลอดมาคือความโอบอ้อมอารี เราทำมาตั้งแต่ต้นและยังคงไว้ไม่เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ในอนาคตเรายังตั้งเป้าที่จะเป็นบริษัทที่จะขยายไปในหลายๆ ประเทศทั่วโลก เพื่อให้เป็นบริษัทสากลแท้ๆ และแสดงให้เห็นถึงฝีมือของคนไทย บริษัทไทย ในการขยายสู่ต่างประเทศ”

วิสัยทัศน์ของผู้บริหารเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางของการดำเนินธุรกิจ ทุกครั้งที่ได้พูดคุยคุณลิงค์มักมีองค์ความรู้ใหม่ๆ มาเล่าให้ฟังเสมอ เช่นเดียวกับแนวคิดของการพัฒนาที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่แวดวงธุรกิจ แต่ยังเป็นภาพรวมของธุรกิจระดับประเทศ ครั้งนี้ก็เช่นกัน “สิ่งที่อยากทำตอนนี้คือการดึงดูดคนให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย และต้องคิดด้วยว่า เราต้องการใครให้มาลงทุนกับเรา จากนั้นดูว่าเขาต้องการอะไร แล้วจึงทำตามนั้น ในโลกธุรกิจไม่มีอะไรที่ One size fits all. เราต้องพยายามให้มากขึ้น”

อย่างไรก็ตามธุรกิจของ บี.กริม นั้นครอบคลุมหลากหลายด้าน และไม่เคยหยุดพัฒนา ในยุคที่ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งกับวิถีชีวิต คุณลิงค์เชื่อมั่นในการปรับตัวให้ทันและสอดคล้องกับ Digital Transformation “เราตั้งเป้าหมายให้ทุกคนในบริษัทต้องมี Digital Mindset โดยจัดการสอนให้ ในเรื่องนี้คนอายุน้อยจะสนใจมากกว่าคนอายุมาก แต่คนอายุมากเองก็ต้องรู้ เพราะถ้าไม่รู้เขาก็ตามโลกไม่ทัน”

“ผมมองว่าจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น คือเครื่องเตือนความจำอันแสนเจ็บปวด เพราะทุกอย่างเชื่อมโยงกันหมด ถ้าสัตว์ป่าอยู่ไม่ได้ คนก็อยู่ไม่ได้ ผลลัพธ์ของการไร้สมดุลของระบบนิเวศ และยิ่งไปกว่านั้น องค์การอนามัยโลก (WHO) ประเมินไว้ว่า 70 – 75% ของโรคติดต่อใหม่ที่เกิดขึ้นสามารถติดจากสัตว์สู่คนได้ ดังนั้นความพยายามในการอนุรักษ์สัตว์ป่าอย่างจริงจัง ไม่เพียงช่วยสิ่งมีชีวิต แต่ยังช่วยบรรเทาความรุนแรงของโรคระบาดที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของทั่วโลกด้วย” 


สามารถติดตามได้ในนิตยสาร HELLO! ปีที่ 16 ฉบับที่ 02

ประจำวันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564

หรือดาว์นโหลดฉบับดิจิตอลได้ที่  www.ookbee.com www.shop.burdathailand.com