Home > Celebrity > Exclusive Interviews

ช่วงนี้หลายๆคนคงได้ยิน หรือได้เห็นคำว่า ‘Pride Month’ อยู่บ่อยๆเลยใช่มั้ยล่ะค่ะ…ใช่แล้วค่ะเดือนมิถุนายน เป็น ‘Pride Month’ คือ เดือนแห่งสัญลักษณ์ เป็นการย้ำเตือนถึงการแสดงออก ถึงจุดยืนของเหล่าเพศทางเลือก หรือที่เราเรียกกันว่า ‘กลุ่ม LGBTQ+’ ซึ่งเป็นโอกาสดีที่นิตยสารเฮลโลได้รับเกียรติสัมภาษณ์เหล่าเซเลบริตี้คนดังที่เป็นคู่รัก ‘กลุ่ม LGBTQ+’ และถือว่าเป็นคนดังที่เปิดตัว และได้รับการยอมรับ รวมถึงแสดงออกเป็นตัวอย่างที่ดีในด้านต่างๆในสังคมไทย วันนี้เรามาพูดคุยกับ ‘คุณครูลูกกอล์ฟ’ หรือ ‘คณาธิป สุนทรรักษ์’ ผู้อำนวยการโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษที่ชื่อ ANGKRIZ พิธีกรรายการวิทยุ พุธทอล์คพุธโทร พิธีกรรายการ Loukgolf’s English Room ทางช่องยูทูบ และยังมีรายการใหม่ล่าสุดที่ชื่อ ถกถาม

‘คุณครูลูกกอล์ฟ’ หรือ ‘คณาธิป สุนทรรักษ์’

ฉันเลือกที่จะเป็นตัวเอง

เมื่อถามว่าในชีวิตแต่ละวันที่ต้องสวมหมวกหลายใบ สุดท้ายแล้วคุณลูกกอล์ฟชอบตัวเองแบบไหนมากที่สุด เธอตอบกลับเราทันทีแบบไม่ต้องคิด “ชอบการเป็นตัวเองที่สุดค่ะ” 

“เคยได้ยินไหมคะ มันมีสำนวนวลีในภาษาอังกฤษว่า Comfortable in my skin หรือเอาแค่คำว่า Comfortable ที่แปลว่าสบายก็ได้ ตอนเด็กๆ เรามักจะได้รับการปลูกฝังทั้งจากที่บ้านหรือจากโรงเรียนว่า เธอจงเป็นตัวเองนะ มันดีที่สุดแล้ว แต่พอวันที่เราจะเป็นตัวเองขึ้นมาจริงๆ โลกนี้ก็ตั้งคำถามกับเรามากมายเสียเหลือเกิน ฉะนั้นลูกกอล์ฟเองก็ค่อนข้างดิ้นรนในการหาความสบายกับการเป็นตัวเอง อย่างวันนี้ถ้าคุณผู้อ่าน HELLO! ลองตัดมิติด้านเพศ ด้านวัยวุฒิ หรือคุณวุฒิออกไปก่อน ลูกกอล์ฟก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างของผลผลิตที่เกิดขึ้นจากการศึกษาและการเลี้ยงดูแบบวิถีไทย 

“เราเกิดมาในหมู่บ้านที่เล็กมากๆ ในต่างจังหวัด ต้องนั่งรถสองแถวจากบ้านตัวเอง 20 กิโลเมตรเพื่อมาเรียนในตัวเมืองหาดใหญ่ เราเป็นลูกชายคนโตในตระกูลคนจีนที่โตมามาในสังคมที่ตีกรอบค่อนข้างเยอะว่าการเป็นเกย์หรือเป็นตุ๊ดคือความวิปริตผิดเพศ หรือการที่คนต่างจังหวัดสมัยนั้นยังไม่ได้มีความรู้ในเรื่องความหลากหลายทางเพศมากนัก เขาก็จะตีตราทันทีว่าเกย์หรือตุ๊ดคือแหล่งเกิดโรค คอยดูสิไอ้พวกนี้จะต้องเป็นเอดส์ตาย หรือไม่ก็ตราหน้าว่า สุดท้าย คู่ขาเกย์พวกนี้ต้องฆ่ากันตายลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์

“บอกเลยว่าตอนนั้นเราคือเด็กเก็บกดคนนึงจริงๆ คุยได้แต่กับคุณแม่คนเดียว ณ วันนี้เราจะไม่มาพูดเรื่องนี้ด้วยน้ำตาอีกแล้ว เพราะเราผ่านจุดของแผลสดเหล่านั้นมาแล้ว วันนี้มันกลายเป็นแค่แผลเป็นจางๆ แต่ถ้าให้หันหลังกลับไปมองเด็กคนนั้น บอกเลยว่าเสี่ยงมากที่เด็กคนนั้นจะเลือกทางเดินที่ผิดและประชดชีวิต”

ล้มได้พลาดได้ ตุ๊ด เกย์ เลสเบี้ยน ก็เป็นคน

เด็กหลายคนที่ไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัว มักจะเลือกวิธีประชดชีวิตทำร้ายตัวเอง บ้างก็เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข การที่คุณลูกกอล์ฟเลือกทางออกให้กับตัวเองด้วยการเรียนหนังสือให้ดีที่สุด เรามองว่ามันคือการที่เธอเห็นคุณค่าในตัวเองมากพอ แต่เธอปฏิเสธข้อสันนิษฐานนี้ 

‘ทำไมการเป็น LGBTQ ต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยล่ะ จะพิสูจน์ทำไม

แล้วทำไมฉันต้องเป็นคนดีด้วยล่ะ!’

“ลูกกอล์ฟรู้สึกว่าคุณค่าความเป็นคนในวันนี้มันไม่จำเป็นว่าคุณต้องเป็นคนดีไปเสียหมดหรอก อย่างพ่อแม่ที่กำลังอ่านบทสัมภาษณ์นี้อยู่และมีลูกเป็นกะเทย คุณก็ไม่จำเป็นต้องไปบอกลูกคุณว่าถ้าจะเป็นกะเทยเธอต้องเป็นแบบพี่กอล์ฟนะ …เพื่ออะไรคะ เพื่ออะไร!… ลูกคุณจะเป็นตุ๊ดเป็นเกย์เป็นเลสเบี้ยน ก็ให้เขาเป็นแบบเขาสิ” ถึงตรงนี้เราอดถามคุณลูกกอล์ฟไม่ได้ว่า เธอคือตัวอักษรใดใน LGBTQ

“ถ้าจะเค้นเอาคำตอบให้ได้เพราะคิดว่าลูกกอล์ฟจะต้องมีฉลากติด โอเค ลูกกลอ์ฟเป็นตุ๊ด! พอใจหรือยัง” 

สถานะ ‘คู่รัก’ ที่ต่างกัน แต่ ‘Match’ กัน

บทสัมภาษณ์นี้คงไม่สมบูรณ์แน่ถ้าเราไม่ถามคุณลูกกอล์ฟเรื่องคนรัก คุณลูกกอล์ฟคบหากับคุณ Paul Burgess ชาวอังกฤษมา 12 ปีแล้ว ระหว่างที่เราสัมภาษณ์หัวข้อนี้ คุณลูกกอล์ฟเพิ่งนึกได้ว่าเมื่อวานนี้คือวันครบรอบเข้าสู่ปีที่ 12 ของชีวิตคู่ 

“ว้าย เมื่อวานครบรอบนิ แป็บนะคะ ขอเขียนทักแฟนก่อน ตายแล้วฉันมัวแต่ขายของ ลืมไปเลย” 

ในวันที่เจอกันที่ประเทศอังกฤษ สมัยนั้นคุณลูกกอล์ฟอายุ 24 ปี และกำลังเดินทางไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ส่วนคุณพอลอายุ 34 ปี ทำงานอยู่ในแวดวงละครเวที ทั้งคู่คบหากันหกเดือนก่อนที่คุณลูกกอล์ฟจะกลับมาอยู่ที่ประเทศไทย ความสัมพันธ์แบบระยะทางไกลที่เกิดขึ้นนี้ ทั้งคู่พยายามไม่คาดหวังอะไร แต่สุดท้ายแล้ว อะไรที่เป็นของเรา มันก็เป็นของเรา

“ตอนเจอกันครั้งแรก ถ้าเราเป็นคนที่อ่านคนออก มันจะรู้สึกได้เองว่าคนนี้เขามองเราด้วยสายตาแบบไหน มันก็จะ อ๊ะๆ ฉันแอบมองเธออยู่นะจ๊ะ เราก็ต้องอ่านโมเมนต์ที่เขาแอบมองเราอยู่ให้ออก แต่ถ้าเป็นยุคนี้ นอกจากอายคอนแท็กต์เรื่องของเทคโนโลยีและแอพพลิเคชั่นมันเข้ามาช่วยเยอะมาก การที่เราคบกับแฟนมาได้จน 12 ปีมันมีเหตุผลหลายมิติ มันเป็นเรื่องของความ Match กัน เราอาจต่างกันบ้างแต่เรา Match กัน เช่น ลูกกอล์ฟเป็นคนใจร้อนมากส่วนพอลใจเย็น ลูกกอล์ฟปากร้ายแต่พอลเป็นคนไม่พูดคำหยาบเลย ลูกกอล์ฟกินเนื้อสัตว์แต่พอลเป็นมังสวิรัติมาตลอดชีวิต นี่ลูกกอล์ฟก็เพิ่งจะมากินมังสวิรัติจริงจัง คืออยากบอกเลยว่าใครก็ตามที่ชื่นชมลูกกอล์ฟในวันนี้ ต้องขอบคุณพอล ผัวทำให้เราเปลี่ยนได้ค่ะ เขาทำให้เราเป็นคนที่ดีขึ้นและรักตัวเองมากขึ้น”

“ชีวิตมันสั้นนะ ยิ่งโควิดนี่ยิ่งทำให้เห็นเลยว่าชีวิตมันสั้นมาก ในบริบทของเมืองไทยแล้ว การปลดล็อกหรือการเป็นตัวของเราเองมันอาจจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ตัวเราทั้งหมด เพราะบางบ้านนี่โตมาแบบเลือดข้นคนจางเลย อาม่า อากง อาอี๊ ญาติเต็มไปหมด เป็นปัจจัยที่ทำให้คนคนนึงปลดล็อกยากมาก ซึ่งอันนี้ลูกกอล์ฟเข้าใจ แต่เอาเป็นว่าถ้าคุณไม่สามารถปลดล็อกได้แบบลูกกอล์ฟก็ไม่เป็นไร แต่ขอแค่อย่างน้อย ทุกครั้งที่คุณส่องกระจก ให้คุณรู้สึกว่าเราเป็นเราก็ยังดี”

การเป็นตัวของตัวเองนี่แหละคือสิ่งที่ประเสริฐที่สุดแล้ว อย่าคาดหวังให้ใครยอมรับคุณ ถ้าคุณยังไม่กล้ายอมรับตัวเอง

Cr. Kanatip Soonthornrak’s Instagram


ติดตามบทสัมภาษณ์แบบ ‘Pride Month’ เอ็กซ์คลูซีฟได้ใน นิตยสาร HELLO! ฉบับเดือนมิถุนายน 2564

วาง แผงแล้ววันนี้! 📞 ติดต่อสั่งซื้อโทร 0 2676 8999 ต่อ 217 หรือ 084 079 5678
🛒 สั่งซื้อออนไลน์ที่
shop.burdathailand.com หรือ Line ID: @hellomagazineth


Google ให้การสนับสนุนกลุ่ม LGBTQ+ ภายในองค์กร ในรูปแบบต่างๆ เช่น ตัวอย่างของสวัสดิการในที่ทำงานของชาว LGBTQ+ สิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพของคู่สมรสที่ Google มุ่งมั่นและให้ความคุ้มครองประกันสุขภาพให้กับทั้งพนักงาน Google และคู่สมรส หรือพาร์ทเนอร์ของพวกเขาทั่วโลก รวมถึงพนักงาน Google ในประเทศไทย

นอกจากนี้ Google ยังให้การสนับสนุนกลุ่ม LGBTQ+ นอกองค์กร เช่นกัน อาทิ Google.org: องค์กรการกูศลของ Google ได้มอบเงินทุนเพื่อช่วยเหลือสำหรับองค์กร LGTBQ+ เป็นจำนวน 1.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ -สำหรับทั่วโลก 710,000 ดอลลาร์สหรัฐ – สำหรับกลุ่มประเทศในเอเชีย-แปซิฟิก (รวมประเทศไทย)

ทั้งนี้ Google มุ่งมั่นที่จะมอบความเท่าเทียม สิทธิและเสรีภาพให้กับพนักงานทุกคน รวมทั้งต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยรณรงค์ช่วยเหลือสังคมกลุ่ม LGTBQ+ นอกองค์กรให้มีสิทธิและเสรีภาพ และได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันทั่วโลก