[bttseo_breadcrumb]

หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาเซเลบริตี้หนุ่มหล่อ ตี๋ สไตล์เกาหลีคนนี้กันบ้างแล้ว บ้างก็บอกว่าเคยเห็นแวบๆ ในงานสังคม บ้างก็คับคล้ายคับคาว่า เขาคือนายแบบที่เดินอยู่บนรันเวย์แฟชั่นโชว์ต่างๆ ฉะนั้นเพื่อคลายความสงสัยของทุกคน HELLO! เลยอาสาพามาทำความรู้จักกับเขาให้มากขึ้นกันค่ะ

‘คุณก้อง – ก้องภพ เอื้อศิริทรัพย์’ เซเลบริตี้หนุ่มหล่อวัย 26 ปี ทายาทคนเล็กของ คุณพ่อพิชัย และคุณแม่สุวรรณา เอื้อศิริทรัพย์ เจ้าของบริษัท กิมเฮ่งเซ้ง เหล็กกล้า จำกัด ธุรกิจค้าเหล็กรายใหญ่ ผู้ชัดเจนในความชอบและมีเป้าหมายชีวิตมาตั้งแต่เด็กๆ ว่าอยากเป็น ‘เจ้าของธุรกิจ’

“เพราะเราเติบโตในครอบครัวค้าขายเหล็ก ก่อสร้าง ทำรางน้ำ ฯลฯ เราจึงได้เรียนรู้การทำธุรกิจมาตั้งแต่เรายังเด็ก คุณพ่อจะสอนเสมอเรื่องการมองตลาด ดูราคาขึ้น-ลงของสินค้าว่า เวลาไหนเหมาะกับการซื้อขาย ทำให้เราซึมซับกระบวนการต่างๆ และได้เรียนรู้ว่า ทุกๆ อย่างขึ้นอยู่กับการจัดระบบที่ดี”

 

ดีกรี บัณฑิตเกียรตินิยม

ส่วนความชอบอีกอย่างของหนุ่มคนนี้คือ ‘ศิลปะ’ จึงไม่แปลกที่ตอนเรียนอยู่โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี่ คุณก้องจะเลือกเรียน  Art, Theatre Study, Psychology และ Economics “ดูเหมือนว่า 4 วิชานี้จะไม่ค่อยเข้ากันใช่ไหมครับ แต่ก้องกลับมองว่า เป็นความลงตัวในเชิงขององค์ประกอบ เพราะไม่ว่าเราจะทำธุรกิจอะไรก็ตาม จะต้องมีเรื่องดีไซน์เข้ามาเกี่ยวข้องตลอดเวลา”

จากนั้นคุณก้องก็ต่อยอดไปเรียนปริญญาตรีด้านการออกแบบนิเทศศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ (นานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย “จริงๆ หลักสูตรนี้จะเน้นเรื่องการดีไซน์เพื่อการสื่อสาร จึงได้เรียนรู้ทักษะทุกๆ ด้าน ทั้งกราฟฟิก แบรนด์ดิ้ง การตัดต่อวิดีโอ การถ่ายภาพ ฯลฯ ซึ่งเปลี่ยนความคิดของเราให้มองทุกสิ่งรอบตัวได้อย่างแตกต่าง และสื่อสารออกไปผ่านงานดีไซน์”

ไม่เพียงแค่เดินมาถูกทาง เขายังสนุกกับการเรียนและมุ่งมั่นตั้งใจจนคว้าเกียรตินิยมอันดับ 2 อีกด้วย “เวลาลงมือทำอะไร ก้องจะตั้งใจทำให้สุด ถึงบางเรื่องจะยากและเหนื่อยมากแค่ไหนก็ตาม”

 

ผนวก งานดีไซน์เข้ากับ ธุรกิจ

และอย่างที่หนุ่มคนนี้บอกว่า “ดีไซน์จะอยู่ในทุกๆ ธุรกิจ” หลังจบปริญญาตรีเขาไม่ลังเลที่จะออกไปเพิ่มเติมความรู้ในสิ่งที่ขาดนั่นก็คือ ‘ความรู้ด้านธุรกิจ’ “ก้องเข้าไปฝึกงานที่ธนาคารกรุงเทพก่อน และย้ายไปเรียนรู้เรื่อง Wealth Management ที่ธนาคารทิสโก้ รวมไปถึงความรู้เกี่ยวกับ Investment เนื่องจากสนใจด้านการลงทุนด้วย และเมื่อได้ลองอะไรหลายๆ อย่างตอนนั้นจึงคิดอยู่นานครับ ว่าจะเรียนต่อปริญญาโทอะไรดี เพราะหลักสูตรเกี่ยวกับธุรกิจกว้างมากๆ แล้วพี่สาว (คุณแนท – นันทนัช เอื้อศิริทรัพย์) ก็แนะนำว่า ‘จริงๆ การเรียน Management ค่อนข้างมีประโยชน์ระดับหนึ่งในการทำธุรกิจ แต่อาจจะไม่ครอบคลุมกระบวนการทั้งหมด’ จึงตัดสินใจเรียนต่อด้าน Supply Chain Management การบริหารจัดการธุรกิจตั้งแต่ต้นจนจบทั้งระบบแทน”

แม้จะออกตัวว่าไม่เก่งเรื่องตัวเลข แต่คุณก้องก็สามารถคว้าปริญญาโทจาก Cass Business School ประเทศอังกฤษ มาให้ครอบครัวภูมิใจได้สำเร็จ ก่อนกลับมาลองวิชาที่ SCB Julius Baer ช่วยดูแลการลงทุนในต่างประเทศให้กับลูกค้า จากนั้นไม่ถึงปีก็คิดว่าถึงเวลาที่จะเริ่มสร้างธุรกิจของตัวเองอย่างตั้งใจแล้ว ประกอบกับโอกาสผ่านเข้ามาได้จังหวะ

“ความจริงจะกลับไปช่วยงานที่บ้านครับ แต่คุณพ่อบอกว่า ‘อยากทำอะไร ให้ไปลองทำดูก่อน ไปลองค้นหาตัวเอง ว่าชอบอะไร อยากทำอะไร ซึ่งท่านให้อิสระกับเรามากๆ และตอนนั้นเราได้รับการเสนอพื้นที่บริเวณสยาม ซอย 3 ให้พอดี จึงเป็นที่มาของ ‘OBSESSED’ คอนเซปต์ สโตร์ ที่รวบรวมแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์จากทั่วโลก มาให้คนที่ชื่นชอบงานดีไซน์แปลกใหม่และมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ได้สนุกกับการมิกซ์ แอนด์ แมตช์ ในสไตล์ที่เป็นตัวเอง อีกอย่างเราต้องการสนับสนุนดีไซเนอร์รุ่นใหม่ในการพรีเซนต์ผลงานด้วยครับ”

 

แฟชั่นบ่งบอก ไลฟ์สไตล์

“เอาจริงๆ เมื่อก่อนก้องไม่ค่อยสนใจเรื่องแต่งตัวเท่าไหร่เลย บางครั้งแค่เสื้อยืด รองเท้าแตะก็ออกไปไหนได้แล้ว พอเริ่มโตขึ้น ได้เรียนรู้ได้เห็นอะไรมากขึ้น ก็เริ่มสนใจเรื่องแฟชั่นและสนุกกับการแต่งตัว เพราะเสื้อผ้าบ่งบอกตัวตนและไลฟ์สไตล์ของเรา เหมือนเป็น Communication Design ว่า แต่งตัวสไตล์นี้ น่าจะเป็นคนแบบไหน เพราะแต่ละคนก็มีสไตล์ที่ไม่เหมือนกัน”

https://www.instagram.com/p/B4G97TiHvw6/

 

แต่ถ้าให้วิเคราะห์ตัวเองจากการแต่งตัว คุณก้องบอกว่า “ค่อนข้างจะแต่งตัวเน้นคุมโทน เลือกสีพื้นๆ ขาว ดำ เทา หรือถ้าเป็นลาย ก็จะเป็นลายไปเลย ไม่เน้นเป็นเลเยอร์เยอะๆ ครับ อาจจะมองว่าเป็นคนเรียบๆ ไม่ค่อยคิดมาก ไม่ค่อยโกรธใคร มองโลกในแง่ดีมั้งครับ (หัวเราะ) พยายามโฟกัสที่ ‘Mindset’ เป็นหลัก ไม่ว่าเราจะทำอะไร ทุกอย่างอยู่ที่ความคิดตัวเราเอง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะดีหรือแย่ อีกอย่างเราไม่สามารถไปเปลี่ยนความคิดของใครได้ ดังนั้นเราก็เปลี่ยนที่ตัวเองดีกว่า เพราะไม่มีชีวิตใครเพอร์เฟคทุกอย่าง”

 

Cr. papi_kyn’s Instagram