Home > Celebrity > Exclusive Interviews

หากกล่าวว่าใจรักความเร็วนั้นสามารถถ่ายทอดกันได้ทางสายเลือด ‘คุณลูกนัท-ปณิชา ดอกจันทร์’ ลูกสาวคนสวยของ ‘ดร.วีระกาจ ดอกจันทร์’ นักธุรกิจเจ้าของ บริษัท เวิล์ดปั๊ม (ประเทศไทย) จำกัด ดูจะเป็นข้อพิสูจน์ได้ดี ปัจจุบันนอกจากทั้งคู่จะหลงใหลในสมรรถนะและความเร็วของรถซูเปอร์คาร์แล้ว สองพ่อลูกยังเป็นนักแข่งรถ พร้อมแท็กทีมกันจัดตั้ง World Pumps Racing Team ทีมรถแข่งที่ลงแข่งขันในระดับประเทศมาแล้วนับไม่ถ้วน ทั้งยังได้แชมป์มาครองมากมาย เรียกได้ว่าลูกไม้หล่นใต้ต้นจริงๆ

‘คุณลูกนัท-ปณิชา ดอกจันทร์’ ลูกสาวคนสวยของ ‘ดร.วีระกาจ ดอกจันทร์’ นักธุรกิจเจ้าของ บริษัท เวิล์ดปั๊ม (ประเทศไทย) จำกัด

หลงรักความเร็ว

คุณลูกนัทเล่าว่า คุณพ่อเริ่มหัดให้เธอขับรถเป็นตั้งแต่อายุ 12 – 13 ปี เพื่อให้เรียนรู้ทักษะการขับขี่ จนถึงวันที่อายุถึงเกณฑ์ขับรถได้จริง เธอก็ชื่นชอบการขับรถมานับแต่นั้น ก่อนจะข้ามขั้นไปสู่การลองขับรถแข่งและตัดสินใจลงสนามแข่งรถครั้งแรกเมื่ออายุได้เพียง 19 ปีเท่านั้น

“ทั้งลูกนัทและคุณพ่อเป็นคนชอบขับรถด้วยกันทั้งคู่ เราชอบเรื่องความเร็วอยู่แล้วอยู่ในสายเลือด จากเริ่มแรกที่ชอบซูเปอร์คาร์ จนวันหนึ่งคุณพ่อได้ไปลองขับรถแข่งในแทรค แล้วตัดสินใจลงแข่งรถครั้งแรกเมื่อราว 5 ปีก่อน ช่วงนั้นลูกนัทก็เริ่มลงแข่งด้วย แต่ด้วยความที่เรายังเรียนปริญญาตรีอยู่ที่อังกฤษ จะกลับมาแข่งได้เฉพาะช่วงปิดเทอมเท่านั้น แม้ชั่วโมงบินจะน้อยกว่าคนอื่น แต่เราก็พยายามเต็มที่มากๆ ทุกครั้งที่แข่งก็จะได้ถ้วย ได้รางวัลติดไม้ติดมือกลับมาเสมอ” คุณลูกนัทที่ปัจจุบันนอกจากจะเป็นนักแข่งในทีม เธอยังรับตำแหน่ง Head of Marketing ในบริษัท เวิล์ดปั๊ม (ประเทศไทย) อีกด้วย

ปีที่ผ่านมา หนึ่งในรางวัลที่เธอได้รับคืออันดับ 2 แชมป์ประจำปี Champion of the Year 2020 Super Turbo Thailand Junior นอกจากนี้เธอยังลงแข่งในการแข่งขันประเภท Endurance ขับต่อเนื่องนานกว่า 12 ชั่วโมง ที่ต้องอาศัยทั้งทักษะการขับขี่ ความเร็วและความอึดไม่แพ้ใคร 

“ความรู้สึกเวลาอยู่ในสนาม เราคิดว่าต้องเหยียบให้สุด ต้องไปให้เร็วกว่านี้ และจะต้องทำความเร็วปลายให้ได้มากที่สุด เบรคตรงจุดเบรคของโค้ง เพื่อให้รถแข่งไม่เสียความเร็วและเวลาต่อรอบ สำหรับลูกนัทการแข่งรถถือเป็นการชาเลนจ์ตัวเองอย่างหนึ่ง เราต้องเข้าใจว่ารถเราเป็นอย่างไร เร็วได้ช่วงไหน แซงได้ช่วงไหน ทุกอย่างเป็นกลยุทธ์ที่ต้องวางแผนและโฟกัสกับมันมากๆ” 

โลกของซูเปอร์คาร์

เคยทำไว้อยู่ที่ 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่สำหรับซูเปอร์คาร์ อีกหนึ่งความรักที่สองพ่อลูกมีร่วมกัน เธอเคยขับในแทรคได้เร็วถึง 300 กม.ต่อชม.เลยทีเดียว

“ซูเปอร์คาร์คันแรกที่คุณพ่อซื้อเป็น Porsche Cayman สีดำ รุ่นนี้ถือเป็นคันคลาสสิกของ Porsche เป็นคันเริ่มต้นที่ ราคาไม่ได้สูงมาก แต่สมรรถนะดี” คุณลูกนัทกล่าว อย่างไรก็ตามหลังจากใช้งานได้ไม่ถึงปี คุณพ่อของเธอก็ตัดสินใจเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ที่เหมาะสมกว่า และหันมาเล่นรถซูเปอร์คาร์ที่มีสีสันแทน

“หากพูดในเรื่องความเชื่อ รถสีดำอาจไม่ค่อยถูกโฉลกเท่าไร ด้วยความที่บ้านเราค่อนข้างให้ความสำคัญกับรถมาก เพราะถือว่ารถส่วนหนึ่งในชีวิตเรา หลังจากรถซูเปอร์คาร์คันแรก คันต่อมาจึงเปลี่ยนเป็น Porsche 991 Carrera S  สี Racing Yellow ตามด้วย Porsche Turbo S สี Sapphire Metallic Blue, Porsche Cayenne สี Light Yellow”  ล่าสุดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า สองพ่อลูกกำลังจะได้ยลโฉมซูเปอร์คาร์คันใหม่ เป็น Ferrari รุ่น F8 Tributo สี Rosso Magma ซึ่งเป็นสีพิเศษที่มีเฉพาะรถที่ Atelier เท่านั้น ซึ่งทั้งคู่ได้บินไปสั่งจองไว้ที่อิตาลีเมื่อปีที่แล้ว ก่อนหน้าที่จะเกิดสถานการณ์โควิดเพียงไม่กี่เดือน เรียกว่านอกจากจะหลงรักในเรื่องความเร็วแล้ว ยังหลงใหลในสีสันสดใสของซูเปอร์คาร์เช่นกัน

“ที่บ้านทุกคนจะรู้ว่ารถ Porsche 911 Turbo S สีน้ำเงินจะเป็นลูกรักของลูกนัท ส่วนสีเหลือง Porsche 991 Carrera S  จะเป็นลูกรักของคุณพ่อ เป็นความรู้สึกตอนขับที่เหมือนจะเข้ามือเรามากกว่า” คุณลูกนัทกล่าว รถซูเปอร์คาร์แต่ละคันของเธอนั้นมีการ Customize รายละเอียดให้เหมาะกับความชอบมากที่สุด เช่น คันเหลืองสีเหลือง เบาะของรถถูกเปลี่ยนให้เป็นสีน้ำตาลเข้ม หรือสีช็อกโกแลต เพื่อให้ด้านในดูสว่างขึ้น และเข้ากันกับหน้าปัดสี Racing Yellow สีเดียวกับตัวรถ ในขณะที่คันสีน้ำเงิน ถือเป็น Porsche Turbo S ที่แต่งมากที่สุดในประเทศแล้ว “คันสีน้ำเงิน เราแต่งให้เป็นในแนวของ Racing เป็นสไตล์รถแข่งและดูเฉี่ยวมากขึ้น ข้างในตัวเบาะจะเป็นสีแดง ส่วนสายเบลล์กับหน้าปัดจะเป็นสีเหลือง นอกจากนี้ยังใช้คาร์บอนไฟเบอร์มาเล่นในตัวอินทีเรียของรถแทบจะทุกจุด ทั้งแฮนด์และอุปกรณ์ต่างๆ บนรถ”

นอกจากจะแต่งรถแบบจัดเต็มแล้ว รถซูเปอร์ คาร์ของบ้านนี้ยังถูกใช้งานอย่างคุ้มค่า คุณลูกนัทเล่าพลางหัวเราะขำกับเลขไมล์ของรถเธอว่า “จริงๆอาจพูดได้ว่าเลขไมล์ของรถเรานี่มากกว่าเลขไมล์เฉลี่ยของ Porsche ทุกคันในประเทศไทย คันสีเหลืองตอนนี้แตะ 200,000 ไมล์ไปแล้ว ส่วนคันน้ำเงินอยู่ราว 110,000 ไมล์ เนื่องจากเราใช้รถเกือบทุกวัน แล้วลูกนัทกับคุณพ่อ ถ้ามีเวลาว่างเราจะชอบขับรถไปต่างจังหวัด ขับไปพร้อมกันสองคันเลย สถานที่ที่ไปก็มักจะไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวมาก ขนาดทางดิบๆ เราก็เอารถเราขึ้นไป” 

ทริปประทับใจของเธอคือ เชียงใหม่ หากมีเวลาก็มักจะขับรถขึ้นไปเสมอ “เราเคยทำสถิติขับจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ใช้เวลาราว 5 ชั่วโมงครึ่ง หลักในการขับรถของเราคือขับเร็วจริงแต่ต้องถูกกฎจราจรและเน้นเรื่องความปลอดภัย เวลาเราขับรถไปเที่ยว เราไม่ได้ตั้งใจว่าจะไปกินข้าวร้านนั้นร้านนี้ แต่เราอยากรู้จักถนนเส้นนี้ หรืออยากผ่านบรรยากาศของถนนเส้นนี้  ลูกนัทชอบขับเส้น เชียงใหม่ – เชียงราย หรือเชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน – ปาย  บางคนที่ขับซูเปอร์คาร์ อาจจะชอบสไลด์รถให้เอาขึ้นไป แล้วบินไปเจอที่นั่น แต่ลูกนัทกับพ่อไม่ เราชอบขับกันขึ้นไป เอง เรียกว่าอยากขับตั้งแต่ออกจากหน้าประตูบ้านไปเองทุกครั้ง” คุณลูกนัทกล่าว