Home > Celebrity > Exclusive Interviews > เปิดชีวิตสาวเก่ง ‘เมษา – กิตติมา วงษ์สวัสดิ์’ ว่าที่เจ้าสาว ‘นิว – ชัยพล’

กำลังจะเป็นเจ้าสาวในวันที่ 18 ตุลาคมนี้แล้ว สำหรับสาวสวยอย่าง ‘คุณเมษา – กิตติมา วงษ์สวัสดิ์’ บุตรสาวคนเล็กของ ‘คุณใหญ่ – ณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ’ รองประธานกรรมการ คาราบาวกรุ๊ป โดยปัจจุบันคุณเมษานั่งเก้าอี้เป็นผู้อำนวยการสำนักประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัด ทั้งสวยและโปรไฟล์ดีขนาดนี้ HELLO! จึงขอตัดหน้าพาแฟน ๆ ไปทำความรู้จักกับเจ้าตัวให้มากขึ้นก่อนจะเข้าประตูวิวาห์

ภาพพรีเวดดิ้งสุดปังของคุณเมษา และคุณนิว

เรียนเมืองนอกตั้งแต่ 9 ขวบ

ด้วยความที่เป็นคนชอบค้นหาอะไรใหม่ ๆ คุณเมษาเล่าวว่าตัดสินใจไปเรียนที่ประเทศสิงคโปร์ด้วยตัวเองตั้งแต่ 9 ขวบ โดยคิดว่าการไปเรียนที่ต่างประเทศ ให้อะไรหลายอย่างทั้งภาษา รวมถึงการเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยตัวเอง จึงเดินทางไปเรียนที่สิงคโปร์ตอน 9 ขวบหรือประมาณช่วงเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จากนั้นจึงกลับมาเรียนชั้นมัธยมศึกษา ที่เคไอเอส อินเตอร์เนชั่นแนล สกูล (KIS International School) ที่ประเทศไทย

ส่วนช่วงปริญญาตรีเลือกศึกษาด้านมัลติมีเดีย คอมมูนิเคชั่น ที่อคาเดมี ออฟ อาร์ต ยูนิเวอร์ซิตี้ เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งนอกจากเป็นเรื่องที่ตัวเองสนใจแล้ว คุณเมษายังมองว่าช่วงนั้นเป็นยุคที่ดิจิทัลกำลังมาแรง และโลกกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคออนไลน์และโซเชียลมีเดีย จึงมองว่าการสื่อสารเป็นหัวใจสำคัญของทุกอย่างไม่ว่าในด้านธุรกิจหรือชีวิตทั่วไป โดยหลังจากสำเร็จการศึกษาคุณเมษายังเลือกทำงานในด้านที่ตัวเองสนใจก่อน คือการเป็นผู้ประกาศข่าวช่องทีเอ็นเอ็นควบคู่ไปกับการทำงานเบื้องหลัง ก่อนกลับเข้ามาทำงานที่คาราบาวกรุ๊ปในเวลาต่อมา

เริ่มเรียนรู้ธุรกิจจากซีเจ เอ็กซ์เพรส

หลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในงานด้านที่ตัวเองชื่นชอบ คุณเมษาเข้ามาช่วยงานที่คาราบาวกรุ๊ป อยู่ระยะหนึ่งเนื่องจากเป็นช่วงที่ธุรกิจกำลังขยายตัว และตัวเองมีแผนจะไปศึกษาต่อปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจด้วย จึงอยากหาประสบการณ์ก่อน คุณเมษา เล่าว่า ช่วงนั้นที่บ้านมีธุรกิจใหม่คือไปหุ้นกับซีเจ เอ็กซ์เพรส ที่มีลักษณะเป็นธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตแบบช็อปอินช็อป ส่วนตัวจึงเข้าไปช่วยดูในส่วนของช็อปบิวตี้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการคิดโมเดล เลย์เอาต์ ธีม จวบจนสินค้าต่าง ๆ  ในร้านตั้งแต่สาขาแรกจวบจนไปศึกษาต่อปริญญาโทด้านการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยเอ็กเซ็กเตอร์ สหราชอาณาจักร

รับหน้าที่ดูแลธุรกิจใหม่แกะกล่อง ‘ร้านถูกดี มีมาตรฐาน’

หลังจากเรียนจบปริญญาโทในปี 2018 คุณเมษากลับมาช่วยงานที่คาราบาวกรุ๊ปอีกครั้ง โดยตอนแรกเข้าไปดูคาราบาวแดงก่อนที่เพิ่งขยายธุรกิจไปยังประเทศจีน จึงไปอยู่ที่จีนประมาณ 1 ปี ก่อนกลับมาประเทศไทยและรับหน้าที่ดูแลธุรกิจใหม่ของคาราบาว กรุ๊ปอีกครั้งคือ ‘ร้านถูกดี มีมาตรฐาน’ ซึ่งคุณเมษา อธิบายว่า เป็นธุรกิจแบบกินแบ่งไม่กินรวบ ด้วยการเข้าไปเป็นพาร์ทเนอร์กับผู้ประกอบการร้านโชห่วยหรือร้านขายของชำในชุมชนต่าง ๆ เพื่อพัฒนาร้านค้าให้มีมาตรฐานสามารถแข่งขันกับธุรกิจรีเทลรายใหญ่ ๆ ได้โดยที่เจ้าของร้านยังคงเป็นเจ้าของอยู่ ภายใต้สโลแกน ‘ร้านค้าของชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน’ ซึ่งทำมาได้กว่า 2 ปีแล้ว แต่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ธุรกิจเพื่อสังคม พลิกฟื้นธุรกิจโชห่วย

เมื่อถามถึงปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ คุณเมษา เผยว่า ด้วยความที่เป็นธุรกิจใหม่ไม่เคยมีใครเคยทำมาก่อน ถือเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ทำให้ยังมีความเข้าใจผิดหลาย ๆ อย่าง เช่น มองว่าเราเป็นนายทุนที่จะเข้าไปกินรวบ เป็นต้น แต่ความจริงแล้วเราตั้งใจทำธุรกิจเพื่อสังคม แม้อาจไม่ใช่การทำเพื่อสังคมร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่จุดประสงค์คือการทำให้ชาวบ้านสามารถพลิกฟื้นตัวเองได้ เพราะหลายคนพูดว่า ‘ร้านโชห่วยกำลังจะตาย’ แต่เราอยากแสดงให้เห็นว่าร้านเหล่านี้ไปต่อได้ หากได้รับความรู้และโอกาสในการพัฒนาตัวเอง ซึ่งต้องทำความเข้าใจและโน้มน้าวใจให้กับผู้ประกอบการมาร่วมกับเราให้ได้ รวมถึงความท้าทายที่เมื่อไปชวนเขามาทำได้แล้ว ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เขารู้สึกว่าคิดไม่ผิดที่มาร่วมกับเรา

“คนแรกที่เป็นคนคิดโมเดลนี้คือ ‘คุณเสถียร เศรษฐสิทธิ์’ (ประธานกรรมการคาราบาวกรุ๊ป) โดยที่เราไม่รู้เลยว่าเราจะมาชอบตรงนี้ แต่ทำแล้วเรารู้สึกอินกับมัน เป็นธุรกิจที่เราได้ทำเพื่อสังคมจริง ๆ คนในชุมชนมีชีวิตที่ดีขึ้นหมดไม่ว่าจะเป็นเจ้าของร้านโชห่วย ลูกค้าในชุมชน เราได้พัฒนาคุณภาพชีวิต ยกระดับธุรกิจของคนในชุมชน จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากทำตรงนี้ให้สำเร็จ”

วางแนวทางการทำงานตามหลักองค์กร

สาวเก่งอย่างคุณเมษายังแชร์เคล็ดลับการทำงานว่า ส่วนเป็นคนเริ่มต้นจากการ ‘ตั้งเป้าหมาย’ เพื่อให้เราเดินไปข้างหน้า ส่วนในเรื่องการบริหารยึดตามหลักองค์กรคือ ‘รู้แจ้ง ทำจริง ถูกต้อง แม่นยำ ปรับเปลี่ยน เรียนรู้ ยืดหยุ่น พลิกแพลง’ เวลาจะทำอะไรต้องรู้จริง ถึงแม้ว่าเราเป็นผู้บริหาร แต่ถูกสอนมาตลอดว่า ถ้าเราจะทำอะไรต้องไม่ใช่การบริหารแบบลอย ๆ แต่ต้องลงไปทำกับลูกน้องจริง ๆ ลงพื้นที่เอง ลงต่างจังหวัดเอง ส่วนเรื่องความถูกต้อง แม่นยำ เพื่อเป็นการตรวจสอบในสิ่งที่ทำ คอยติดตามอยู่เสมอ ขณะที่ปรับเปลี่ยน เรียนรู้ เพราะโลกสมัยนี้เปลี่ยนเร็วมาก เราก็ต้องมีความยืดหยุ่น สามารถปรับตัวได้ตลอด บางเรื่องเป็นเรื่องใหม่ เวลาลงไปทำจริง ๆ แล้วไม่เป็นอย่างที่คิดก็ต้องปรับการทำงานและพัฒนาให้ดีขึ้น

แบบอย่างจากคุณแม่

เมื่อถามถึงหลักการทำงานที่ได้จากคนใกล้ตัวอย่างคุณแม่ คุณเมษาบอกว่า คุณแม่เป็นคนทำงานเก่ง หนัก ละเอียด ส่วนตัวทำงานกับแม่โดยตรงน้อย แต่หลักการบริหารที่สอนอยู่เสมอคือเวลาทำอะไร เราต้องเป็นฟันเฟืองที่สำคัญขององค์กร ทำในสิ่งที่มีคุณค่าและทำให้องค์กรพัฒนาไปข้างหน้า นอกจากนี้ยังมีวิธีการคิด ขั้นตอนการทำงาน รวมถึงประสบการณ์การทำงานยิบย่อยอีกมากมายที่คุณแม่นำมาถ่ายทอดเป็นประจำ

แผนในอนาคต

ในส่วนของธุรกิจ ผู้บริหารสาว เผยว่า ปีนี้ถึงภายในปีหน้ามีเป้าหมายอยากเปิดให้ได้ 8,000 สาขา ส่วนปีหน้าพอครบสิ้นปีอยากมี 30,000 สาขา และในอนาคตเป้าหมายจริง ๆ อยากมี 50,000 สาขา อยากให้ทุกชุมชนมีร้านถูกดี มีมาตรฐานอย่างน้อย 1 สาขา

สาวยุคใหม่ที่รักการออกกำลังกาย

นอกจากงานหลักแล้ว คุณเมษายังแวะเวียนไปออกหน้ากล้องกับ ‘คุณนิว – ชัยพล พูพาร์ต’ รวมถึงช่วยคิดคอนเทนต์ในช่องยูทูบ ‘New Chaiyapol‘ เป็นบางคราว ส่วนงานอดิเรกและกิจกรรมยามว่าง เจ้าตัวเผยว่า ส่วนใหญ่ชอบออกกำลังกายที่เน้นการขยับร่างกายตลอด เช่น ฟังก์ชันนอลเทรนนิ่ง วิ่ง ปั่น จักรยาน ว่ายน้ำ ออกสลับ ๆ กันอาทิตย์ละประมาณ 4-5 วัน ที่เหลือคือชอบฟังเพลง ร้องเพลง ดูซีรีส์ ทำอาหารบ้างแต่ไม่ได้ทำทุกวัน ส่วนทำกินกันในครอบครัวเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์

อัพเดตเรื่องการแต่งงานและแผนการใช้ชีวิตคู่

ปิดท้ายที่แพลนแต่งงานซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 18 ตุลาคมนี้ คุณเมษา เล่าว่า ตอนแรกตั้งใจว่าจะมีพิธีการช่วงเช้าและจัดงานฉลองในวันเดียวกันเลย แต่เนื่องจากได้ฤกษ์มาและสถานการณ์โควิดยังไม่คลี่คลายดี จึงยกเลิกงานฉลองไปก่อน เหลือแค่พิธีการต่าง ๆ ซึ่งเป็นงานเฉพาะในครอบครัว แล้วค่อยจัดงานฉลองกับเพื่อนทีหลัง ส่วนชีวิตหลังงานเท่าที่คุยกันไม่ได้คิดว่าจะมีเรือนหอ เพราะต่างคนต่างอยากใช้เวลากับครอบครัว จึงน่าจะไป ๆ มา ๆ ระหว่างทั้งสองบ้าน.

ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม maysapril