Home > Celebrity > Exclusive Interviews > The Fragrance with Love : ทราย-นรี ชีวสุทธิศิลป์ ชีวิตฟินเพราะกลิ่นน้ำหอม

จากความรักน้ำหอมเป็นชีวิตจิตใจ ทำให้ปัจจุบัน ทราย-นรี ชีวสุทธิศิลป์ กลายมาเป็นซีอีโอแบรนด์น้ำหอม Made in Thailand ที่มียอดขายเกือบ 300 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา และ กลายเป็นที่รู้จักในฐานะนักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่มาแรง ภายในระยะเวลาไม่ถึง 10 ปี ด้วยความรักและความทุ่มเทที่เธอมอบให้น้ำหอม “Madame Fin” แทบจะตลอดเวลา

โปรเจ็กต์ที่มาจากไอเดียของเธอนั้นเรียกได้ว่ามีไม่ขาดสาย และ สั่นสะเทือนวงการน้ำหอมทุกครั้ง เธอเล่าให้ฟังถึงโปรเจ็กต์ใหม่ว่า “ปีหน้าแบรนด์ของเราวางแผนว่าจะทำ collaboration กับ ดีไซเนอร์ไทย และ ยังจะมีน้ำหอมคอลเลคชั่นใหม่ ซึ่งเป็นกลิ่นเฉพาะของพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ของแบรนด์ค่ะ” 

คุณทรายมองว่า ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่อยู่เฉพาะบุคคล “เรื่องจินตนาการ และ ความคิดสร้างสรรค์ ทรายมองว่าไม่ใช่ทักษะที่สอนกันได้เหมือนสอนทำผมหรือ สอนแต่งหน้า แต่ต้องสั่งสมมาทั้งชีวิตของคนๆ นั้น ว่าใช้ชีวิตยังไง มองโลกยังไง” และด้วยความคิดต่าง ก็ทำให้น้ำหอมที่เธอรักเหมือนลูก มีจุดเด่นอย่างที่เรียกว่า แหวกจากน้ำหอมทุกแบรนด์ที่มีในโลกก็ว่าได้ “น้ำหอมส่วนมาก จะบอกว่าทำจากพฤกษาธรรมชาติอะไรต่างๆ แต่ Madame Fin ไม่เคยทำแบบนั้นเลยค่ะ บางกลิ่นเน้นเรื่องความรักโรแมนติก บางกลิ่นเน้นเรื่อง 18+ หรือ เรื่องเซ็กส์ไปเลย เพราะตัวทรายเองให้ความสำคัญกับความรักมาก ถ้าความรักดี ทุกอย่างในชีวิตจะดี แต่ถ้าความรักไม่ดี ทุกอย่างเป๋หมดเลย และ ทรายก็เชื่อด้วยว่า เราฉีดน้ำหอมก็เพื่อให้คนข้างๆ ดม เลยออกแบบกลิ่นให้ส่งเสริมเรื่องความรัก ความสัมพันธ์ไปจนถึงช่วยบำบัดความเครียด หรืออาการนอนไม่หลับด้วยค่ะ”

“แรกๆ ที่ทำแบรนด์ เราโดนแอนตี้เยอะมากนะคะ บางคนบอกว่าเพื่อนชมเยอะมากว่าใช้น้ำหอมอะไร หอมมาก แต่ไม่กล้าบอกว่าใช้น้ำหอม Madame Fin เพราะช่วงแรกๆ เรานำเสนอเรื่อง 18+ ไงคะ มีผู้หญิงหลังไมค์มาหาทรายเยอะมาก สาเหตุจากแฟนไม่สนใจ แต่พอเขาใช้น้ำหอมเรา ความสัมพันธ์ก็ดีขึ้น บางคนก็มองว่าเอาเรื่องเซ็กส์เป็นจุดขาย ทั้งที่จริงๆ แล้วเราเอาปัญหาหลังบ้านที่ผู้หญิงเยอะมากพบเจอในชีวิตประจำวันมาแก้ปัญหาให้”

ต่อมาคุณทรายจึงเริ่มปรับกลยุทธ์ และภาพลักษณ์ใหม่ ด้วยการเลือกพรีเซ็นเตอร์ คู่รักคนดัง อาทิ คู่คุณพุฒ-คุณจุ๋ย (พุฒิชัย เกษตรสิน และ วรัทถยา นิลคูหา) คู่คุณโดม-คุณเมทัล (ปกรณ์ ลัม และเมทัล สุขขาว) จึงทำให้ลูกค้ากล้าพูดว่าใช้ Madame Fin จนยอดขายพุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด “เราเติบโตเร็วมาก เพราะลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำตลอดค่ะ แสดงว่าเขากลับมาซื้อของที่คุณภาพจริงๆ แต่เราก็ไม่เคยหยุดอยู่กับความสำเร็จ ของเมื่อวานนะคะ เราจะคิดกลิ่นใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ ผู้หญิงมีลิปสติกสีแดงกี่แท่งคะ (หัวเราะ) ก็จะซื้อแท่งใหม่อยู่นั่น ทั้งที่ที่บ้านก็มีลิปสติกสีแดงไม่รู้ตั้งกี่แท่ง หน้ากระจกคุณมีน้ำหอม ขวดเดียวหรือเปล่า ไม่มีทางค่ะ” เธอจับพฤติกรรมตัวเอง มาจับใจลูกค้า ก่อนเผยเคล็ดลับสินค้าคุณภาพว่า “เราส่งน้ำหอมทุกกลิ่น ไปรับการทดสอบที่สถาบัน IFRA ที่สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าน้ำหอม Madame Fin เป็น กลิ่นออริจินอลจริงๆ และปลอดภัยกับผิว อยากให้ลูกค้า เห็นด้วยว่า เราเป็นแบรนด์น้ำหอมไทย แต่ได้รับการรับรองระดับสากลนะคะ”

และเพื่อลบข้อกังขาว่า น้ำหอมที่ Made in Thailand จะสู้กับน้ำหอม Made in France ได้อย่างไร คุณทรายตอบอย่างไม่ลังเลเลยค่ะ ว่า “ทรายมองว่าเมืองไทยแดดร้อน อากาศอบอ้าว เราก็ปรับสูตรของเราให้เข้ากับสภาพอากาศบ้านเรา ยอมใช้หัวน้ำหอมปริมาณ มากกว่าน้ำหอมทั่วๆ ไปใช้กัน จนมั่นใจว่าฉีดแล้วกลิ่นน้ำหอมติดทน 12 ชั่วโมงแน่นอน ทรายเคยชอบน้ำหอมอยู่กลิ่นหนึ่ง แต่ดันไปซ้ำกับแฟนเก่าของแฟน พอเราทำน้ำหอมเองก็เลยเอาจุดนี้มาเล่น น้ำหอม 1 กลิ่น แต่ 10 คนฉีดกลับได้ 10 กลิ่น นี่คือกิมมิก และ ความเป็นออริจินอลที่เราคิดขึ้นมาค่ะ”

ที่ผ่านมา คุณทรายฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย ทั้งเรื่องคำติฉิน การลอกเลียนแบบสินค้า หรือ แม้แต่วิกฤติโควิด-19 แต่เธอก็สามารถผ่านมาได้ เธอบอกด้วยความภาคภูมิใจว่า “โชคดีที่เราทำสิ่งที่เรามีความสุขกับมันจริงๆ ถ้าทำแล้วไม่สุข เราคงอยู่กับมันไม่ได้นานหรอกค่ะ” 

ติดตามเรื่องราวความสำเร็จ บนเส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลายของคุณทรายฉบับเต็มได้ในนิตยสาร HELLO! Vol.15 No.8 วางแผงวันที่ 3 กันยายน 2563 ( ทราย-นรี ชีวสุทธิศิลป์ Madame Fin )

Never miss an update

Subscribe to our newsletter to get the latest updates.

No Thanks
You’re all set

Thank you for your subscription.