Home > Celebrity > Exclusive Interviews > เอ็กซ์คลูซีฟเปิดคอนโดฯหรูของ ‘ต้า-รรินทร์ ทองมา’ สาวสวยเจ้าของอาณาจักร O&B

เมื่อพูดถึงแบรนด์รองเท้าฝีมือการออกแบบโดยคนไทย ทั้งยังมีสีสันให้เลือกหลากหลายเข้ากับทุกสีผิว และมีหลากหลายดีไซน์ให้ได้เลือกมิกซ์ แอนด์ แมตซ์ ต้องบอกเลยสาวๆหลายคนต้องนึกถึงแบรนด์ O&B ที่บริหารโดย ‘คุณต้า-รรินทร์ ทองมา’ นักธุรกิจสาว เจ้าของบริษัท คริสติน่าเกรย์กรุป จำกัด เธอไม่เคยหยุดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ มาเอาใจแฟนคลับจากทั่วโลก นอกจากจะออกโปรดักต์ใหม่ที่ขายดิบขายดีสวนกระแส เธอยังใช้เวลาที่มีค่อยๆ เปลี่ยนโฉมคอนโดมิเนียมหลังงามที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านสาทรจนออกมาสวยสมบูรณ์สะท้อนรสนิยม และตัวตนที่เฉียบคมทั้งเรื่องแฟชั่นและไลฟ์สไตล์

‘คุณต้า-รรินทร์ ทองมา’ นักธุรกิจสาว เจ้าของบริษัท คริสติน่าเกรย์กรุป จำกัด

บ้านแห่งความสำเร็จ

ตั้งแต่เริ่มแบรนด์มาได้เพียง 3 ปี เธอก็พาธุรกิจที่สร้างมาทำกำไรแตะร้อยล้าน มีรองเท้าออมมี่หนังแกะส้นแบนสุดเนี้ยบใส่สบายรุ่น Audrey Soft Ballerina ซึ่งมีให้เลือกมากกว่า 50 สี เป็นสินค้าขายดีที่ครองใจสาวๆ ก่อนจะต่อยอดไปสู่การจับมือสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับคนดังในแวดวงแฟชั่นระดับโลก ทั้งแอนนา เดลโล รุสโซ และซง แฟชั่นบล็อกเกอร์ ไปจนถึงแบรนด์ Sailor Moon รางวัลแห่งความสำเร็จจากการทุ่มเททำงานอย่างหนักไม่ได้มีแค่ความสุขจากผลตอบรับที่ดี แต่ยังมีบ้านหลังใหม่ ที่เธอมอบเป็นรางวัลให้กับตนเอง เป็นส่วนหนึ่งในความภาคภูมิใจที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของตนล้วนๆ

“ต้าซื้อคอนโดนี้มาตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว สำหรับต้าบ้านคือความมั่นคงทางจิตใจ และเป็นสิ่งแรกที่ต้าลงทุน บ้านนี้ถือเป็นหนึ่งในความฝันมาตั้งแต่เด็ก ด้วยความที่เราชอบเรื่องดีไซน์ ก็จะชอบดูแมกกาซีนของเมืองนอก ดูอินทีเรียสวยๆ จนเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เลือกเรียนด้านดีไซน์ อยากเป็นนักออกแบบ อยากมีบ้านในฝันที่สวยตามแบบของเราเอง พอวันหนึ่งที่เราได้มีจริงๆ แทบไม่อยากเชื่อเลย ยิ่งเวลาได้นั่งมองดูบ้านที่เป็นหลักฐานของความภูมิใจของเรา” คุณต้ากล่าว 

(อ่านเพิ่มเติม : ดีไซเนอร์หญิงไทยคนแรก ‘ต้า-รรินทร์ ทองมา’ กับประสบการณ์บนรันเวย์ระดับโลก)

ภายในโถงทางเข้าที่เข้าถึงได้ด้วยลิฟต์ส่วนตัว ส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอตัดสินใจเลือกคือเป็นห้อง Duplex 2 ชั้น ที่มีพื้นที่กว้างขวาง ชั้นล่างคือห้องนั่งเล่นโปร่งโล่งสบาย มีระเบียงขนาดใหญ่พอที่จะให้จัดงานปาร์ตี้ขนาดย่อม ส่วนชั้นบนคือพื้นที่ส่วนตัว ห้องนอนและห้องแต่งตัวแบบวอล์กอินคลอเซ็ตในฝันของสาวๆ 

“สำหรับต้า ที่อยู่เปรียบเสมือนสิ่งที่สะท้อนจิตวิญญาณของเรา

ต้ามองว่าที่อยู่อาศัยคือความมั่นคงภายใน สถานที่อยู่มีอิทธิพลกับเรา 100%”

Work From (Lovely) Home

ทุกมุมในบ้านถูกใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าโดยเฉพาะช่วง Work From Home ที่ผ่านมา คุณต้าเล่าว่าทุกมุมในบ้านสามารถเป็นห้องทำงาน หรือที่นั่งสเก๊ตซ์แบบสินค้าชิ้นใหม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะกินข้าวหินอ่อนตัวใหญ่ หรือมุมไอซ์แลนด์กลางห้องโถง ที่ด้านล่างแบ่งเป็นชั้นเก็บอุปกรณ์ทำงานครบครัน แถมการปักหลักอยู่บ้านกลายเป็นแรงบันดาลใจอย่างดีให้กับไลน์สินค้าใหม่ๆ ของเธอด้วย 

“ปีที่แล้ว O&B มีคอลเลกชั่นใหม่คือรองเท้า Sandal ที่ได้ไอเดียจากตอนที่ต้องทำงานอยู่บ้าน ก่อนหน้านี้ต้าทำงานทุกวัน เลยไม่เคยใส่รองเท้าแตะเลย จนกระทั่งช่วง Work From Home แม้จะอยู่บ้านแต่วันธรรมดาต้าจะแต่งตัวลงมาทำงานทุกวัน เพราะรู้สึกว่ามันมีผลต่อการทำงานมาก ถ้าเราใส่ชุดที่ไม่เฟิร์ม เราจะรู้สึกไม่ดี เวลาเรามีประชุมออนไลน์ ต้าจะแต่งตัวเหมือนไปออฟฟิศ ไม่ได้ใส่แค่ท่อนบน เราก็คิดว่า ยังไม่มีรองเท้าที่แม้ว่าเราจะใส่อยู่ในบ้านแต่มันยังให้ความรู้สึกดี ให้ความรู้สึกหรูหรา” คุณต้าเล่า

ด้วยความที่ O&B เริ่มต้นและเติบโตมากับการขายสินค้าออนไลน์ เข้าใจในตลาดและผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง จึงไม่แปลกที่รองเท้าแตะที่ทำจากหนังจะประสบความสำเร็จเช่นกัน “จากรองเท้าแตะ ก็มีคอลเลกชั่นอื่นๆ ที่ตามมาอีกมายมาย เพราะปัจจุบันสิ่งที่คนมองหาในสินค้าแฟชั่นคือความ Comfortable และมีความลำลองมากขึ้น ด้วยกิจกรรมในแต่ละวันที่เปลี่ยนแปลงไป”

ปัจจุบันนอกจากแบรนด์ O&B ที่รวบรวมสินค้าแฟชั่นอย่างรองเท้าที่ถือเป็นไฮไลต์ ยังมีกระเป๋า เสื้อผ้า รวมทั้งแอ็กเซสเซอรี่ส์ในกลุ่ม Small Leather Goods เช่น กระเป๋าสตางค์ใบเล็ก ที่ใส่นามบัตร ฯลฯ เช่นเดียวกับแบรนด์ Shoes Friend จำหน่ายอุปกรณ์ดูแลเครื่องหนัง อีกหนึ่งความสนุกใหม่ที่ใกล้จะเปิดตัวคือ B Casa แบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่เกิดจากความชื่นชอบในการแต่งบ้านของคุณต้า

“การทำแบรนด์ต้องอาศัยความอดทน และความพยายาม

มันคือการต่อจิ๊กซอว์ทีละชิ้นเพื่อจะสร้างภาพใหม่ของตัวเราเอง

จากนั้นจึงค่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ จนมีรูปแบบที่เป็นของตัวเราเอง”

ปรับตัวสู้วิกฤติ

แม้การเติบโตจากออนไลน์จะเป็นจุดแข็งของแบรนด์ที่ทำให้ก้าวต่อในภาวะวิกฤติได้ดีกว่า แต่ใช่ว่าจะไม่ได้รับผลกระทบ “สิ่งที่กระทบมากๆ คือรูปแบบการค้าที่เปลี่ยนไป จากเดิมเราขายออนไลน์ แต่ต่อมาก็ขยายสู่รีเทลจนมี 6 สาขา แต่พอเป็นช่วงวิกฤติโควิด กลับมียอดขายโต เราพบว่าหลายๆ คนไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปสู่การค้าขายแบบใหม่ เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราจะต้องเปลี่ยนเป็นอันดับแรกคือ เปลี่ยน Mind Set ของพนักงาน ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ต้าพูดกับพนักงานเลยว่าต่อไปนี้มันจะไม่เหมือนเดิม เราอาจจะเคยมี Year Plan ที่เมื่อก่อนเราทำได้ แต่ปัจจุบันในช่วงที่มีโควิดเราไม่อาจรู้ได้เลยว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ดังนั้นทุกคนต้องมีความคิดใหม่ว่า เราต้องพร้อมเปลี่ยนแปลงทุกสัปดาห์ จาก Year Plan กลายเป็น Weekly Plan ซึ่งต้าโชคดีที่พนักงานทุกคนเข้าใจ ในสิ่งที่เราพยายามทำ ดังนั้นเมื่อมีสถานการณ์อะไรมา เราจะเป็นคนที่ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว 

“ในฐานะที่เป็นผู้บริหารหรือเจ้าของ สิ่งจำเป็นคือต้องมีกำลังใจที่ดีมาก ต้ามองว่าหน้าที่หลักๆ ของ CEO คือเราต้องสร้างพลังใจหรือทำให้ทุกคนรู้สึกว่ามันทำได้ มันเป็นไปได้ ซึ่งตรงนี้เป็นจุดที่จำเป็นเมื่อเรามีลูกน้องมากขึ้น องค์กรใหญ่ขึ้น มีงานหลายส่วนมากขึ้น แล้วเราต้องมอนิเตอร์ทุกส่วน การทำงานเก่งอยู่คนเดียวเป็นเรื่องง่าย แต่การที่เราจะ Coaching หรือ Cheer up ให้คนอื่นมาทำงานให้ดีนั่นคืออีกเรื่องหนึ่ง หน้าที่ที่ต้าทำทุกวันคือว่าทำอย่างไรที่จะทำให้ทุกคนมีกำลังใจที่จะเติบโตไปได้ในช่วงสถานการณ์แบบนี้”

เจ้าแม่โปรเจกต์

นอกจากนี้ด้วยความที่การเติบโตของแบรนด์นั้นก้าวไปพร้อมกันกับเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เธอกล้าและมีความท้าทายที่จะลงทุนในธุรกิจรูปแบบใหม่ที่ใกล้จะเผยโฉมให้เห็น แต่ตอนนี้คุณต้าเผยออกมาเพียงว่าธุรกิจดังกล่าวจะเป็นรูปแบบ Startup ที่จะนำความเชี่ยวชาญในเรื่องแฟชั่นมาผสานกันกับเทคโนโลยี ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น คาดว่าเร็วๆ นี้ จะได้ชมและทดลองใช้บริการกัน 

สำหรับภาพรวมในการก้าวต่อไปของธุรกิจ เส้นทางในอนาคตของบริษัท คริสตินาเกรย์ ของเธอนั้นดูสดใสและพร้อมจะขยายสู่โลกกว้างได้มากกว่านี้ “ตอนนี้เราพยายามจะขยายฐานไปยังต่างประเทศให้มากขึ้น ปัจจุบันเราขยายไปที่ดูไบและญี่ปุ่น ซึ่งได้ผลตอบรับ
ที่ค่อนข้างดี รวมถึงฐานในประเทศเพื่อนบ้านในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความที่เราโตมาจากออนไลน์ จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำการตลาด แต่ก็ยังพยายามตีโจทย์ของคอนเซปต์ ที่จะสรรหาสินค้าสวมใส่สบาย มีกลิ่นอายในรูปแบบลักซ์ชัวรี ที่ไม่ได้จำกัดแค่สินค้าแฟชั่นเท่านั้น และรวมไปถึงสินค้าไลน์อื่นๆ ที่กำลังจะทยอยออกมาเช่นกัน”


ติดตามต่อได้ใน นิตยสาร HELLO! ฉบับเดือนกรกฎาคม 2564 วาง แผงแล้ววันนี้!  

ติดต่อสั่งซื้อโทร 0 2676 8999 ต่อ 217 หรือ 084 079 5678
 สั่งซื้อออนไลน์ที่ shop.burdathailand.com หรือ Line ID: @hellomagazineth