Home > Education > 3 สิ่งควรและ 3 สิ่งไม่ควรทำ หากไม่อยากให้ลูกติดเกมช่วงโควิด

เด็กกับเกมนั้นเป็นของคู่กัน ยิ่งช่วงที่ต้องอยู่บ้านไม่ได้ออกไปไหนนานๆจากสถานการณ์โควิด 19 เช่นนี้ อาจทำให้เด็กหลายๆคนอดไม่ได้ที่จะหันไปเล่นเกมจนกลายเป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวันไปซะแล้ว 

วันนี้ HELLO! Education จึงมีเคล็ดลับดีๆเพื่อเป็นหนทางป้องกันแต่เนิ่นๆไม่ให้ลูกๆติดเกมงอมแงมจนเสียสุขภาพ กับ 3 Do 3 Don’t ทริคง่ายๆช่วยให้ลูกไม่ติดเกมช่วงโควิดมาฝากกัน

DO : 3 สิ่งต้องทำ

Cr. Kelly Sikkema (Unsplash)

1.ต้องควบคุมเวลา 

เวลาในการเล่นเป็นกติกาแรกๆที่ผู้ปกครองต้องพูดคุยกับเด็กๆให้ชัดเจน เพราะจะเป็นเสมือนข้อตกลงร่วมกันเมื่อเด็กๆงอแงอยากเล่นต่อโดยไม่ใช้เหตุผล โดยเด็กในวัยประถมศึกษาและวัยมัธยมศึกษา แนะนำว่าเวลาที่เหมาะสมต่อการเล่นเกมแต่ละวัน อยู่ที่วันละ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

2.ต้องเลือกเกม 

เป็นธรรมดาที่เด็กๆโดยเฉพาะเด็กผู้ชายจะชอบเล่นเกมต่อสู้หรือเกมแนวผจญภัย แต่ก็ใช่ว่าเกมที่จะช่วยส่งเสริมให้มีการพัฒนาทักษะทางความคิดนั้นจะไม่สามารถแฝงมาในเกมประเภทนี้ได้ ซึ่งต้องอาศัยการแนะนำจากพ่อแม่ที่ต้องหาข้อมูลเพื่อเติมมานำเสนอให้ลูกๆได้รู้จักเกมที่หลากหลาย เพื่อเปิดความคิดให้ลูกมากขึ้น 

3.ต้องเล่นด้วย 

พ่อแม่และผู้ปกครองควรแบ่งเวลาจากการทำงานมาเล่นเกมกับลูกบ้าง เพื่อให้เข้าถึงว่าลูกกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ ความรู้สึกของลูกขณะเล่นเกมเป็นอย่างไร นอกจากจะช่วยให้เข้าใจความรู้ของลูกแล้ว ยังช่วยทำให้ลูกรู้สึกไว้วางใจเรามากยิ่งขึ้นด้วย

DON’T : 3 สิ่งไม่ควรทำ

Cr. Emily Wade (Unsplash)

1.ไม่ให้ลูกเล่นเกมในห้องนอน เพราะเป็นพื้นที่ส่วนตัว อาจกระทบกับการใช้ชีวิตและอดหลับอดนอนได้ง่ายๆ หากสามารถแยกให้เล่นในห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขกจะเป็นการง่ายในการกำหนดเวลาให้ลูกเข้านอนได้ดีมากกว่า

2.ไม่ให้ลูกเล่นเกมตอนทำกิจกรรมในครอบครัว เช่น ตอนรับประทานอาหารร่วมกัน เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้ถึงการให้ความสำคัญกับช่วงเวลาที่อยู่กับครอบครัว

3.พ่อแม่และผู้ปกครองอย่าเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี เช่น การเล่นเฟซบุ๊ก หรือเล่นอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์ตลอดเวลาจนทำให้ลูกรู้สึกเคยชินกับพฤติกรรมเหล่านี้ไปโดยไม่รู้ตัว 

ทั้งนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมลูกอยู่เสมอ หากพบว่ามีอาการติดเกม เช่น หมกมุ่นกับการเล่นเกมมาก ไม่สนใจหรือเลิกทำกิจกรรมที่เคยชอบอื่นๆ ควบคุมตัวเองให้เล่นในเวลาที่กำหนดไม่ได้ เล่นเกมนานขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน เพิ่มเป็นหลายๆ ชั่วโมงต่อวัน รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ไม่สนใจการเรียน ให้สันนิษฐานเบื้องต้นว่าลูกของคุณนั้นติดเกมเข้าซะแล้ว ให้ลองทำตามวิธีที่แนะนำข้างต้น หรือสามารถสอบถามแนวทางแก้ไขไปยังกรมสุขภาพจิต รวมถึงสามารถโทรปรึกษา สายด่วนกรมสุขภาพจิตได้ที่ 1323 

Source : https://news.thaipbs.or.th/