[bttseo_breadcrumb]

ดูเหมือนว่าการใช้ชีวิตแบบถูกจำกัดพื้นที่จากสถานการณ์โควิด-19 จะยังคงอยู่กับเราไปอีกระยะ มิหนำซ้ำยังมีภัยเงียบอันตรายที่ส่งผลร้ายสู่เด็กๆ แฝงติดมาอีกด้วย รู้ตัวอีกทีผู้ปกครองอาจต้องกุมขมับด้วยความเครียดกันเลยทีเดียว

HELLO! Education ขอพาคุณพ่อคุณแม่ไปเรียนรู้เกี่ยวกับ 4 ภัยเงียบอันตราย ที่อาจส่งผลร้ายต่อลูกๆ ในช่วงโควิด ทั้งด้านสุขภาพกายและสุขภาพใจ

สุขภาพจิต 

ช่วงโรคระบาดเด็กๆ ถูกจำกัดพื้นที่จากการกักตัวและเรียนออนไลน์อยู่แต่ในบ้าน ทำให้เด็กเกิดความเครียด ความกดดัน ที่ไม่สามารถทำให้เด็กๆ พัฒนาทักษะตามปกติวัยได้และไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากใครได้  โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ต่างๆ จะทำให้เด็กเกิดอาการวิตกกังวล ยิ่งไปกว่านั้น การแสดงออกถึงความกังวลของพ่อแม่ยังส่งผลทำให้เด็กรู้สึกไม่ปลอดภัยทำให้เกิดความกลัว

Healthy Children องค์กรดูแลสุขภาพเด็กของสถาบันกุมารเวชศาสตร์อเมริกันให้คำแนะนำชวนลูกคุยถามความรู้สึกตอนนี้เป็นอย่างไร สังเกตอารมณ์ของลูกๆ ผู้ปกครองจะต้องมีความยืนหยุ่น เพราะเด็กบางคนต้องใช้เวลาในการจัดการความรู้สึก ค่อยๆ พูดคุยหรือหากิจกรรม เช่น การวาดภาพเพื่อลดความเครียด สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกว่าเขาจะปลอดภัย

ติดจอ

ขณะลูกๆ เรียนออนไลน์ ผู้ปกครองก็ WFH ไปด้วย ทำให้ต้องปล่อยลูกใช้เวลาอยู่หน้าจอนานโดยไม่รู้ตัว ซึ่งการเล่นหน้าจอนานๆ ส่งผลทำให้เด็กมีความผิดปกติทางด้านอารมณ์  มีภาวะเครียด อารมณ์ฉุนเฉียว หรือบางครั้งมีอาการวิตกกังวล

หมอโอ๋ จิตแพทย์จากเพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน แนะนำให้ให้ผู้ปกครองแก้ปัญหาเด็กติดจอโดยใช้วิธี ‘ใจดีแต่จริงจัง (kind but firm)’ ด้วยการฝึกวินัยการใช้หน้าจอ โดยการสร้างความเข้าใจ ตั้งกติกา แล้วจริงจังตามกติกา ที่พ่อแม่และลูก ‘ร่วม’ กันตั้งไว้ 

“สมองของเด็กเป็นสมองที่ทำอะไรตามความสุข ความสนุก และตามความติด วินัยจึงไม่ใช่เรื่องของเด็กๆ ที่จะควบคุมตัวเองให้ได้ดังใจพ่อแม่ วินัยจึงเป็น ‘เรื่องของผู้ใหญ่’ ที่ต้องช่วยเด็กๆ เพื่อให้พวกเขาควบคุมตัวเองได้ ทำในสิ่งที่ควรทำและไม่ทำในสิ่งที่ไม่ควร”

มีปัญหาด้านการมองเห็น

ผลจากการจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน ใช่กล้ามเนื้อบริเวณกระบอกตาบีบรัดเพื่อจ้องแสงสว่างหรือแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน ทำให้เด็กมีอาการแสบตา ตาแห้ง ส่งผลให้เด็กมีปัญหาด้านการมองเห็น มีแนวโน้มสายตาสั้น ดังนั้นผู้ปกครองควรหากิจกรรมพักสายตาให้ลูกๆ

โรคอ้วน 

โรคอ้วนไม่ได้เกิดขึ้นในเด็กทุกกลุ่มในประเทศไทย กรมอนามัยเผยว่าเด็กในเมืองเสี่ยงภาวะอ้วน เพราะสั่งฟาสต์ฟู้ดเพิ่มมากขึ้น 60 เปอร์เซ็นต์ ยิ่งต้องหยุดอยู่กับบ้านนานขึ้นทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวน้อยลง ทำให้เด็กไม่ได้ออกกำลังกาย พ่อแม่ควรใส่ใจมื้ออาหารของลูกให้มากขึ้นโดยเพิ่มผักและผลไม้ในแต่ละมื้ออาหาร 

ส่วนเด็กๆ ทางฝั่งสหรัฐอเมริกาเป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้น 2 เปอร์เซ็นต์ จากการศึกษาของวารสารเวชกุมารเวชศาสตร โรงพยาบาลเด็กฟิลาเดลเฟีย พบว่าตั้งแต่โควิดเร่ิมระบาดในปี 2019 เด็กอายุ 2 -17 ปี เป็นโรคอ้วน และเมื่อผู้ปกครองและเด็กประสบปัญหาการจัดสรรเวลาการเรียนออนไลน์ ถูกจำกัดการทำกิจกรรมออกกำลังกาย และต้องพึ่งพาอาหารแปรรูปที่เต็มไปแคลอรีสูง 

วิธีป้องกันภัยร้ายดังกล่าว ต้องเริ่มจากผู้ปกครองทำความเข้าใจสถานการณ์และสร้างความมั่นใจให้ลูกๆได้รู้สึกถึงความปลอดภัย ต้องใช้เวลาเข้าถึงอารมณ์และตัวของลูก เพราะเด็กต้องใช้เวลานานในการจัดการสิ่งต่างๆ ในช่วงสถานการณ์โรคระบาดขณะนี้

Image from Freepix.com