Home > Education

หนึ่งในวิชาพื้นฐานที่เด็กๆต้องเจอคงหนีไม่พ้นวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการฝึกเรื่องการคิดคำนวณตัวเลขเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานในการคิดอย่างมีเหตุมีผล เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาต่างๆ ในอนาคตของเด็กๆอีกด้วย 

โดยเด็กช่วงวัยประถมจะเป็นวัยที่เริ่มมีพัฒนาการทางสติปัญญามากขึ้น เริ่มเข้าใจสัญลักษณ์ต่างๆ ทั้งตัวเลข ตัวหนังสือ จึงเป็นการดีหากผู้ปกครองจะปลูกฝังทักษะทางคณิตศาสตร์ โดยอาจเริ่มจาก 5 เคล็ดลับฝึกลูกให้เก่งเลขที่ HELLO! Education ได้นำมาฝากกัน ดังนี้ 

Cr. Unsplash

1. ฝึกให้ลูกจดจำไปพร้อมกับความเข้าใจ 

อาจเริ่มจากการสอนให้ลูกรู้จักคำศัพท์และสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ ที่มักพบในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ เช่น บวก ลบ คูณ หาร หน้าตาเป็นอย่างไร ความหมายของแต่ละอันคืออะไร อันไหนต้องเพิ่มหรือลด อาจหาภาพตัวเลข หรือเครื่องหมายต่างๆ มาประกอบเป็นนิทานหรือการ์ตูนให้ลูกดูเพื่อเพิ่มความเข้าใจก็ได้

2. สอนลูกให้เขียนตัวเลขอย่างบรรจง 

จากผลสำรวจที่ว่า 25% ของการทำโจทย์คณิตศาสตร์ผิด เกิดจากการเขียนตัวเลขผิดนั่นเอง เพราะฉะนั้นผู้ปกครองควรฝึกให้ลูกเขียนตัวเลขอย่างบรรจงตั้งแต่แรกเริ่ม ตัวไหนมีขีด ตัวไหนไม่มีขีด หรือหลักหน่วย หลักสิบ ต้องเขียนหลักของตัวเลขให้ตรงกัน อาจเริ่มฝึกจากการซื้อสมุดที่มีเส้นช่องบรรทัดเป็นตารางกราฟให้ลูก เพื่อให้ลูกเขียนตัวเลขง่ายขึ้นในช่วงแรก 

3. ทำให้คณิตศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

หากเด็กตระหนักถึงความสำคัญทางคณิตศาสตร์จะช่วยให้เด็กเข้าใจความหมายมากขึ้น เช่น การช่วยจ่ายค่าอาหารเมื่อไปซูเปอร์มาร์เก็ต หรือการคำนวณเงินค่าขนมที่เหลือจากการไปโรงเรียนเพื่อสะสมเป็นเงินออม เป็นต้น

Cr. Unsplash

4. เล่นเกมกับลูก

พยายามหมั่นฝึกทักษะการบวกลบคูณหารกับลูกอยู่เสมอในแบบที่ไม่ต้องจริงจังมาก เพื่อให้เขารู้สึกผ่อนคลายและสนุกไปกับการคำนวณ เช่น การให้ลูกบวกเลขจากทะเบียนรถคันข้างหน้า หรืออาจซื้อเกมที่ช่วยฝึกทักษะทางด้านคณิตศาสตร์มาเล่นที่บ้าน เพราะเด็กในวัยนี้จะเรียนรู้โดยใช้ประสาทสัมผัสการรับรู้และการเคลื่อนไหว ยิ่งจัดการเรียนรู้ให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสได้มาก ก็จะช่วยกระตุ้นให้เด็กได้คิดและจดจำได้มากขึ้น

5. ทำแบบฝึกหัดบ่อยๆ พร้อมจับเวลา 

หนึ่งในเคล็ดลับของคนเก่งนอกจากความเข้าใจแล้ว ยังวัดกันที่ความเร็วอีกด้วย หากลูกๆเริ่มเข้าใจในพื้นฐานของคณิตศาสตร์พอสมควรแล้ว ผู้ปกครองควรหาโจทย์หรือแบบฝึกหัดมาเพื่อให้ลูกได้ฝึกฝนเพื่อจับเวลาให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งนี้การจับเวลาอาจเริ่มจากการใช้เวลามากและค่อยๆลดระดับลงมาเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ลูกๆรู้สึกกดดันจนเกินไปนั่นเอง