Home > Education > Courses > ‘ศาสตร์แห่งการลงมือปฏิบัติ’ คือสิ่งสำคัญของการเรียนรู้ AIHM กับหลักสูตร Global Hospitality Management ที่ปูทางสู่ความเป็นมืออาชีพ

เมื่อพูดถึงหลักสูตรการบริหารจัดการธุรกิจบริการในประเทศไทยนั้นมีมากมาย แต่จะมีหลักสูตรไหนที่ครบเครื่องทั้งมาตรฐานทางวิชาการ ได้ฝึกปฏิบัติงานกับมืออาชีพ และพร้อมก้าวสู่สนามธุรกิจได้เท่ากับหลักสูตรปริญญาตรี การบริหารจัดการธุรกิจบริการระดับสากล หรือ BBA in Global Hospitality Management ของ Asian Institute of Hospitality Management (AIHM) in Academic Association with Les Roches สถาบันอุดมศึกษาระดับนานาชาติ ที่ก่อตั้งโดย Minor Hotels หนึ่งในบริษัทที่ประกอบธุรกิจบริการที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกและ Les Roches สถาบันสอนการโรงแรมมาตรฐานประเทศสวิตเซอร์แลนด์ระดับ Top 3 ของโลก

ครั้งนี้ HELLO! Education จะพาไปทำความรู้จักกับหลักสูตรปริญญาตรีระยะเวลา 3.5 ปี ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจ ทั้งผู้ที่มุ่งมั่นในสายงานการโรงแรม การท่องเที่ยว ธุรกิจบริการ ตลอดจนผู้ที่ตั้งใจเป็นผู้ประกอบการมืออาชีพ

(อ่านเพิ่มเติม : ทำความรู้จัก AIHM สถาบันอุดมศึกษานานาชาติด้าน Hospitality Management แห่งใหม่ของไทย!)

หลักสูตรที่มุ่งตอบโจทย์ผู้เรียน

“จุดเด่นของหลักสูตร Bachelor of Business Administration in Global Hospitality Management คือการเน้นที่นักศึกษาเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ เราเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เลือกเรียนวิชาเฉพาะด้านที่สนใจในสองเทอมสุดท้าย ในขณะเดียวกันก็รับประกันว่าเด็กจะสามารถพัฒนาตัวเองไปพร้อมกับการเรียนการสอนตลอดหลักสูตร” คุณวอร์เรน สแตนเวิร์ธ Academic Dean กล่าว

การเรียนหลักสูตรนี้ใช้เวลา 3.5 ปี หรือ 7 ภาคการศึกษา โดยภาคเรียนแรกนักศึกษาจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ Practical Arts ซึ่งเป็นศาสตร์และศิลป์ของการฝึกปฏิบัติงานจริง แคมปัสของ AIHM นั้นตั้งอยู่บนชั้น 9 ของโรงแรม Avani+ Riverside Bangkok เท่ากับว่านักศึกษาของเราสามารถฝึกภาคปฏิบัติในโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ได้ทั้งที่ Anantara Riverside Bangkok Resort และ Avani+ Riverside Bangkok Hotel “ห้องเรียนของนักศึกษาที่นี่ไม่ใช่แบบดั้งเดิมทั่วไป แต่ตลอด 21 สัปดาห์ เราเริ่มต้นให้นักศึกษาได้คุ้นเคยกับบรรยากาศของงานบริการผ่านการเรียนรู้งานในฝ่ายต่างๆ ของโรงแรม ไม่ว่าจะเป็น แผนกต้อนรับส่วนหน้า แผนกแม่บ้าน บาร์ ฯลฯ นักศึกษาจะได้ทั้งความรู้ การลงมือปฏิบัติจริง รวมทั้งประสบการณ์ที่หาซื้อไม่ได้จากที่ไหน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะช่วยให้นักศึกษาได้เข้าถึงและเข้าใจสิ่งที่ตนกำลังเรียนรู้ต่อไปในหลักสูตร และตัดสินใจเลือกได้ว่าจะเดินไปในทิศทางใดต่อ” คุณวอร์เรนกล่าว 

เทอม 2 นักศึกษาจะได้ฝึกงานครั้งแรก เทอม 3 และ 4 นักศึกษาสามารถเลือกเรียนเนื้อหา Hospitality Management ที่แคมปัสพัทยาของ AIHM หรือจะเลือกไปโปรแกรมแลกเปลี่ยนเข้าเรียนที่ Les Roches, Crans-Montana Campus ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หรือ Les Roches, Marbella Campus ประเทศสเปน และนักศึกษาจะได้ฝึกงานอีกครั้งในเทอมที่ 5 ซึ่งก็สามารถเลือกฝึกงานในบริษัทหรือตามสายงานที่นักศึกษาสนใจได้ทั่วโลก 

“ความแตกต่างที่ถือเป็นความโดดเด่นของหลักสูตรนี้คือการได้สัมผัสกับวิชาชีพการโรงแรมโดยตรง ได้เปิดโลกการทำงานในชีวิตจริง อีกทั้งคณาจารย์ที่สอนไม่ได้มีแค่ผู้ทรงคุณวุฒิในด้านวิชาการ แต่เป็นคนที่มีประสบการณ์ในธุรกิจบริการทั้งสิ้น นักศึกษาจะได้ทั้งทฤษฎีและการปฏิบัติควบคู่กันไป ในขณะเดียวกันการที่นักศึกษาสามารถวางแผนการเรียนของตนเองผ่านการแนะแนวทางของเรา จะช่วยเสริมให้เด็กได้ท้าทาย และยังเป็นพื้นฐานวิธีคิดของการเป็นผู้ประกอบการในอนาคตอีกด้วย” คุณวอร์เรนอธิบาย นอกเหนือจากภาคปฏิบัติแล้ว หลักสูตรยังครบถ้วนด้วยศาสตร์แห่งการบริหารธุรกิจ ซึ่งจะเป็นรากฐานของวิชาชีพที่นำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

Practical Arts ศาสตร์แห่งการปฏิบัติ

คุณอิชาน ดาร์แกน Practical Arts Programme Leader and Lecturer ซึ่งมีส่วนช่วยออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้โดยการนำทฤษฎีและการปฏิบัติมาผนวกเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นการเรียนที่ทรงประสิทธิภาพ “แทบไม่มีโรงเรียนการโรงแรมใดในโลกที่เปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนได้ฝึกปฏิบัติงานจริงกับแขกของโรงแรมในขณะที่ยังเรียนอยู่ ส่วนใหญ่จะเป็นสถานการณ์จำลอง แต่สำหรับที่ AIHM เราให้นักศึกษาได้ทำงานจริงกับโรงแรมตั้งแต่เทอมแรก จริงอยู่ที่การเรียนกับแขกสมมุติจะสร้างความอุ่นใจให้กับผู้เรียนมากกว่าการลงสนามจริงที่มาพร้อมกับความกดดันและความคาดหวัง แต่ข้อดีคือนักศึกษาจะได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง โดยมีครูคอยช่วยให้คำปรึกษา นักศึกษาไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวลำพัง เมื่อถึงคราวฝึกงาน แรงกดดันต่างๆ จะไม่เซอร์ไพรส์พวกเขาอีกต่อไป” คุณอิชานกล่าว

ก่อนคุณวอร์เรนจะช่วยเสริมว่า “การเรียนในแบบ Practical Arts คือการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงที่ไม่สามารถหาซื้อได้จากที่ไหน ผ่านการทำงานจริงเพื่อพัฒนาการสื่อสาร ทักษะความเป็นผู้นำ การบริหาร ทั้งหมดนี้เราต้องการปลูกฝังให้กับนักศึกษาของเราตั้งแต่ปีแรกที่เข้าเรียน”

การเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติเป็นศาสตร์พื้นฐานของการทำงาน ไม่ใช่เฉพาะแค่การโรงแรมแต่ครอบคลุมสายงานอื่นอีกด้วย “ปัจจุบันการดูแลลูกค้า Customer Orientation เป็นสิ่งสำคัญในทุกธุรกิจ ไม่ว่าคุณจะทำงานให้ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมไหน การเรียนด้านนี้จะช่วยให้ผู้เรียนนำไปต่อยอดสู่การทำงานด้านอื่นๆ ได้ สิ่งที่เราสอนครอบคลุมทั้งเรื่องการตลาด บัญชี ภาษี รูมเซอร์วิส ไปจนถึงเรื่องความยั่งยืน เราสอนให้นักศึกษาได้นำทฤษฎีไปประยุกต์ใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่เพื่อวันนี้ แต่เพื่อใช้ในวันข้างหน้า หลังจากที่พวกเขาเรียนจบไปแล้ว” คุณอิชานกล่าว 

เรียนรู้รอบด้านในวิชาที่ใช้งานได้จริง

จุดเด่นของคณาจารย์ที่ AIHM คือการเป็นผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดในสายงาน ทำให้สามารถถ่ายทอดและเชื่อมโยงทฤษฎีกับการประยุกต์ใช้เป็นอย่างดี คุณกาวิน ทิฟฟิน คือหนึ่งในนั้น ซึ่งสอนครอบคลุมตั้งแต่ Food & Beverage จนถึง Culinary Arts

รายละเอียดของงานในครัวไม่ได้มีเพียงแค่การปรุงอาหาร แต่ครอบคลุมทุกเรื่องตั้งแต่การดูแลความสะอาด ความปลอดภัย การทำงานกับลูกค้า การเรียนรู้เกี่ยวกับตำแหน่ง ลำดับขั้นของเชฟ เพื่อที่เวลาไปทำงานจริงนักศึกษาจะเข้าใจลำดับขั้น และวิธีการทำงานในแต่ละขั้นตอน การทำสต็อก บัญชี “คอร์สนี้ส่วนสำคัญคือการทำให้นักศึกษาเห็นความเชื่อมโยงกันระหว่างทฤษฎีพื้นฐานกับการใช้งานในชีวิตจริง เราสอนทุกแง่มุมของงาน Food & Beverage ครอบคลุมทุกรูปแบบของธุรกิจอาหาร ตั้งแต่เรื่องของการเป็นเจ้าของกิจการ การทำร้านอาหารสตรีทฟู้ดไปจนถึงภัตตาคาร ร้านบุฟเฟต์ คาเฟ่ ไฟน์ไดนิ่ง การจัดเลี้ยง 

“เรามีวิชาชื่อ Farm to table ซึ่งเป็นศัพท์ที่ได้รับความนิยมมากช่วงนี้ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับความยั่งยืน เราสอนให้นักศึกษาเข้าใจว่าหัวใจหลักในการทำงานของเชฟที่ดีคือการใช้ทุกส่วนของวัตถุดิบให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ปลา หรือพืชผัก เราไม่ทิ้งของไปโดยเปล่าประโยชน์ เชฟส่วนใหญ่ต้องการวัตถุดิบในท้องถิ่นแต่มันไม่ง่ายแบบนั้น มีปัจจัยหลายเรื่องที่ต้องระวัง แม้จะไม่ได้เป็นเชฟแต่ก็จำเป็นต้องเข้าใจวิธีการ” คุณกาวินอธิบาย พร้อมกับเสริมว่าการเรียนเนื้อหาเหล่านี้ไม่เพียงแต่นำไปใช้ได้กับงานโรงแรม แต่ยังนำไปใช้กับงานที่จำเป็นต้องมีการจัดการเรื่องอาหารการกินเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น โรงพยาบาล สายการบิน แม้แต่ธุรกิจอาหารต่างๆ ก็นำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งสิ้น

ดูแลนักศึกษาอย่างมืออาชีพ

การเรียนที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เลือกแนวทางของตนเอง จำเป็นต้องมีหลักสูตรที่แข็งแกร่ง และหน่วยสนับสนุนที่พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือให้นักศึกษามีพัฒนาการมากที่สุด คุณซาแมนธา ลอเวอร์-มาเรียน ในฐานะ Head of Student Engagement ซึ่งร่วมงานกับ Minor Hotels มากว่าทศวรรษและเข้าใจถึงลักษณะสำคัญของการโรงแรม เข้ามามีบทบาทในการให้คำปรึกษาแก่นักศึกษาโดยตรง เพื่อให้มั่นใจว่าเส้นทางการศึกษาที่นักศึกษาของ AIHM กำลังก้าวไปนั้นจะตรงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้

“นักศึกษาที่เข้ามาเรียนกับ AIHM ล้วนมีความฝันอันยิ่งใหญ่ การวางแผนการเรียนที่ดีเพื่อไปให้ถึงจุดหมายที่ตั้งเป้าไว้ต้องอาศัยการวางรากฐานทีละขั้น การเรียน 3.5 ปี ที่นี่จะช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ที่เสริมให้ทักษะและเทคนิคการเรียนรู้ของนักศึกษาแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เช่น การจัดสรรเวลา การดูแลตนเอง ในรูปแบบที่เหมาะสมกับบุคลิกและความชอบของแต่ละคน” คุณซาแมนธากล่าว นักศึกษาจะได้รับการดูแลและคำชี้แนะจากคุณซาแมนธาเป็นรายบุคคล ผ่านการพูดคุยเกี่ยวกับอาชีพที่ใฝ่ฝันในอนาคตและความชอบส่วนตัวของแต่ละบุคคลเพื่อช่วยวางแผนการเรียน นอกจากนี้ยังมีการปรึกษาแบบกลุ่ม ที่นักศึกษาจะได้ฝึกทักษะการสื่อสาร ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการทำธุรกิจหรือการทำงานในอนาคตได้

เรียกได้ว่าหลักสูตรของ AIHM นั้นให้ความสำคัญกับผู้เรียนอย่างสูงสุด เพื่อให้มั่นใจว่าตลอดสามปีครึ่งจะเป็นช่วงเวลาสำคัญในชีวิตที่จะปูพื้นฐานไปสู่การทำงานอย่างมืออาชีพในอนาคต และประสบความสำเร็จสมดังที่ตั้งใจ

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ contactus@aihm.education โทร 02-365-6355 หรือ www.aihm.education