ก้าวย่างสู่ความสำเร็จของ Denla British School โรงเรียนนานาชาติเต็มรูปแบบน้องใหม่จากเครือเด่นหล้า
ก้าวย่างสู่ความสำเร็จของ Denla British School โรงเรียนนานาชาติเต็มรูปแบบน้องใหม่จากเครือเด่นหล้า
Education

ก้าวย่างสู่ความสำเร็จของ Denla British School โรงเรียนนานาชาติเต็มรูปแบบน้องใหม่จากเครือเด่นหล้า

การศึกษา และสังคมที่ดี ที่ควรปลูกฝังแต่เยาว์วัย เพื่ออณาคตที่ลูกสามารถเลือกเองได้อย่างภาคภูมิใจ!!!

ในวินาทีนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการรู้ภาษาได้มากภาษาเท่าไรก็ยิ่งเป็นประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น ผู้ปกครองที่มีวิสัยทัศน์จึงนิยมส่งลูกหลานเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีการใช้ภาษาสากลอย่างภาษาอังกฤษเป็นหลัก โรงเรียนนานาชาติจึงตอบโจทย์นี้เป็นอย่างยิ่ง ดังเช่นโรงเรียนนานาชาติน้องใหม่ในเครือเด่นหล้าบนถนนราชพฤกษ์ Denla British School

ด้วยประสบการณ์ในแวดวงการศึกษากว่าสี่สิบปีของโรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า มาวันนี้ผศ.ดร.ต่อยศ และดร.เต็มยศ ปาลเดชพงศ์ กรรมการบริหารโรงเรียนนานาชาติ Denla British School ทายาทรุ่น 2 ที่ได้เข้ามาสืบทอดกิจการโรงเรียนในเครือเด่นหล้าของครอบครัว โดยใช้หลักสูตรการศึกษาของโรงเรียนเอกชนในอังกฤษ และได้ Mr. Mark William McVeigh นักการศึกษาชาวอังกฤษมากประสบการณ์จากโรงเรียนชั้นนำทั้งในอังกฤษและเอเชียเป็นครูใหญ่

มิสเตอร์แมคเวย์บอกเราว่า “ในปี 2019 DBS ตั้งใจที่จะพัฒนาการใช้หลักสูตรและรูปแบบการเรียนการสอนทั้งวิชาการและกิจกรรมให้เข้ากับบริบทสังคมไทย รวมทั้งภาษาจีนและภาษาไทยเพื่อรองรับความต้องการในอนาคต แต่ทั้งนี้ต้องไม่ละเลยเรื่องวิชาการ ตลอดจนปลูกฝังทักษะความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) ที่ประกอบด้วยการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และความกล้าหาญในการตัดสินใจลงมือทำอันเป็นทักษะที่จำเป็นในอนาคต และการปลูกฝังความเป็นไทย”

Apple Distinguished School

เพื่อที่จะตอบโจทย์โลกดิจิตอล ทางโรงเรียนจึงเลือกที่จะติดอาวุธทางการศึกษา ด้วยการให้นักเรียนใช้ไอแพดและแมคบุคประกอบการเรียนการสอน โดยมุ่งหวังจะเป็น Apple Distinguished School ที่สมบูรณ์แบบ ผศ.ดร.เต็มยศอธิบายถึงที่มานี้ว่า

“ถ้าไปดูประวัติของ Apple จะเห็นเลยว่าเขาให้ความช่วยเหลือทางด้านการศึกษามาเป็นเวลา 20-30 ปีแล้ว โรงเรียนและมหาวิทยาลัยทุกแห่งของอเมริกาใช้ Apple หมด เพราะเขามาทำเวิร์คช็อปเทรนนิ่งให้กับบุคลากรของโรงเรียนด้วย ไม่ใช่แค่ว่าใช้ทำอะไรได้บ้าง แต่มาให้คำแนะนำว่าเราจะทำอย่างไรให้เด็กมีความสามารถทางด้านดิจิตอลมากขึ้น สามารถใช้เครื่องไม้เครื่องมืออีเลคโทรนิกส์ไปจนถึงระดับ Coding และ Programming ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับโลกอนาคต”

คำถามที่ไม่อยากตอบ ‘โตขึ้นอยากเป็นอะไร?’

“มีคนสัมภาษณ์เด็กที่ทำ Singularity University ว่าสิ่งที่เขาเกลียดที่สุดในชีวิตเกี่ยวกับการศึกษาคืออะไร เขาบอกว่า คำถามที่ถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร” ผศ.ดร.ต่อยศบอกเรา ก่อนจะกล่าวต่อ “เขาบอกเขาเกลียดคำถามนี้มาก เพราะตอบไม่ได้ และถึงจะถามตอนโตเขาก็ยังไม่รู้ นี่สะท้อนความจริงที่ว่า เราควรจะเปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลองทำเยอะๆ แล้วจะค้นเจอสิ่งที่ชอบเอง แต่เราต้องให้ลองทำดูก่อน ว่าชอบหรือไม่ชอบ”

สำหรับเรื่องนี้ ดร.เต็มยศเสริมว่า “เราให้เด็กลองเรียนกีฬาปีละ 6 อย่าง โดยให้เล่นเป็นทีม ปีที่แล้วเด็กๆได้เรียนรักบี้ คริกเก็ต ฟุตบอล บาสเก็ตบอล ว่ายน้ำ เทนนิส เพราะการออกกำลังกายดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้เรายังมีกิจกรรมดนตรีให้นักเรียนได้คลายเครียด และอาจกลายเป็นงานอดิเรกเมื่อโตขึ้นได้ หากเล่นกีฬาเป็นทีมหรือเล่นดนตรีเป็นวงก็จะได้ฝึกการทำงานเป็นทีม รู้จักแบ่งปัน นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาสมองไปในตัวด้วย

ก้าวต่อไป Boarding School       

ปัจจุบัน DBS เปิดสอนตั้งแต่ชั้น Early Year 1 -Year 8 และจะเปิดสอนต่อไปเรื่อยๆจนถึง Year 13 และในอนาคตจะเปิดรับเด็กนักเรียนประจำด้วย ผศ.ดร.ต่อยศ พูดถึงโครงการโรงเรียนประจำนี้ว่า

“เราอยากเริ่มรับเด็กอายุตั้งแต่ 12 ขวบเป็นต้นไป เพราะถ้าเป็นเด็กเล็กมากๆเราอยากให้พวกเขายังอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ก่อนจะดีกว่า จึงยังชะลอโครงการเอาไว้ เพราะวัตถุประสงค์ของเราจริงๆคือ การช่วยส่งเสริมให้เด็กมีความเข้มแข็ง สามารถรับผิดชอบตัวเอง แต่เพื่อความสบายใจของคุณพ่อคุณแม่ เรายังเปิดเป็น Flexi Boarding ด้วย นั่นคือจันทร์-ศุกร์ อยู่ที่โรงเรียน เสาร์อาทิตย์กลับบ้านไปใช้เวลาที่มีประโยชน์กับครอบครัว  แต่สำหรับเด็กที่อยู่ต่างจังหวัดหรือมาจากต่างประเทศเราก็รับเป็น Full Boarding” 

เมื่อฟังมาถึงตรงนี้แล้ว เราเห็นว่าโรงเรียนนานาชาติ DBS จะมีคุณภาพการศึกษาทัดเทียมโรงเรียนนานาชาติชั้นนำของโลกได้เป็นอย่างดี