[bttseo_breadcrumb]

“คุณแม่ขา หนูขอเลี้ยงน้องหมาได้ไหมคะ” น้ำเสียงอ้อนๆและสายตาเว้าวอนของเด็กๆที่มักจะร้องขอให้คุณพ่อคุณแม่เพิ่มสมาชิกใหม่ สำหรับบางบ้านอาจเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป แต่กับบางบ้านการมี สัตว์เลี้ยง เพิ่มเข้ามาก็เป็นเรื่องที่ต้องคิดหนักอยู่ไม่น้อยเช่นกัน วันนี้ HELLO! Education จึงขอส่งเสียงแทนเด็กๆให้คุณพ่อคุณแม่ได้ทราบถึงประโยชน์ของการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่มีคุณค่ามากกว่าแค่ความน่ารักเพียงเท่านั้น

1 เบี่ยงความสนใจจากโลกดิจิทัล

ต้องยอมรับว่าเด็กๆในยุคดิจิทัลนั้นเติบโตมาท่ามกลางสื่อออนไลน์ที่ดึงดูดความสนใจให้จดจ่ออยู่กับหน้าจอเป็นเวลานาน ทำให้หลายๆครอบครัวหันมาใช้วิธีการอื่นๆเพื่อเบนความสนใจและในขณะเดียวกันก็ได้สร้างเสริมพัฒนาการให้ลูกไปในตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเลี้ยงสัตว์นั่นเอง เพราะการทำกิจกรรมกับสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นการให้อาหาร การพาออกไปเดินเล่น จะทำให้เด็กๆได้พักสายตาจากหน้าจอและได้ขยับร่างกายมากขึ้น

2 ช่วยสร้าง ภูมิต้านทานโรคหอบหืด

มีงานศึกษาที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Clinical & Experimental Allergy ค้นพบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือนที่ใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยง จะมีโอกาสเกิดโรคภูมิแพ้ ไข้ละอองฟาง และโรคผิวหนังอักเสบ ได้น้อยลงเมื่อโตขึ้น โดยเฉพาะเด็กที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่มีสัตว์เยอะ เช่น ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ และจะมีภูมิต้านทานต่อโรคหอบหืดอีกด้วย

3 ฝึกให้ลูกเป็น เด็กใจเย็นและ เด็กช่างสังเกต

การเลี้ยงสัตว์จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กด้วยการกระตุ้นประสาทสัมผัส เด็กๆจะเกิดสังเกตและอยากรู้อยากเห็นสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างจากตัวเอง ทั้งรูปร่าง ลักษณะ ที่อยู่ อาหาร การดูแลรักษา เด็กจะเกิดกระบวนการการเรียนรู้ว่าเขาไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตเพียงหนึ่งเดียว เกิดความรัก ความผูกพัน และในขณะเดียวกันเด็กจะรู้สึกว่าตนเองมีค่าเพราะได้เป็นดั่งที่พึ่งของสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นนั่นเอง นอกจากฝึกการเป็นคนช่างสังเกตแล้ว การต้องดูแลและให้อาหารสัตว์เลี้ยงเป็นเวลายังช่วยฝึกให้เป็นเด็กๆมีวินัยและความรับผิดชอบอีกด้วย

ในส่วนของสภาพจิตใจได้มีงานวิจัยของมหาลัยเวอร์จิเนียระบุว่า การสัมผัสสัตว์เลี้ยง หรือแม้การจับมือกันของมนุษย์จะช่วยลดความตึงเครียด ความดันโลหิตลดลง ลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (cortisol)  ที่กระตุ้นความตื่นกลัว กดระบบภูมิคุ้มกันไว้ แต่จะเพิ่มระดับฮอร์โมนระดับเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความสุข ลดความเครียด ช่วยควบคุมอารมณ์และอุณหภูมิในร่างกาย ด้วยเหตุนี้เองการให้เด็กๆได้กอดหรือได้ลูบน้องหมาจะช่วยให้พวกเขาใจเย็นลง รู้สึกดีกับตนเอง มีจิตใจอ่อนโยน อารมณ์แจ่มใส ภูมิคุ้มกันโรคสูงขึ้น และทำให้สุขภาพกายดีไปด้วย

4 ฝึกให้ลูก เชื่อมั่นในตัวเอง

‘รีเบกกา เพียววอล’ ผู้นำในการเขียนงานวิจัยของมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Environmental Research and Public Health กล่าวว่า “การเลี้ยงสัตว์จะมีผลต่อความเชื่อมั่นในตัวเองของเด็กมากที่สุดในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ และเด็กอายุ 10 ปีขึ้นไป โดยทั่วไปแล้ว สุนัขและแมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่ดีที่สุดต่อพัฒนาการทางสังคมของเด็ก อาจเป็นเพราะสุนัขและแมวมีปฏิสัมพันธ์และมีการตอบสนองมากกว่าเมื่อเทียบกับสัตว์เลี้ยงอื่นๆ นอกจากนี้ ทั้งในวัฒนธรรมตะวันตกและวัฒนธรรมอื่นๆ สัตว์เลี้ยงอาจเป็นตัวช่วยในเรื่องของจิตใจ โดยช่วยให้เด็กๆ รู้สึกดีกับตัวเองและมองตัวเองในแง่ดี”

นอกจากนั้นยังมีงานวิจัยจาก Institute of Infection and Global Health พบว่าเด็กและวัยรุ่นที่เติบโตมาพร้อมสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มว่าจะมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น รู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง และมีทักษะการเข้าสังคมมากขึ้นอีกด้วย

5 ฝึกให้รู้จัก สัจธรรมของชีวิต’ และปลูกฝังพื้นฐานจิตใจที่ดีให้กับเด็ก

เพราะสัตว์เลี้ยงนั้นมีวงจรชีวิตที่สั้นกว่ามนุษย์ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย อาจจะเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยากสำหรับเด็ก การได้เรียนรู้จากช่วงเวลาต่างๆ ของสัตว์เลี้ยงนั้น ทำให้เด็กๆ ได้เข้าใจเรื่องราวเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น และยอมรับเมื่อมีเหตุการณ์ใหญ่ ๆ อย่างความตายหรือการสูญเสีย ที่อาจเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริง นอกจากนี้ การเห็นคุณค่าของชีวิตก็จะช่วยพัฒนาพื้นฐานจิตใจที่ดี ให้เป็นคนเข้าอกเข้าใจ รู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้อื่นเช่นกัน

จะเห็นได้ว่าการเลี้ยงสัตว์นั้นสามารถช่วยพัฒนาทักษะด้านสังคมและอารมณ์ให้ลูกได้อย่างดีเยี่ยม หากแต่ คุณพ่อคุณแม่ควรระวังเรื่องการรักษาความสะอาดของสัตว์เลี้ยง ที่สำคัญอย่าลืมแนะนำให้ลูกทำความสะอาดร่างกาย เช่น มือ เท้า เพียงเท่านี้ก็เชื่อว่าสมาชิกคนใหม่ของบ้านจะทำให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

Image Credit : Unsplash/ Pixabay