ห้องเรียนข้ามไทม์โซนของ ณชนก – อิทธิฤทธิ์ รัตนทารส และฤทธิ์ตวัน – ฤทธิ์ธิดา อัมพุช
Education

ห้องเรียนข้ามไทม์โซนของ ณชนก – อิทธิฤทธิ์ รัตนทารส และฤทธิ์ตวัน – ฤทธิ์ธิดา อัมพุช

ไม่ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะเป็นเช่นไร แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์นี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้นักเรียนไทยในต่างแดนต้องเผชิญกับทางเลือกสำคัญในชีวิตครั้งใหญ่ และครอบครัวเซเลบริตี้บ้านนี้จะเลือกตัดสินใจเช่นไร ตรงนี้มีคำตอบ !!!

เผลอเพียงไม่นาน แก้วตาดวงใจทั้งสามของ 'คุณกอล์ฟ-ณชนก รัตนทารส' ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแห่งจี เอนเตอร์ไพรส์ แอนด์ โค ผู้ปลุกปั้นร้านอาหารดังมากมาย และอดีตภรรยา (คุณอ้อย-อัจฉรา อัมพุช) ผู้บริหารอาณาจักรเดอะมอลล์ กรุ๊ป ก็เติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาวเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเต็มตัว หลังจากเดินทางไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกาและอังกฤษตั้งแต่ยังเล็ก กระทั่งได้กลับมาอยู่เมืองไทยพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกช่วง เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไปทั่วโลก และหนักหนาสาหัสในประเทศแถบตะวันตก 

ขณะนี้ 'คุณจีน-อิทธิฤทธิ์ รัตนทารส' พี่ชายคนโตกำลังเรียนปีสุดท้ายทางด้าน Interior Design ที่ Syracuse University สหรัฐอเมริกา ส่วนคุณจอม-ฤทธิ์ตวัน อัมพุช เรียนด้าน Events Management ที่ Oxford Brookes University และคุณจาจ้า-ฤทธิ์ธิดา อัมพุช เรียนด้าน Urban Planning and Real Estate ที่ University College London

คุณกอล์ฟ-ณชนก,คุณจอม-ฤทธิ์ตวัน อัมพุช และคุณจีน-อิทธิฤทธิ์ รัตนทารส

“เวลาลูกอยู่เมืองนอก เราจะคุยกันทางไลน์เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่สไตล์ผมจะไม่ค่อยจู้จี้กับลูกมาก คุยกันอาทิตย์ละครั้งให้รู้ว่าสบายดี ผมสนิทกับลูกๆ ทุกคนนะ” คุณกอล์ฟเล่าให้ฟังระหว่างรอลูกๆ ทั้งสามเดินทางมาสมทบที่ The Director คาเฟ่ในทองหล่อ 13 ที่เขาเป็นเจ้าของ “แต่ละคนก็คนละแนวกันเลย คนโต (จีน-อิทธิฤทธิ์ รัตนทารส)จะใกล้เคียงกับผมที่สุด เป็นคนแอ็กทีฟมาก ชอบเข้าสังคม เพื่อนฝูงเยอะ เดี๋ยวไปเตะบอล เดี๋ยวไปเที่ยว ส่วนคนกลางคือ จอม (ฤทธิ์ตวัน อัมพุช)เขาจะเป็นคน Gen Z จริงๆ เลย ชอบเล่นเกม มีแก๊งเล่นเกมจริงจัง ชีวิตอยู่แต่หน้าจอ ส่วนลูกสาวคนเล็ก (จาจ้า-ฤทธิ์ธิดา อัมพุช) ก็อีกแนว ค่อนข้างขยัน มีสังคม แต่ไม่เท่าพี่ชายคนโต ซึ่งดีแล้วเพราะเขาเป็นผู้หญิง”

“เรื่องเรียนผมไม่ได้บังคับ แต่อยากให้เขาเรียนจนเป็น professional ด้านใดด้านหนึ่งก่อนตามที่เขาอยากจะเรียนจริงๆ ผมคิดว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้สำคัญร้อยเปอร์เซ็นต์สำหรับพวกเขา เพราะยังไงลูกๆ ก็ต้องกลับมาทำงานที่เดอะมอลล์กันอยู่แล้ว แต่การเรียนมหาวิทยาลัยเป็นการเรียนเพื่อเรียนรู้ชีวิต ศาสตร์ทั้งหลายที่ได้จากการเรียนในมหาวิทยาลัยคือการไปลับสมอง ให้สมองได้ใช้งานเยอะที่สุด จะลับวิชาอะไรก็ได้ พอเราได้ลับมันแล้ว เมื่อมีอะไรที่ต้องเรียนรู้เข้ามาเราจะเข้าใจ จะไปเรียนวิชาอื่น หรือทำอย่างอื่น ก็จะมองทะลุ” คุณพ่อกอล์ฟอธิบายอย่างมีหลักการ

 

สถานการณ์โควิด-19 ที่สหรัฐอเมริกาของ จีน-อิทธิฤทธิ์ รัตนทารส

คุณจีนเล่าว่า “ตอนที่โรงเรียนประกาศเรื่องโควิด ผมอยู่ไมอามีเพราะไปเที่ยวช่วง spring brake พอโรงเรียนประกาศก็กลับมาที่โรงเรียน แล้วต้องกักตัว ผมอยู่ในอพาร์ตเมนต์อย่างเดียวห้าหกอาทิตย์ แล้วเรียนผ่านอินเทอร์เน็ต ตอนแรกๆ ก็ยาก บางคลาสเรียนไม่ค่อยได้เลย เพราะจอคอมพ์ตั้งอยู่ ครูคุยเข้ามา เราก็เอาเพลย์โฟร์ (เกมเพลย์สเตชั่น) มาตั้งเล่นเกม มันเป็นเรื่องแปลกมากที่จะให้เด็กมาฟังครูในขณะที่สภาพแวดล้อมเราพร้อมที่จะดึงเราออกไปทำอะไรอื่นๆ ได้หลายอย่าง

“แล้วผมมีเพื่อนเต็มไปหมดเลย คนไหนไม่มีคลาสเวลานั้นก็มานั่งแกล้งผม ทำให้เรียนยากมาก สิ่งที่สำคัญในการเรียนแบบนี้คือต้องไปอ่านว่าครูเขาสรุปเลคเชอร์มายังไงบ้าง แล้วไปอ่านดูตอนสอบ แต่ครูเขาก็ไม่ได้เข้มงวดกับข้อสอบมากนักเพราะเขารู้ว่ามันยากที่จะทำให้นักเรียนเข้าใจในการเรียนแบบนี้ แต่ผมก็สอบผ่านนะ (หัวเราะ) เป็นการสอบออนไลน์ครับ แต่โกงได้ง่ายมากเลยถ้าจะทำ อย่างครูบอกให้สอบคนเดียว ผมโทร.หาเพื่อนทุกคนให้เฟซไทม์ช่วยกันทำข้อสอบกันก็ยังได้ เปิดกูเกิลดูก็ได้ ผลสอบออกมาคะแนนเกาะกลุ่มเลย (หัวเราะ)” 

 

การมาถึงของโควิดทำให้ชีวิตมหาวิทยาลัยปีสุดท้ายของคุณจีนต้องพลอยหายไปด้วย “ผมกำลังจะขึ้นปีสุดท้าย แล้วปีนี้จะต้องมี Classroom Project เป็นโปรเจกต์ที่เราต้องส่งโรงเรียนเพื่อจะจบ ก็ค่อนข้างยากเพราะเวลาคิดงานเราน่าจะได้อยู่ในบรรยากาศที่เหมาะจะทำงาน แต่ตอนนี้โลกมันเป็นแบบนี้ แล้วเรื่องไทม์โซนก็กระทบเหมือนกัน ตอนนี้ครูก็เลยยังไม่ได้สรุปโจทย์ว่าจะให้ทำยังไง เพราะผมเรียนด้าน Interior Design Entrepreneurship ต้องกลับไปเรียนก่อน นั่นหมายความว่าผมต้องกลับไปทำโปรเจกต์ที่โน่น แต่ตอนนี้คุณแม่ไม่ให้กลับ ผมก็ต้องดรอปบางคลาสอย่างคลาสที่ต้องส่งโมเดลซึ่งผมทำที่นี่ไม่ได้ ดังนั้นที่เรียนที่นี่ได้ก็เป็นแค่คลาสวิชาเลือก 

“โชคดีที่โรงเรียนผมเป็นไฮบริด เขามีออนไลน์คลาส แล้วเขาก็ทำให้เราสะดวกขึ้นโดยเราไม่ต้องเรียนเวลาเดียวกับเมืองนอก เพราะมีปัญหาเรื่องไทม์โซน ถ้าเขาไม่ปรับเวลาให้ ผมต้องนั่งเรียนตอนเที่ยงคืน ดังนั้นคนที่เหนื่อยกับออนไลน์คลาสก็คือครู แต่เขาก็ใช้วิธีอัดคลิปวิดีโอให้เราดู ก็เป็นวิธีหนึ่งที่ทุกโรงเรียนต้องปรับตัวเพื่อให้เด็กอินเตอร์สามารถเรียนได้ ส่วนตัวผมชอบเรียนที่โรงเรียนมากกว่า เพราะพอต้องเรียนอยู่ที่บ้านรู้สึกเหมือนไม่ได้เรียน เหมือนเราเรียนพิเศษอยู่กับบ้าน (หัวเราะ) เลยแปลกๆ แล้วเราไม่ค่อยจะมีสมาธิ ความรู้ก็อาจจะได้น้อยกว่า”

 

สถานการณ์โควิด-19 ที่อังกฤษของคู่แฝด จอม-จาจ้า อัมพุช

“พอมีประกาศว่าเราต้องทำทุกอย่างทางออนไลน์ ความยากสำหรับจ้าคือสมมุติเรากำลังทำโปรเจกต์อยู่ เป็นโปรเจกต์กลุ่ม พอทุกคนกลับประเทศกันหมด เวลาก็ต่างกันหมด การจะคุยกันจึงยากมาก จ้ามีโปรเจกต์ที่เพิ่งเริ่มเป็นงานโปสเตอร์ที่ต้องใส่ข้อมูล โดยทุกคนก็ต้องหาข้อมูลแล้วเอามารวมกัน ทีนี้เวลาเราไม่ตรงกันเพราะบางคนก็เป็นกลางคืน ติดต่อยาก ซึ่งในความเป็นจริง" คุณจาจ้า-ฤทธิ์ธิดา อัมพุชกล่าว

คุณจาจ้า-ฤทธิ์ธิดา อัมพุช

“จนผ่านไปประมาณสองอาทิตย์ครูเขาประชุมกันว่า จะย้ายคอร์สที่เป็นโปรเจกต์หรือพรีเซนเทชันไปไว้เทอมสองกับเทอมสาม เพราะดูแล้วว่าเทอมหนึ่งไม่น่าจะทำได้ เขาเลยเอาคอร์สที่เป็นเลคเชอร์ กับ essay  ซึ่งเรียนด้วยตัวเองได้มาไว้เทอมหนึ่งแทน ซึ่งก็น่าจะดีสำหรับทั้งครูและนักเรียน แต่ก็ยังไม่ชัวร์ว่าครูจะให้เรียนออนไลน์หรือออฟไลน์ เพราะมันมีเรื่องเวลาของนักเรียนแต่ละคนที่ต่างกันอยู่”

ส่วนของคุณจอม (ฤทธิ์ตวัน อัมพุช) ซึ่งเรียนอยู่ปีหนึ่งเหมือนกันแม้จะต่างมหาวิทยาลัย แต่แนวทางก็ไม่ต่างกันนัก เมื่อถามถึงเรื่องโอกาสที่จะได้กลับไปเรียนตามระบบปกตินั้นมีเปอร์เซ็นต์แค่ไหน ถึงตอนนี้ยังไม่มีความแน่นอนจากทางมหาวิทยาลัยว่าจะเป็นอย่างไรต่อ 

เมื่อต้องปรับตัวมาเรียนออนไลน์ คุณจาจ้ายอมรับว่าผลที่ได้ไม่เท่ากับการเรียนในคลาส “พอเป็นการเรียนที่บ้านครูดูไม่ออกว่าเราทำอะไรอยู่ บางคนก็อยู่บนเตียงนอน เพื่อนทุกคนชอบนะคะ แต่เอาเข้าจริงจ้าว่ามันเรียนได้ไม่ถึงมาตรฐาน ถ้าชอบก็ชอบเพราะมันสบาย แต่ความเข้าใจน้อยลง เขาบอกว่าเราน่าจะเรียนจบเท่ากับการเรียนปกติ ทางมหาวิทยาลัยจะเป็นฝ่ายปรับเปลี่ยนโปรแกรมการสอนเอง”

 

ครอบครัวพร้อมหน้า ข้อดีของโควิด-19

โควิดมอบประสบการณ์ใหม่กันอย่างทั่วถึงไม่ว่าจะคนทำงานทั่วไปหรือนักเรียนมหาวิทยาลัย หากจะให้มองว่ามีบทเรียนอะไรที่แนบแฝงมากับเหตุการณ์นี้ คุณจีนมองว่า “เวลามีอะไรเกิดขึ้นแล้วเราจัดการไม่ได้ เราก็ต้องมีวินัยกับตัวเอง ทุกคนต้องทำตามระบบที่เขาวางเอาไว้ เพราะถ้ามีคนใดคนหนึ่งพลาด มันมีเอฟเฟกต์ถึงคนอื่นได้”

“จ้าว่าทุกอย่างมันเชื่อมโยงถึงกันหมดเลย ไม่ว่าเรื่องคน ธุรกิจ สิ่งแวดล้อม ถ้ามันมีอะไรที่แย่มาก
มันจะส่งผลกระทบกับทุกอย่างตามมาเป็นลูกโซ่ มองว่ามันเอาไปใช้กับเรื่องอื่นได้เลย อย่างถ้าเราทำงาน เกิดมีอะไรที่ผิดพลาดหรือมีปัญหาในจุดหนึ่ง มันก็ส่งผลกระทบกับจุดอื่นได้เหมือนกัน”

ส่วนคุณจอมนั้นดึงพวกเราออกมาจากบทสนทนาที่จริงจังให้กลายเป็นเสียงหัวเราะ ด้วยการมองให้เห็นข้อดีของโควิดในอีกมุมหนึ่งว่า “ทำให้เราได้อยู่บ้าน”


ติดตามได้ในนิตยสาร HELLO! Education ประจำเดือนกันยายน  2563

หรือดาว์นโหลดฉบับดิจิตอลได้ที่  www.ookbee.com www.shop.burdathailand.com