แม่พูดไทย vs พ่อพูดอังกฤษ…เคล็ดลับเลี้ยงลูกอัจฉริยะฉบับ ‘บ้านจาติกวณิช’
แม่พูดไทย vs พ่อพูดอังกฤษ…เคล็ดลับเลี้ยงลูกอัจฉริยะฉบับ ‘บ้านจาติกวณิช’
Education

แม่พูดไทย vs พ่อพูดอังกฤษ…เคล็ดลับเลี้ยงลูกอัจฉริยะฉบับ ‘บ้านจาติกวณิช’

ปริญญาตรีก็พอ เพราะบ้านเราไม่ใช่นักวิชาการ ทฤษฎีการเลี้ยงลูกของ 'กรณ์ จาติกวณิช'

ถือเป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่เป็นที่จับตามอง เพราะผู้นำครอบครัวอย่าง คุณกรณ์ จาติกวณิช เจ้าของฉายา "หล่อโย่ง" เป็นบุคคลหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญทางการเมือง แต่ในบทบาทของคุณพ่อผู้เข้าใจหัวอกลูกๆ ทั้งสี่อย่าง 'คุณแตงค์-พงศกร มหาเปารยะ','คุณติงค์-พันธิตร มหาเปารยะ',คุณแจม -กานต์ จาติกวณิช และ 'คุณจอม-ไกรสิริ จาติกวณิช' คุณกรณ์ของเราก็มิได้ขาดตกบกพร่อง

และด้วยมีคู่ชีวิตที่ดีอย่าง คุณเจ - วรกร จาติกวณิช กับบทบาทของพ่อแม่ที่มีวิธีการเลี้ยงลูกแบบไม่บังคับ จนปัจจุบันลูกชายสองคนโตทำงานแล้ว และเมื่อไม่นานมานี้ลูกสาวคนรองสุดท้องก็เพิ่งคว้าปริญญาจากประเทศอังกฤษมาหมาดๆ ทำให้ครอบครัวจาติกวณิชเป็นครอบครัวที่น่าสนใจ และเอามาเป็นแบบอย่างจริงๆ

กรณ์ จาติกวณิช,เจ วรกร จาติกวณิช, กานต์ จาติกวณิช,การศึกษา,ครอบครัว,จาติกวณิช,อังกฤษ,เซเลบริตี้,เลี้ยงลูก,เลี้ยงลูกสองภาษา,แตงค์ พงศกร มหาเปารยะ,ติงค์ พันธิตร มหาเปารยะ,แจม กานต์ จาติกวณิช,จอม ไกรสิริ จาติกวณิช

‘น้องแจม-กานต์ จาติกวณิช’ สำเร็จการศึกษาจากประเทศอังกฤษ

โจทย์การเลี้ยงลูก “โจทย์สำคัญที่สุดของผมกับคุณเจเมื่อสิบปีที่แล้วคือ เราจะให้ลูกเรียนระบบใด เพราะทั้งผมและคุณเจเรียนโรงเรียนไทย ผมเรียนสาธิตปทุมวัน คุณเจเรียนมาแตร์ฯ พอผมอายุ 11 ถึงไปเรียนอังกฤษ ส่วนคุณเจจบปริญญาตรีรามคำแหง จบโทจุฬาฯ สมัยนั้นทางเลือกไม่ค่อยมี ทำให้ไม่ต้องคิดมาก แต่จากประสบการณ์ตรงที่ผ่านมาทำให้เราเห็นข้อดีข้อเสียของการเรียนต่างประเทศตั้งแต่ยังเล็ก แตงค์เรียนสาธิตประสานมิตร จนอายุ 15 ส่งไปนิวซีแลนด์ และเรียนต่อปริญญาตรีที่เมลเบิร์น ส่วนติงค์ไม่ได้เป็นเด็กเรียน ไม่ได้เกเร แต่เซนต์ดอมินิกให้การบ้านเยอะ ผมคิดว่าอาจเหมาะกับเด็กคนอื่นแต่ไม่เหมาะกับเขา เผอิญเพื่อนผมเปิดโรงเรียนนานาชาติ St.Stephen International School ใช้หลักสูตรต่างประเทศ แต่นักเรียนส่วนใหญ่เป็นเด็กไทย แทบไม่มีเด็กฝรั่งเลย ติงค์จึงเป็นเด็กรุ่นแรกของโรงเรียน

กรณ์ จาติกวณิช,เจ วรกร จาติกวณิช, กานต์ จาติกวณิช,การศึกษา,ครอบครัว,จาติกวณิช,อังกฤษ,เซเลบริตี้,เลี้ยงลูก,เลี้ยงลูกสองภาษา,แตงค์ พงศกร มหาเปารยะ,ติงค์ พันธิตร มหาเปารยะ,แจม กานต์ จาติกวณิช,จอม ไกรสิริ จาติกวณิช

คุณกรณ์-คุณเจ วรกร จาติกวณิช และสมุนน้อย

“พอถึงแจมกับจอม เราเลยมีความรู้สึกว่า St.Stephen อาจเป็นทางสายกลาง ที่เขาจะได้เรียนรู้แบบวิถีก้าวหน้า โดยที่ยังมีเพื่อนคนไทยอยู่ คนมักคิดว่าข้อเสียของการไปเมืองนอกตั้งแต่เด็ก คือเพื่อนจะน้อย ภาษาไทยไม่คล่อง แต่ผมกับพี่ชาย (อธิไกร จาติกวณิช) น้องชาย (อนุตร จาติกวณิช) เรามีเพื่อนหลายวงการ ส่วนเรื่องภาษาไทย วัฒนธรรมประเพณีไทย ไม่ว่าเด็กโรงเรียนไหนก็มีปัญหานี้เหมือนกัน ซึ่งเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่จะต้องเติมให้เต็ม เราไม่เคยจับเขาวิ่งรอกเรียนพิเศษ นอกจากเรียนพิเศษภาษาไทย ทั้งจอมและแจมเรียนเปียโนตั้งแต่เด็ก แต่จอมไปเรียนแค่ครั้งเดียว ครูขอคืนเงิน เราก็ไม่ว่า เราไม่ฝืน แต่แจมชอบ เราก็สนับสนุน ตอนผมเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่ (ไกรศรี - รัมภา จาติกวณิช) เคยให้ลอง แต่ผมไม่มีทักษะ ท่านไม่ฝืน เน้นให้เล่นกีฬาแทน คุณพ่อเป็นนักกอล์ฟทีมชาติ อยากให้เราเล่น พี่น้องสามคนเคยถูกบังคับมากที่สุดคือให้เล่นกีฬา ที่เรายังสนิทกันมากเพราะเล่นกอล์ฟด้วยกัน ผมจึงอยากให้ลูกเล่น แต่จุดหนึ่งเขาต้องตัดสินใจเอง หน้าที่เราคือต้องประเมินว่าเขาตัดสินใจเองได้หรือยัง ไม่ใช่ว่าบังคับให้เขาใช้ชีวิตที่เราไม่มีโอกาสได้ใช้”

กรณ์ จาติกวณิช,เจ วรกร จาติกวณิช, กานต์ จาติกวณิช,การศึกษา,ครอบครัว,จาติกวณิช,อังกฤษ,เซเลบริตี้,เลี้ยงลูก,เลี้ยงลูกสองภาษา,แตงค์ พงศกร มหาเปารยะ,ติงค์ พันธิตร มหาเปารยะ,แจม กานต์ จาติกวณิช,จอม ไกรสิริ จาติกวณิช

คะแนน...ไม่ใช่สิ่งสำคัญ

“ลูกทั้งสี่ไม่เหมือนกันเลย พี่ชายสองคนเหลวแหลกเรื่องการเรียน แต่มีทักษะทางอื่น ส่วนจอมไม่ใช่คนขยันตั้งใจเรียนเหมือนแจมซึ่งเรียนเก่งและรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองดีมาก แต่จอมเป็นคนฉลาดเอาตัวรอดได้ นี่คือข้อพิสูจน์ว่าเด็กที่เลี้ยงดูมาเหมือนกัน แต่นิสัยยังไงนั้นต้องแล้วแต่คนจริงๆ”

 

น้องแจมจบไฮสคูลจาก Badminton School โรงเรียนสตรีที่บริสตอล และสำเร็จการศึกษาด้านวรรณคดีอังกฤษ จากมหาวิทยาลัยเดอรัม ประเทศอังกฤษ  “ตอนที่แจมสอบ GCSE สอบ 11 วิชา เขาได้ทั้ง 11 A Star เลย ซึ่งมีเพื่อนอีกคนที่เป็นเด็กเกาหลีได้ ทั้งเกาะอังกฤษอาจมีไม่ถึง 1% ที่ได้คะแนนระดับนี้ เขาได้ออฟเฟอร์จากหลายมหาวิทยาลัย ที่ Durham University วิชาที่แจมเรียนถือเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ แคมปัสอยู่ในเมืองเก่ามีปราสาทสวยมาก อบอุ่น เป็นเมืองที่เหมาะกับการศึกษา ตอนแรกเราไปดูที่อเมริกาด้วย ผมชอบมาก รู้สึกว่าระบบการสอนที่อเมริกาแน่นกว่าอังกฤษ แต่การสอนให้เด็กเอาตัวรอดผมคิดว่าอังกฤษเหนือกว่า"

กรณ์ จาติกวณิช,เจ วรกร จาติกวณิช, กานต์ จาติกวณิช,การศึกษา,ครอบครัว,จาติกวณิช,อังกฤษ,เซเลบริตี้,เลี้ยงลูก,เลี้ยงลูกสองภาษา,แตงค์ พงศกร มหาเปารยะ,ติงค์ พันธิตร มหาเปารยะ,แจม กานต์ จาติกวณิช,จอม ไกรสิริ จาติกวณิช

พร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัวจาติกวณิชและคุณยาย

“ที่อังกฤษคนที่ไม่ชินและขาดวินัยในช่วงแรกมีความเสี่ยงหลุดจากระบบไปเลย เทอมแรกที่ผมเรียน University of Oxford เกือบไม่เรียนหนังสือเลย ไม่มีใครมาบอกว่าต้องไปเรียน เอาแต่เที่ยวสนุกสนานเพราะอิสรภาพสูง สิ่งที่ดึงผมกลับมาไม่ใช่การเรียน แต่เป็นกีฬา เพื่อนถามว่ามาอ็อกซ์ฟอร์ดทั้งทีทำไมไม่พายเรือ ผมมานั่งคิดว่าครั้งนี้จะเป็นโอกาสสุดท้ายในชีวิตเราแล้วว่าเราไปได้ถึงไหนทางด้านกีฬา พอพ้นจากนี้ต้องทำงานเต็มเวลา เลยไปพายเรือ พอพายปุ๊บถูกดึงเข้าสู่ระบบและวินัยที่เคร่งครัดทันที ต้องตื่นตีห้าไปพายเรือ แล้วทานมื้อเช้า เย็นพายเรือ เป็นแบบนี้ทั้งปี พอสิ้นปี 3 สอบครั้งเดียว ถ้าเก่งจริงรอด ไม่มีการสะสมคะแนนเหมือนระบบที่อื่น ประสบการณ์นี้ทำให้คิดว่าระบบอังกฤษช่วยให้ปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างดี”

 

ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความสามารถ “ผมอยากให้ทุกคนทำตามความสามารถ ถ้าควรได้เอก็ต้องได้เอ ถ้ามีความสามารถเพียงแค่บีหรือซีก็ให้ได้ตามนั้น ภาษาอังกฤษเรียกว่า full potential ได้ตามความสามารถ หรือดีกว่า แต่อย่าต่ำกว่า ความดังของสถาบันที่ศึกษาไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จในชีวิต เด็กในวัยเรียนคิดว่าเรื่องนี้เป็นความเป็นความตาย แต่จากประสบการณ์ผมรู้ว่าตัวกำหนดชีวิตไม่ได้อยู่ที่ชื่อเสียงมหาวิทยาลัย ขึ้นอยู่กับเราปฏิบัติตัวยังไงมากกว่า”

กรณ์ จาติกวณิช,เจ วรกร จาติกวณิช, กานต์ จาติกวณิช,การศึกษา,ครอบครัว,จาติกวณิช,อังกฤษ,เซเลบริตี้,เลี้ยงลูก,เลี้ยงลูกสองภาษา,แตงค์ พงศกร มหาเปารยะ,ติงค์ พันธิตร มหาเปารยะ,แจม กานต์ จาติกวณิช,จอม ไกรสิริ จาติกวณิช

ทริปเที่ยวที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งของครอบครัว

ให้ลูกเลือก 100 เปอร์เซ็นต์ “ให้เขาเลือกเอง 100 เปอร์เซ็นต์ คุณเจถามว่าแจมเรียนอะไร ไม่อยากเป็นหมอหรือจะได้ช่วยคน ส่วนวรรณคดีประวัติศาสตร์เราอ่านเอา แต่เราไม่เคยบังคับให้เขาเปลี่ยนความคิด สิ่งสำคัญที่สุดคือเขาต้องอยากเรียน ผมสนใจเศรษฐศาสตร์ แต่ไม่คิดว่าต้องเป็นนักเศรษฐศาสตร์ ผมเลือกเรียนวรรณคดีอังกฤษเหมือนกัน แจมมีพรสวรรค์ทางด้านการแสดง ถ้าจะไปเป็นนักแสดง ผมพร้อมจะสนับสนุน”

 

ครอบครัวนี้มีนโยบายตอนลูกยังเล็กอยู่ว่าคุณแม่กับคุณลูกสนทนาเป็นภาษาไทย ส่วนคุณพ่อคุยกับคุณลูกเป็นภาษาอังกฤษ “รุ่นผมใครพูดภาษาอังกฤษได้จะได้เปรียบ ไม่ต้องเก่งมากก็ได้เป็นนายคนเพราะพูดภาษาอังกฤษได้ แต่มารุ่นลูกความได้เปรียบเรื่องภาษาเริ่มน้อยลงเพราะคนพูดอังกฤษได้มากขึ้น แต่ยิ่งทำให้คนที่พูดไม่ได้เสียเปรียบ และ AEC ทุกประเทศตกลงกันแล้วว่าจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลาง ถ้าคนไทยยังขาดทักษะภาษาอังกฤษก็เสียเปรียบ ผมกับคุณเจตกลงกันว่าผมจะพูดภาษาอังกฤษกับลูก ส่วนเธอพูดภาษาไทยไป ลูกผมจึงคุ้นเคยกับการพูดอังกฤษมาตลอด ความสามารถในการเรียนภาษาของเด็กช่วง 5 - 6 ปีแรกสูงสุดแล้ว ถ้าพ้น 10 - 12 ปีขึ้นไปจะเริ่มยาก เราจึงต้องให้โอกาสเด็กไทยทุกคนใช้ภาษาอังกฤษตั้งแต่อนุบาล วันละ 2 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 5 วัน ผมมั่นใจว่าเด็กไทยจะพูดได้ ภาษาไทยก็ต้องไม่ทิ้ง สมัยผมเรียนเมืองนอก คุณแม่ให้ผมบันทึกประจำวันเป็นภาษาไทย ตั้งแต่ตอนที่ยังพูดอังกฤษไม่ได้ ท่านบอกว่าอยู่เมืองนอกเดี๋ยวก็พูดอังกฤษได้เอง แต่ภาษาไทยอาจจะลืม”

กรณ์ จาติกวณิช,เจ วรกร จาติกวณิช, กานต์ จาติกวณิช,การศึกษา,ครอบครัว,จาติกวณิช,อังกฤษ,เซเลบริตี้,เลี้ยงลูก,เลี้ยงลูกสองภาษา,แตงค์ พงศกร มหาเปารยะ,ติงค์ พันธิตร มหาเปารยะ,แจม กานต์ จาติกวณิช,จอม ไกรสิริ จาติกวณิช

ด้วยความสามารถทางภาษาของน้องแจมจึงได้รับเลือกให้ไปแข่งขันพูด After Dinner Speech ของโรงเรียน น้องแจมได้ที่ 3 ในจำนวนเด็กจากโรงเรียน 20 แห่ง คุณกรณ์ยังสำทับอีกว่าเมื่อจบปริญญาตรีแล้วจะเรียนต่อหรือไม่ขึ้นกับลูกๆ

 

“ครอบครัวจาติกวณิชไม่ค่อยมีใครจบโทหรือด็อกเตอร์เลย เพราะเราไม่ใช่ตระกูลที่เป็นนักวิชาการ ลูกสาวของพี่ชายผมเพิ่งจบโทยังถูกแซว แต่ถ้าอยากเรียนก็ได้ไม่ว่ากัน”

 

.............................
Cr. Korn & Vorakorn Chatikavanij's instagram