เพราะเห็นคุณค่าของการรู้ภาษาที่สาม จึงตัดสินใจพักงานที่เมืองไทย เพื่อคว้าทุนสนับสนุนจากรัฐบาลจีน ณัฐฐาพร วัฒนสุขโสภณ
เพราะเห็นคุณค่าของการรู้ภาษาที่สาม จึงตัดสินใจพักงานที่เมืองไทย เพื่อคว้าทุนสนับสนุนจากรัฐบาลจีน ณัฐฐาพร วัฒนสุขโสภณ
Education

เพราะเห็นคุณค่าของการรู้ภาษาที่สาม จึงตัดสินใจพักงานที่เมืองไทย เพื่อคว้าทุนสนับสนุนจากรัฐบาลจีน ณัฐฐาพร วัฒนสุขโสภณ

Marketing Manager แห่ง Carsome สตาร์ทอัพแพลตฟอร์มรับซื้อรถสัญชาติมาเลเซีย ผู้เลือกเรียนภาษาจีนถึงประเทศต้นตำรับ เพื่อต่อยอดและสร้างโอกาสให้กับตัวเอง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการรู้ภาษาที่สองเป็นสิ่งสำคัญในการติดต่อสื่อสาร แต่ทุกวันนี้ลำพังแค่รู้ภาษาอังกฤษอาจยังไม่เพียงพอ หลายคนจึงเลือกเรียนภาษาที่สามอย่างภาษาจีน เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทั้งยังมีประโยชน์อย่างยิ่งในการประสานงานกับผู้คนจากประเทศที่มีประชากรมากกว่า 1,400 ล้านคน

คุณหมิว-ณัฐฐาพร วัฒนสุขโสภณ เป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่เล็งเห็นความสำคัญข้อนี้ เพราะมองไกลถึงโอกาสในหน้าที่การงาน และการทำธุรกิจร่วมกับชาวจีนในอนาคต เธอจึงตัดสินใจบินไปเรียนภาษายังประเทศเจ้าของภาษาเสียเลย ปัจจุบันคุณหมิวทำงานในสตาร์ทอัพของมาเลเซีย Carsome ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรับซื้อรถ ในตำแหน่ง Marketing Manager ซึ่งทำให้เธอสามารถพูดได้ถึง 3 ภาษาด้วยกันนั่นคือ ไทย อังกฤษและจีน

ทำไมต้องเรียนภาษาจีนเพิ่มเติม

ที่ผ่านมาหมิวต้องประสานงานกับคนจีนเสมอ และหากพิจารณาโลกธุรกิจทุกวันนี้ มีบริษัทสัญชาติจีนเข้ามาเปิดกิจการในประเทศไทยมากขึ้น และในระดับโลกจีนยังถือเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจทางด้านธุรกิจอีกด้วย

บรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยสถานที่เรียนของคุณหมิว

หมิวเลยคิดว่าจากที่เรามีภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองติดตัวอยู่แล้ว ถ้าสามารถใช้ภาษาจีนอีกหนึ่งภาษา จะช่วยเปิดโอกาสในหน้าที่การงาน และโดยส่วนตัวหมิวคิดว่าการที่เราพูดจีนได้ ก็เหมือนเวลาเราเจอชาวต่างชาติที่พูดไทยได้ เราจะรู้สึกประทับใจ การที่เราพูดจีนได้ก็เช่นเดียวกัน ด้วยเหตุนี้หมิวจึงตัดสินใจไปเรียนภาษาจีนจริงจังถึงประเทศจีน เพื่อจะได้พัฒนาตนเองเร็วขึ้นคุณหมิวกล่าว

ทุนเรียนภาษาจีน

หลังจากหาข้อมูลสถานที่เรียน ประกอบกับได้คำแนะนำจากเอเจนซี่ที่รู้จักกัน คุณหมิวเลือกเรียนภาษากับสถาบันภาษา ภายใต้การดูแลของ Shanghai University of Political Science and Law ซึ่งขณะนั้นได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเป็นทุนให้เปล่าสำหรับนักศึกษาต่างชาติ เพื่อใช้เป็นส่วนลดหย่อนค่าเล่าเรียนต่อปีราว 40,000 บาท ซึ่งช่วยประหยัดค่าเรียนไปได้เกือบครึ่งหนึ่ง

ทุนเรียนภาษาในจีนมีหลายรูปแบบมากค่ะ ทุนที่หมิวได้รับเป็นทุนที่รัฐบาลจีนให้แก่มหาวิทยาลัย แล้วมหาวิทยาลัยนำมาให้เด็กนักเรียนเพื่อเป็นส่วนลดหย่อนอีกที แต่ก็มีเด็กส่วนหนึ่งที่ขอทุนจากรัฐบาลโดยตรง ซึ่งต้องติดตามข่าวสารจากสถานทูตและสถาบันการศึกษาต่างๆ นอกจากนี้ยังมีทุนแบบเต็มจำนวน รวมค่าเรียนและค่าที่พัก และแบบไม่เต็มจำนวนซึ่งครอบคลุมแค่ค่าเรียนเพียงอย่างเดียว

แนะนำว่าถ้าใครสนใจทุนเรียนจีนให้ลองหาข่าวสารจากช่องทางออนไลน์ โดยพิมพ์คำว่าทุนเรียนจีนแต่ถ้าสนใจอยากขอทุนเต็มจำนวน สามารถขอทุนรัฐบาลจีนได้ โดยเสิร์ชหาทุนชื่อ CSC”

ตั้งเป้า 1 ปีสำหรับการเรียนภาษา

ก่อนไปเรียน พื้นฐานภาษาจีนของหมิวแทบไม่มีเลย แต่หมิวคิดว่าอย่างน้อยเวลาหนึ่งปี น่าจะทำให้เราเรียนรู้ภาษาจีนมากพอที่จะสื่อสารในชีวิตประจำวันได้ จึงต้ังใจลองไปเรียนดูก่อน

คุณหมิวที่แม่น้ำหวงผู่ ตึกด้านหลังเธอคือ Oriental Pearl Tower

ขั้นตอนก่อนเริ่มเรียน คือการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน ซึ่งเธอจัดอยู่ในระดับ Beginner ต้องเรียนทุกอย่าง คุณหมิวเล่าว่าในหนึ่งสัปดาห์ ทุกวันจันทร์และวันพุธเธอจะเรียนเต็มวันตั้งแต่ 8.15-20.00 . หยุดพักแค่ช่วงมื้อกลางวันและมื้อเย็น ส่วนวันอังคาร พฤหัส ศุกร์ เรียนเพียง 1-2 คาบ วิชาที่เรียนมีทั้งการอ่าน Pin Yin (การอ่านออกเสียงภาษาจีนโดยใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ และเครื่องหมายที่ทำให้รู้ว่าคำนั้นเป็นเสียงโทนไหน คล้ายการผันวรรณยุกต์ของไทย) การเรียนตัวอักษรจีน คำศัพท์ต่างๆ การพูด เพื่อปูพื้นฐานภาษาให้รอบด้าน

ช่วงแรกที่ไปเรียนหมิวถูกจัดให้อยู่ในห้องที่เหล่าซือ (อาจารย์) พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย จึงต้องขอย้ายไปอยู่อีกห้องที่เหล่าซือพูดภาษาอังกฤษได้ ไม่อย่างนั้นการเรียนจะยากขึ้นเป็นสองเท่า ตรงนี้หมิวมองว่าเป็นจุดสำคัญมากในการเรียนภาษา อย่างน้อยควรหาหนึ่งภาษาที่สื่อสารเข้าใจร่วมกันก่อน แนะนำเลยว่าถ้าเจอเคสเดียวกันนี้ ให้ขอย้ายห้องทันที เพื่อจะได้ไม่เสียเวลา

นอกเหนือจากการเรียนภาษา เหล่าซือยังสอดแทรกเรื่องประเพณีและวัฒนธรรมของจีนด้วย เช่นเรื่องเทศกาลในแต่ละเดือน หรือแม้แต่การเรียนรู้ผ่านเพลงและภาพยนตร์ความสนุกตอนดูหนังหรือฟังเพลง เราจะเริ่มฟังออกเป็นบางคำ ทำให้รู้สึกอินมากขึ้น ยิ่งถ้าดูหนังจีนแล้วมีซับไตเติ้ลภาษาจีนกำกับ ก็จะยิ่งช่วยฝึกภาษาได้ดีมาก จับใจความได้มากขึ้น

การเรียนภาษาของที่นี่ยังมีการสอบวัดระดับทั้งช่วงกลางเทอมและปลายเทอม เพื่อทดสอบความก้าวหน้าทางภาษา และช่วยให้ผู้เรียนตั้งใจพัฒนาตัวเองได้เร็วขึ้น

เรื่องที่หมิวคิดว่าดีคือถ้าเรียนแล้วเรารู้สึกว่าบทเรียนง่ายไป ให้แจ้งมหาวิทยาลัยทันที เพื่อเขาจะได้วัดระดับภาษาเราอีกครั้ง ถ้าง่ายจริงเขาจะเลื่อนระดับให้เรา โดยไม่ต้องรอจนถึงปลายภาค

คุณภาพชีวิตเป็นอย่างไร

มหาวิทยาลัยที่คุณหมิวเรียนตั้งอยู่แถบชานเมืองเซี่ยงไฮ้ จึงไม่มีรถใต้ดินหรือขนส่งสาธารณะที่สะดวกเหมือนในตัวเมือง แต่ภายในมหาวิทยาลัยก็มีโรงอาหาร  ส่วนตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ในระยะเดินถึง

อาหารการกินอันอุดมสมบูรณ์

หมิวพักในหอพักของมหาวิทยาลัย จึงสะดวกเวลาเดินไปเรียน ในห้องมีสองเตียงพร้อมห้องน้ำในตัว ถ้าเรียนคนเดียวก็ต้องหารูมเมท หรือหากต้องการพักคนเดียว จะต้องจ่ายในราคาสองคน ภายในอาคารมีครัวรวมที่ทำอาหารได้ แต่ค่าอาหารโดยเฉพาะที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัยค่อนข้างถูกมากอยู่แล้ว ถ้าเป็นเมนูข้าวพร้อมกับข้าว 3 อย่าง ที่เป็นเนื้อสัตว์ล้วนๆอย่าง เป็ดย่าง กุ้งตัวโตๆ หรือหมูก้อนทอด ราคาแค่ 16.2 หยวน หรือราว 80 บาทเท่านั้น จึงไม่จำเป็นต้องทำอาหารเอง

การเรียนภาษาจีนในไทยหรือในจีน...ดีกว่ากัน

ส่วนตัวคิดว่าเรียนที่จีนจะไปได้เร็วกว่า เพราะเราได้ใช้ในชีวิตประจำวันด้วย ยิ่งถ้าอยากพัฒนาอย่างจริงจังก็ให้สละเวลาหนึ่งปีไปเรียนเลย เพื่อให้มีพื้นฐาน แล้วก้าวต่อไปจะง่ายขึ้น

หมิวเองเรียนไปได้หนึ่งเทอม ประมาณ 4 เดือน จากที่พูดไม่ได้เลย ตอนน้ีเรียกว่าสามารถเอาตัวรอดได้ คุยสนทนาได้ ต่อราคาของได้ นอกจากนี้ข้อดีของการไปเรียนที่นั่นยังทำให้ได้เพื่อนใหม่ๆ ทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติ เวลาว่างก็ไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา ได้ดูว่ามีช่องทางธุรกิจที่เหมาะกับเราบ้างไหม ยิ่งพอภาษาเราดีขึ้น ก็จะช่วยให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้น

เคล็ดไม่ลับในการเรียนภาษาจีน

นอกจากการเรียน กิจกรรมโปรดของคุณหมิวก็คือ การท่องเที่ยวไปตามเมืองต่างๆของจีน

อีกมุมหนึ่งของเซี่ยงไฮ้

การท่องเที่ยวช่วยทำให้เราได้เปิดโลก ได้เห็นวัฒนธรรมที่น่าสนใจของแต่ละเมือง รวมถึงงานศิลปะ อาหาร และผู้คน นอกจากนี้คนจีนยังเป็นมิตรมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ในบางสถานการณ์ที่เราต้องการความช่วยเหลือ เขาจะแสดงความมีน้ำใจกับคนต่างด้าวอย่างเรามาก รู้สึกประทับใจในตัวคนจีน ผิดจากเมื่อก่อนที่รู้สึกกลัวกับชื่อเสียงทางลบของคนจีน ทำให้หมิวรู้สึกดีกับคนจีนและวัฒนธรรมต่างๆมากขึ้นค่ะ

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ชอบ คือการช้อปปิ้งจากเว็บไซต์ taobao.com ของจีน ซึ่งหากอยู่เมืองไทยอาจมีข้อจำกัดในการชำระเงินและขนส่ง

ข้อดีของการช้อปปิ้ง คือการเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ จากของที่โพสต์ขายในเว็บ หรือการแชทกับแม่ค้า รวมทั้งได้รู้ภาษาพูดอื่นๆ ที่ไม่ได้สอนในห้องเรียน ที่สำคัญยังช่วยเปิดไอเดียทางธุรกิจด้วย เพราะในนั้นจะมีสถิติการคลิกดูสินค้าแต่ละชิ้น ทำให้เราเห็นเทรนด์ว่าช่วงนี้สินค้าแบบไหนกำลังมาแรง แต่ข้อจำกัดในการซื้อของ Taobao คือต้องมีแอคเคาท์ Alipay ซึ่งถ้าไม่ได้เปิดบัญชีธนาคารในจีนก็สมัครไม่ได้ แต่เมื่อเราไปเรียนที่นั่นเราจำเป็นต้องเปิดบัญชีธนาคารที่จีนอยู่แล้ว ผลพลอยได้ทำให้เราใช้งานพวก Alipay, WeChat ได้สะดวกขึ้นค่ะ