Home > Education > ‘Sarang Choi’ ดาว Tiktok กับชีวิตที่เลือกเรียนทันตฯ ตอนอายุ 30

คลิปให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพฟัน คลาสแฟชั่น รวมถึงคลาสแต่งหน้าใน Tiktok เป็นจุดเร่ิมต้นที่ทำให้ทุกคนรู้จัก ซารัง ชเว ชาวเกาหลี นักสร้างแรงบันดาลใจการเป็นหมอฟันที่มาพร้อมคติประจำใจ “ไม่มีคำว่าสายที่จะเรียนรู้’  

ซารัง ชเว (Sarang Choi) หมอฟันดาว Tiktok วัย 36 ปี ตัดสินใจเลือกเรียนทันตแพทย์ตอน 30 ปี ซึ่งเป็นช่วงอายุที่หลายคนอาจมองว่าช้าเกินไป แต่สำหรับคุณหมอซารังมุ่งมั่นสู่ฝันอย่างเต็มที่ แม้ในวัยเด็กจะไม่ได้ตั้งใจเรียนก็ตาม

ย้อนกลับไปช่วงสมัยเด็ก คุณหมออดีตแชมป์ยูโดเยาวชนเคยเปิดใจผ่านยูทูบว่า ไม่ใช่เด็กเรียนและไม่สนใจเรียนเลย ตอนนั้นเธอชอบศิลปะและดนตรี โดยเฉพาะเพลงร็อก พรสวรรค์ด้านดนตรีส่งผลได้เป็นมือกลองของโรงเรียน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้สานต่อเพราะหมดความสนใจ คุณครูจึงแนะนำให้ไปเรียนพลศึกษา ซารังวัยรุ่นสาวสวยจึงฝึกและพยายามเป็นครูสอนออกกำลังกาย  แต่สุดท้ายก็พบว่านี่ไม่ใช่ทาง

พอถึงทางตันคุณแม่ของหมอจึงยื่นมือมาช่วยคิดว่ามีอาชีพอะไรที่เหมาะกับลูกจนพบกับทันตานามัย (Dental Hygienist) คุณหมอผู้มีหน้าคล้ายโรเซ่แบล็กพิงก์จึงรีบสมัครเรียนและติดตัวสำรอง แม้ว่าจะได้เกรดและคะแนน SAT (ข้อสอบมาตรฐานสากลที่ใช้วัดความถนัดในวิชาเลข และภาษาอังกฤษ) ไม่ดีก็ตาม แต่นาทีสุดท้ายก็ได้รับโทรศัพท์ตอบรับ

เอาเข้าจริง คุณหมอซารังไม่ได้มีใจเรียนสักเท่าไหร่ กระทั่งเปิดเทอม “ฉันตกหลุมรักทันตานามัย และคิดว่าทุกอย่างที่เกี่ยวกันทันตานามัยมันน่าอัศจรรย์มาก ฉันอยากเรียนมาก” เธอเล่าให้ฟังอย่างตื่นเต้น ความกระหายอยากเรียนรู้ของคุณหมอเกิดขึ้นจากโรคกลัวหมอฟัน ซึ่งคุณหมอมีภูมิหลัง ตอนเด็กๆ เคยถูกหมอฟันจับกดกับที่นั่งและพยายามอ้าปาก หมอซารังจึงพยายามหาสาเหตุ 

การเรียนทันตฯ ทำให้ฉันเปลี่ยนทัศนคติ เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างมีเหตุผล ไม่นานฉันก็ตระหนักได้ว่าไม่มีอะไรน่ากลัว และคิดว่าจะช่วยคนอื่นได้ โดยการเล่าประสบการณ์ของฉัน

จนกระทั่งอายุ 23 ปี ได้บินไปเยี่ยมญาติที่นิวยอร์ก หมอซารังได้พบกับนักศึกษาทันตแพทย์มหาวิทยาลัยโคลัมเบียอายุประมาณ 20-30 ปี นับเป็นนักศึกษาแพทย์ที่ค่อนข้างมีอายุมาก เขาเล่าเรื่องราวของตัวเองที่อพยพจากเกาหลีไปอเมริกา และแนะนำให้เธอลองเรียนดู  

พอปี 2 คุณหมอต้องไปเรียนที่โรงพยาบาล ความใคร่รู้ทำให้นึกถึงคำพูดของนักศึกษาแพทย์โคลัมเบียจึงบอกตัวเองว่า ‘ถ้าคุณทำได้ ฉันก็ต้องทำได้’ หมอซารังจึงเกิดแรงฮึดหาข้อมูลวิทยาลัยทันตนามัย ค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพ ในที่สุดก็ได้รับทุนการศึกษาเต็มจำนวน จึงขอพ่อกับแม่ไปเรียนต่อที่สหรัฐฯ และการมาต่างประเทศครั้งนี้นับเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของหมอเลยก็ว่าได้

ที่สหรัฐฯ หมอต้องเผชิญอุปสรรคด้านภาษาและวัฒนธรรม ช่วงเรียนแรกๆ หมอไม่เข้าใจเลย ได้แต่ร้องไห้ แต่ในหัวบอกให้นึกถึงพ่อกับแม่ที่ทำงานหนักเพื่อส่งเธอเรียน และก็เป็นโชคดีของคุณหมอที่อาจารย์โทรมาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอจึงพูดตรงๆ กับอาจารย์ว่าฉันไม่เข้าใจอะไรเลย เพราะสกิลภาษาอังกฤษไม่ค่อยดี อาจารย์แนะนำให้อัดเสียงและฟังบ่อยๆ พอจบเทอมนั้นก็เริ่มเข้าใจภาษาอังกฤษ แม้ว่าการเรียนภาษาตอนมีอายุจะลำบากไปหน่อย หลังจากนั้นก็ขยันเรียนมากขึ้นจนจบเทอมแรกได้เกรด A หมดทุกวิชา 

ขณะอยู่ปี 3 หมอซารังพยายามสอบ DAT (การทดสอบการรับเข้าศึกษาด้านทันตกรรม) เพื่อเข้าศึกษาหลักสูตรทันตแพทยศาสตร์ แต่ก็ถูกปฏิเสธหลายที่แม้จะมีผลการเรียนดีก็ตาม หมอสู้จนวีซ่านักเรียนใกล้หมดอายุ ด้วยความไม่ยอมแพ้ คุณหมอกลับไปสมัครอีกครั้งในวัย 30 ปี ในที่สุดได้เข้าเรียนที่ Nova Southeastern University และศึกษาจบปี 2020 “ต้องมีความหวัง อย่ายอมแพ้ หาสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุข ไล่ตาม และทำมัน ถ้าฉันทำได้ คุณก็ทำได้” หมอซารังทิ้งท้ายไว้เป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคน

Image from Instagram @sarangdmd