นักเรียนไทยใน Brighton College สอนนักเรียนอังกฤษให้พนมมือไหว้ รับมือโควิด 19
นักเรียนไทยใน Brighton College สอนนักเรียนอังกฤษให้พนมมือไหว้ รับมือโควิด 19
Education

นักเรียนไทยใน Brighton College สอนนักเรียนอังกฤษให้พนมมือไหว้ รับมือโควิด 19

เพื่อเป็นการชะลอการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ให้ช้าลงสักระยะ ชาวอังกฤษและชาวตะวันตกพากันปรับเปลี่ยนการทักทายขนานใหญ่ จากการสวมกอดเป็นการไหว้และนมมัสเตแทน

เพื่อเป็นการชะลอการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ครูใหญ่ในอังกฤษจึงเชิญนักเรียนไทยในอังกฤษสอนนักเรียนอังกฤษพนมมือไหว้ แทนการจับมือหรือหอมแก้ม

ท่ามกลางความสับสนอลหม่านที่เกิดเป็นวิกฤติใหญ่ที่กำลังคุกคามโลกอยู่ในขณะนี้ วิธีการรับมือของแต่ละคนก็ต่างกันไปตามความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโควิด 19 และระหว่างที่เผชิญภัยร้ายชนิดนี้ มีโรงเรียนแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษที่สอนให้นักเรียนทุกคนยกมือไหว้เป็นการทักทาย แทนที่จะสวมกอดหรือหอมแก้มเหมือนที่เคยทำกันมาตามธรรมเนียมชาวตะวันตก

มิสเตอร์จอห์น วีคส์ ครูใหญ่ของ Brighton College Prep School ประเทศอังกฤษ เป็นคนแรกๆที่นำธรรมเนียมการทักทายของไทยมาสอนให้นักเรียน คุณครูและบุคลากรในโรงเรียนทำ แทนการทักทายแบบชาวตะวันตก

“โดยปกติแล้วโรงเรียนของเราสอนให้นักเรียนทักทายด้วยการจับมือและยิ้มให้ พอเกิดเรื่องโควิด 19 เราไม่อยากให้นักเรียนติดเชื้อจากการสัมผัสส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ก็พยายามหาวิธีการทักทายใหม่ๆที่ทั้งปลอดภัยแต่ขณะเดียวกันก็ยังให้ความรู้สึกอบอุ่น ก็เลยสรุปกันว่าน่าจะให้เด็กรู้จักทักทายด้วยการไหว้”

 

จอห์น วีคส์กับนักเรียน Brighton

มิสเตอร์จอห์น วีคส์ กับนักเรียนชั้น Junior School ยกมือไหว้ผู้มาเยือน

มิสเตอร์ริชาร์ด คาร์น ครูใหญ่แห่ง Brighton College ในอังกฤษ จึงขอให้นักเรียนไทยสามคนของ Brighton College ในอังกฤษ สอนนักเรียนชั้น Junior School ที่ Brighton College Prep School ให้รู้จักการไหว้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในวิธีการชะลอการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19

มิสเตอร์วีคส์ยังกล่าวอีกว่า “เราตระหนักดีว่า เด็กเยาวชนและหนุ่มสาวที่ติดเชื้อไวรัสโควิด 19 จะไม่ป่วยหนักมากเท่าผู้สูงวัยที่ติดเชื้อดังกล่าว นั่นหมายความว่าเรามีความรับผิดชอบที่จะมองหาวิธีที่จะทำให้เด็กชั้นประถมตระหนักว่า ยังมีความสนุกสนานและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆอื่นๆ นอกจากการวิ่งเข้าไปสวมกอดและหอมแก้มคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย ขณะที่เด็กโตยังทราบถึงความสำคัญของการล้างมือบ่อยๆ และรู้จักยั้งมือไม่ไปจับใบหน้า ไม่เหมือนเด็กเล็กที่มักจะลืม ทำให้เป็นอันตรายต่อญาติผู้ใหญ่ เราจึงหวังว่าการสอนให้นักเรียนของเรารู้จักการไหว้ น่าจะช่วยชะลอการติดเชื้อนี้ได้ระยะหนึ่ง”

 

นมัสเต...ก็มา

ใครที่ติดตามข่าวคราวของราชวงศ์อังกฤษ คงจะได้เห็นภาพเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฏราชกุมารแห่งประเทศอังกฤษทรงพนมพระหัตถ์นมัสเต แทนการทักทายด้วยการจับพระหัตถ์ หรือการสวมกอดตามธรรมเนียมตะวันตก

ฟ้าชายชาร์ลส์นมัสเต

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฏราชุกุมารแห่งอังกฤษ ทรงยกพระหัตถ์นมัสเต ปล่อยให้เซอร์เคนเนท โอลิซา ยกมือเก้อ Photo: Getty Images

แม้ว่าในช่วงแรกๆ จะทรงหลงลืมบ้าง บางครั้งทรงยื่นพระหัตถ์ไปได้ครึ่งทางก็ทรงชะงัก ก่อนจะทรงยกพระหัตถ์ประกบกันเพื่อทำนมัสเต พร้อมกับทรงพระสรวลน้อยๆ ด้วยความเขิน อีกทั้งมกุฎราชกุมารวัย 71 ชันษา ยังทรงตรัสด้วยว่า “เราทำแบบนี้ตลอดเวลา” แต่กระนั้นก็ยังเห็นพระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์ออกมาก่อนจะทรงตั้งสติได้และทำนมัสเต

นอกจากนี้ยังมีผู้นำระดับโลกอีกมากมายที่ใช้การทักทายแบบนมัสเต อย่างเช่นโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่นมัสเตทักทายนายลีโอ วาราดคาร์ นายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์ ที่ห้องทำงานรูปไข่เนื่องในโอกาสที่ฝ่ายหลังไปเยือนทำเนียบขาว

"รู้ไหมว่าผมเพิ่งกลับจากอินเดีย และผมไม่่ได้เชคแฮนด์กับใครเลย ก็เลยง่ายเพราะคนอินเดียก็นมัสเต ส่วนคนญี่ปุ่นก็โค้งคำนับ" ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าว

ส่วนเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ก็พยายามรณรงค์ให้ประชาชนชาวอิสราเอลสมัสเตทักทายกันแทนการสวมกอดอย่างที่เคยทำมา รวมทั้งเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสที่ถวายการต้อนรับกษัตริย์เฟิลิเป้ที 6 และสมเด็จพระราชินีเลติเซีย ด้วยการนมัสเตและส่งจูบ

ที่มา : Brighton College Bangkok , ibtimes.sg