Home > Education > Universities > เปิดสถาบันปั้นพลเมืองที่ดีของโลก ที่ ‘วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล’ มหาวิทยาลัยรัฐแห่งแรกที่เปิดสอนหลักสูตรนานาชาติ

จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่เป็นเพียงโครงการพิเศษนำร่องการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรนานาชาติให้แก่นักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติ ภายใต้ชื่อโครงการศึกษาปริญญาตรีสำหรับนักศึกษานานาชาติ (International Student Degree Program) 

กว่า 36 ปีในฐานะมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งแรกที่เปิดสอนหลักสูตรนานาชาติ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (MUIC)  ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนให้ทันสมัย เพื่อความสอดคล้องกับบริบทที่แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในโลกยุคปัจจุบัน นอกจากนี้หลายหลักสูตรหลักของวิทยาลัยฯ ยังได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบันรับรองมาตรฐานระดับสากล เช่น AACSB, UNWTO.TedQual เทียบเท่าหลักสูตรชั้นนำระดับโลก

ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงจุฬธิดา โฉมฉาย คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล

และในปัจจุบันวิทยาลัยฯ ยังได้ปรับปรุงหลักสูตรทั้ง 17 หลักสูตร โดยเน้นการจัดการเรียนการสอนผ่านประสบการณ์จริง (Experiential-based learning) และการลงมือทำงานทั้งในระดับบุคคลและระดับกลุ่ม เพื่อเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในศตวรรษที่ 21 

นอกจากนี้ทางวิทยาลัยยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถเลือกเรียนวิชาจากสาขาวิชาอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือจากสาขาวิชาของตนเอง เพื่อให้นักศึกษาเป็นผู้ที่ทั้งรู้ลึกและรู้กว้างอย่างแท้จริง ดังนั้นการเรียนข้ามศาสตร์จึงกลายเป็นเรื่องปกติที่นักศึกษาทุกคนที่วิทยาลัยฯ จะสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย การเรียนรู้ในลักษณะดังกล่าวจะเสริมสร้างความมั่นใจ ความสามารถในการสื่อสารกับผู้อื่น ความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นผู้นำให้แก่ผู้เรียน ซึ่งจุดนี้เป็นหมุดหมายหลักในการบริหารจัดการหลักสูตรของวิทยาลัยฯ มาโดยตลอด โดยมุ่งเน้นการเติมเต็มชีวิต (Enriching Lives) เพิ่มพูนศักยภาพ (Expanding Potentials) สรรค์สร้างอนาคต(Shaping Futures)

‘ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงจุฬธิดา โฉมฉาย’ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ขยายความเรื่องนี้ว่า “นักศึกษาของเราได้มาเปิดโลกทัศน์  ได้เรียนกับเพื่อนหลากหลายชาติ หลายภาษา หลายวัฒนธรรม หลายเพศสภาพ ทำให้มองคนอื่นแบบไม่ตัดสิน ทว่าสามารถมองทะลุเปลือกนอกและเห็นเนื้อในตัวตนของคนอื่น นักศึกษาของเราจึงมีกรอบความคิด (Mindset) ที่กว้างไกล ปรับตัวเก่ง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อตัวเขาเองไม่ว่าจะไปอยู่แห่งหนไหนในสังคมโลกก็ตาม (Global Society)”

แต่ขณะเดียวกันการเรียนการสอนของ MUIC ก็มีความท้าทาย ศ.พญ.จุฬธิดาบอกเราว่า “เราตั้งใจให้มันท้าทาย เพื่อทำให้วิชาที่เรียนเป็นเรื่องน่าสนใจสำหรับเขา ดิฉันเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาให้กับเด็กคนหนึ่งซึ่งติดตามคุณพ่อคุณแม่ชาวไต้หวันมาอยู่เมืองไทย เขาพูดได้สามภาษา ไทย จีน และอังกฤษ ตอนที่เขามาเรียนใหม่ๆ อาจจะพูดได้ว่าเป็นคนที่ค่อนข้างสบายๆ กับการเรียน ไม่ได้สนใจผลักดันตัวเองมากนัก 

“มีวันหนึ่งเขาเดินมาบอกดิฉันว่า ผมเห็นอาจารย์เป็นหมอ มีความสุขกับการตรวจคนไข้ และนำประสบการณ์ที่ได้มาสอนผมอีกต่อหนึ่ง  ผมอยากรู้ว่าคนอย่างผมเรียนแพทย์ได้ไหมครับ ก็บอกว่าเรียนได้ เพราะเรารู้แล้วว่าเขามีความเฉลียวฉลาด แค่เพียงต้องพยายามอีกนิดหน่อย เพราะการเป็นหมอไม่ง่ายนะ เขาจะต้องฝ่าฟันความท้าทายอีกเรื่อยๆ เขาก็ยังยืนยันว่าจะเรียน 

มีคำพูดหนึ่งของเขาที่ทำให้ดิฉันรู้สึกชื่นใจมากก็คือ ผมอยากเรียนแล้วเป็นอย่างอาจารย์ ซึ่ง เพราะเขาเห็นเราเป็นหมอที่มีความสุข ตั้งแต่นั้นมานักศึกษาคนนั้นก็ได้ A มาโดยตลอด และสามารถสอบ MCAT ได้คะแนน 97% และเดินมาบอกเรา ทำเอาน้ำตาไหลเลยทีเดียว เมื่อทราบว่าเขาสามารถเข้าเรียนใน Monash University ซึ่งเป็นโรงเรียนแพทย์ระดับต้นๆของออสเตรเลียได้”

“จริงๆ แล้วอาจารย์ท่านอื่นๆ ในวิทยาลัยฯ ก็มีประสบการณ์ลักษณะเดียวกันนี้เหมือนกันนะคะ เป็นความภาคภูมิใจของพวกเราทุกคน ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้นักศึกษาที่ในวันแรกที่ก้าวเข้ามาเจอเรา ยังเป็นเพียงเด็กธรรมดาคนหนึ่ง จากนั้นนักศึกษาคนนี้ผ่านกระบวนการและผ่านประสบการณ์ต่างๆ ที่ทางวิทยาลัยฯ ออกแบบไว้เพื่อท้าทายความสามารถของแต่ละบุคคล ให้เขาได้เพิ่มพูนศักยภาพของตนเอง ได้เติมเต็มชีวิตทั้งของตนเองและคนอื่นๆ ที่อยู่รอบตัวเขา และสามารถสร้างอนาคตของตัวเองและของสังคมได้ในที่สุดด้วย”

การจัดหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่นเพื่อตอบโจทย์ความใฝ่รู้ของนักศึกษา

“Flexible Education Platform แปลว่านักศึกษาจะได้เรียนวิชาที่ตัวเองสนใจใคร่รู้เพิ่มมากขึ้น จากในอดีตที่หลักสูตรอาจมีข้อจำกัดในการเรียนวิชาข้ามศาสตร์ที่แตกต่างไปจากสาขาวิชาหลักของตนเอง” ศ.พญ.จุฬธิดาบอกกับเรา 

นอกจากนี้ MUIC ยังสอนเรื่อง 21st Century Skill ทั้งหมด ตั้งแต่ Literacy, Leadership, Social Awareness เป็นต้น เพื่อสร้างพลเมืองที่มีคุณค่าแก่โลก อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของการปรับหลักสูตรทั้ง 16 หลักสูตรครั้งล่าสุดนี้ คือการเปิดโอกาสในนักศึกษามีวิชาเลือกเพิ่มมากขี้น ผ่านกลุ่มวิชาเลือก I-Design Electives ซี่งนักศึกษาสามารถเรียนวิชาโท (Minor) หรือสามารถลงทะเบียนเรียนในระดับบัณฑิตศึกษาได้หากมีความสนใจ       

“เด็กเมเจอร์ Marketing ก็อาจอยากรู้เรื่อง Digital Communication เพราะสามารถนำไปใช้ได้ หรือเด็กเมเจอร์ Biology ก็อาจอยากรู้เรื่อง Marketing เหมือนกัน ซึ่งเขาสามารถลงเรียนเพื่อรับประกาศนียบัตร (Certificate) โดยไม่ต้องใช้เวลาในการจบการศึกษายาวนานขึ้นแต่อย่างใด หรือแม้แต่การเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนเพื่อเรียนมหาวิทยาลัยในต่างประเทศที่เป็นพาร์ทเนอร์กับเราได้ โดยนักศึกษาสามารถเลือกเรียนวิชาใดก็ได้ที่สนใจ ซึ่งหลายๆ ครั้งมีวิชาที่แตกต่างจากทางวิทยาลัยฯ เปิดให้เรียน เป็นการเปิดโอกาสทางการเรียนรู้ให้แก่นักศึกษาของเราค่ะ”

ทาง MUIC ยังร่วมมือกับมหาวิทยาลัยจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น Macquarie University, International Christian University, University of Hokkaido ที่ญี่ปุ่น The University of North Carolina at Chapel Hill ที่อเมริกา University of Bristol, University of Glasgow ที่สหราชอาณาจักร หรือ The Hong Kong Polytechnic University ที่ฮ่องกงก็ย่อมได้ ที่ยกมาเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ทางสถาบันยังมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยทั่วโลกอีกกว่า 140 แห่งด้วย

Liberal Arts ที่โดดเด่นระดับโลก

ด้วยความที่ Liberal Arts หรือศิลปวิทยาศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่ผสมผสานระหว่าง Arts กับScience หรือแม้แต่กลุ่มวิชาเลือก I-Design Elective ที่เป็นการผสมผสานศิลป์และวิทย์เข้าด้วยกัน และทางคณาจารย์ของ MUIC เล็งเห็นว่าความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบ

สำหรับเรื่องนี้ ศ.พญ.จุฬธิดา เสริมอีกว่า “วิกฤติโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทำให้เรารู้ว่า การแพทย์และเทคโนโลยีไม่ตอบโจทย์ปัญหานี้ เพราะขาดความสามารถในการสื่อสารที่ดี ดิฉันบอกกับลูกและลูกศิษย์เสมอว่า วิทยาศาสตร์ทำให้เราเข้าใจตัวเอง เข้าใจสิ่งที่แวดล้อมเรา ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโรคโน่นนี่นั่น แต่ที่จริงแล้ว
ศิลปวิทยาศาสตร์ คือศาสตร์ที่ทำให้เราเข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นแนวทางการสอนของเรา และเราเชื่อว่าไม่มีใครทำได้ดีเท่าเรา เพื่อสร้างพลเมืองที่ดีของโลก”

เปิด Open House เพื่อมาดูสถานที่จริง 

MUIC เปิด Open House แก่ผู้ที่สนใจปีละ 2 ครั้ง  เพื่อให้ผู้ปกครองและนักเรียนที่สนใจ เข้ามาพบปะ พูดคุย พร้อมเข้าร่วมในแบบจำลองการเรียนเสมือนจริง (Mock Up Class)  ซึ่งห้องเรียนของเรามีความเป็น Super Hybrid โดยมีอุปกรณ์การเรียนการสอนแบบดิจิทัลอันทันสมัย ซึ่งร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์เพื่อให้เป็น Digital Convergence University นอกจากนี้ MUIC ยังจับมือกับ Macquarie University ที่ออสเตรเลีย สร้างห้อง Group Discussion จำนวน 2 ห้อง ที่สามารถแชร์สกรีนได้ เหมาะสำหรับการเรียนแบบอินเตอร์แอ็คทีฟเป็นอย่างมาก 

และสุดท้าย ศ.พญ.จุฬธิดา ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า “การเรียนการสอนในปัจจุบันของเราเน้นให้นักศึกษามีโอกาสตั้งคำถาม คิดวิเคราะห์ โต้ตอบ พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็น และประสบการณ์กับอาจารย์ในชั้นเรียนผ่านการสนทนาแบบกลุ่ม (Group Discussion) เพื่อสอบทานความเข้าใจซึ่งกันและกัน รวมถึงการใช้เคสจริงนอกห้องเรียนในการเรียนรู้ ซึ่งมีหลายครั้งที่เราเชิญศิษย์เก่าของเราที่ออกไปทำธุรกิจของตัวเองกลับมาในชั้นเรียน เพื่อพูดคุยกับรุ่นน้องและนำเคสในบริษัทมาให้น้องๆ ร่วมกันคิดวิเคราะห์ นำเสนอหนทางแก้ไขปัญหา เป็นการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างรุ่นสู่รุ่น ซึ่งในอนาคตสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นเครือข่ายสำคัญให้กับบัณฑิตใหม่ที่กำลังหางานหรือสร้างธุรกิจต่อไปค่ะ”

Tags
MUIC
Never miss an update

Subscribe to our newsletter to get the latest updates.

No Thanks
You’re all set

Thank you for your subscription.