Home > Education > ตามมาดูกันว่าแชมป์ โตเกียวโอลิมปิก 2020 เหล่านี้เรียนอะไรกันบ้าง

แม้ว่าการแข่งขันอันยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติที่จัดขึ้นทุกๆ 4 ปีจะจบลงแล้ว และสร้างสถิติใหม่ขึ้นหลายอย่าง ทั้งที่พลิกโผ เมื่อม้ามืดที่ไม่มีใครสนใจจะได้เหรียญรางวัลไปครอง หรือการครองเหรียญรางวัลร่วมกัน กับอีกหลายต่อหลายเหตุการณ์ ตั้งแต่การเลื่อนการแข่งขันออกไปหนึ่งปีเพราะวิกฤติโควิด-19 ที่มีชาวญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งออกมาประท้วงคัดค้านการจัดแข่งขัน แต่สุดท้ายก็สามารถจัดขึ้นจนได้ แม้ว่าการแข่งขันต่างๆจะถูกจำกัดจำนวนผู้เข้าชมก็ตาม 

หนึ่งคู่ชู้ชื่น : เจียนมาร์โค ทัมเบรี และมูตาซ เอสซา บาชิม

ในการแข่งขันกีฬากระโดดสูงชิงเหรียญทองระหว่างเจียนมาร์โค ทัมเบรี จากอิตาลี และคู่แข่งจากกาตาร์ที่ภายหลังกลายเป็นเพื่อน มูตาซ เอสซา บาชิม เมื่อทั้งคู่กระโดดไม่ผ่านความสูงที่ 2.39 เมตร 3 ครั้งเท่ากัน จนในที่สุดบาชิมถามกรรมการว่า เราสองคนรับเหรียญร่วมกันได้ไหม แล้วกรรมการบอกว่าได้สิ จึงกลายเป็นว่าท้ังสองได้ครองเหรียญทองร่วมกัน 

แม้จะเกิดกันคนละทวีป แต่ทั้งคู่ก็ได้มาเจอะเจอกันตามการแข่งขันต่างๆ  จึงถือเป็นเพื่อนร่วมวงการ มากกว่าจะเป็นคู่แข่ง ทัมเบรี นักกระโดดสูงจากอิตาลีในวัย 29 จบการศึกษาปริญญาตรีทางด้านเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจจาก Libera Universita Internazionale deglu Studi Sociali (LUISS Guido Carli) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่สอนวิชาธุรกิจ การเงิน การบริหาร กฏหมาย และรัฐศาสตร์ ก่อตั้งโดยอดีตนักธุรกิจและนักการเมืองชื่อดัง ตั้งอยู่ในกรุงโรม 

อดีตนักกีฬาบาสเก็ตบอล ที่หันมาเจริญรอยตามพ่อและปู่ซึ่งเป็นนักกระโดดสูง มาร์โคพ่อของเขาเป็นนักกระโดดสูงที่ได้ไปโอลิมปิคที่มอสโคว์เมื่อปี 1980 ส่วนบรูโนปู่ของเขาเป็นนักกีฬาที่เคยลงแข่งในระดับสโมสรของอิตาลี พี่ชายของเขาเจียนลูกาเคยแข่งพุ่งแหลนในระดับเยาวชนนานาชาติ ทัมเบรีมีฉายาว่า Halfshave เพราะชอบโกนเคราเพียงครึ่งหน้าเวลาลงแข่ง

ด้านมูตาซ เอสซา บาชิม วัย 30 ปีจบการศึกษาจาก Aspire Academy ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาและกีฬาสำหรับเยาวชนระดับโลก เขากล่าวถึงความรู้สึกหลังการได้รับเหรียญทองร่วมกับเพื่อนและคู่แข่งอย่างทัมเบรีว่า “เหรียญทองนี้เป็นเหรียญรางวัลที่มาเติมเต็มรางวัลต่างๆที่ผมเคยได้รับ และรู้สึกโล่งใจมากที่ได้ ผมไม่สามารถหาคำใดมาอธิบายได้ รู้แต่ว่ามันเยี่ยมมาก ผมมีความสุขมากที่ได้รับเหรียญทองร่วมกับเจียนมาร์โค”

ถอนตัวจากการแข่งขันแบบช็อคโลก : ซีโมน ไบลส์ 

แม้จะทำให้คนที่ได้ยินข่าวการถอนตัวจากการแข่งขันยิมนาสติกหลายรายการของนักยิมนาสติกชาวอเมริกันเบอร์ต้นๆของโลก อย่างไบลส์ ด้วยเหตุผลเพราะสภาพจิตใจที่ย่ำแย่จากประสบการณ์เลวร้ายในอดีต แต่ก็ยังสามารถสร้างผลงานได้ดี ถึงจะไม่ท็อปฟอร์มก็ตาม ถ้าจะบอกว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ไบลส์ต้องสละอะไรหลายอย่างเพื่อจะได้ทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างเต็มที่

เธอเลือกที่จะเรียนโฮมสคูลตั้งแต่ชั้นมัธยม เพื่อฝึกยิมนาสติกวันละ 6-8 ชั่วโมง ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ท้าทายมาก เพราะชีวิตวัยรุ่นของไบลส์ต้องหายไปเลย เธอบอกกับนักข่าวว่า “หนูคิดถึงเพื่อนๆท่ีโรงเรียนกับประสบการณ์สนุกๆในวัยนั้นมากค่ะ แต่ในที่สุดหนูก็ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ามาก”

เมื่อปี 2018 ไบลส์ปฏิเสธการเข้าเรียนที่ UCLA เพราะต้องการจะเป็นนักกีฬาอาชีพ จึงเลือกเรียนบริหารธุรกิจทางออนไลน์ที่ University of the People ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร และเปิดให้เรียนฟรี โดยได้รับการรับรองหลักสูตรจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา นักเรียนจะจ่ายค่าสอบ100 $ สำหรับหลักสูตรปริญญาตรี และ 200 $ สำหรับหลักสูตร MBA 

นอกจากไบลส์จะเป็น Global Ambassador ให้กับมหาวิทยาลัยแล้ว เธอยังก่อตั้งทุนการศึกษา Simone Biles Legacy Scholarship Fund เพื่อช่วยเหลือเด็กที่ต้องอยู่ในบ้านอุปถัมป์อย่างที่เธอเคยอาศัยเมื่อครั้งยังเด็ก 

มือหนึ่งแห่งกีฬาสเก็ตบอร์ด : ซากุระ โยโซซูมิ 

การแข่งขันกีฬาสเก็ตบอร์ด ปาร์ค ซึ่งเป็นกีฬาน้องใหม่ที่เพิ่งบรรจุในโอลิมปิคปีนี้ นัยว่าเพื่อเพิ่มฐานคนดูวัยรุ่นให้เพิ่มมากขึ้น ซากุระ โยโซซูมิ วัย 19 ปีแชมป์เหรียญทองโอลิมปิคเริ่มต้นเล่นสเก็ตบอร์ดเมื่อตอนเรียนเกรด 6 หลังจากได้รับสเก็ตบอร์ดอันแรกเมื่อปี 2013 โดยได้รับอิทธิพลจากพี่ชาย 

ผลจากการฝึกซ้อมหลังเลิกเรียนที่โรงเรียนในวากายามาวันละ 5 ชั่วโมง ทำให้โยโซซูมิพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง จนชนะการแข่งขัน All Japan Ladies 2016 ตามด้วยเหรียญทองเอเชียนเกมส์ที่จาการ์ต้าเมื่อปี 2018  และครองตนเป็นมือหนึ่งของโลก

นักกีฬาเจ้าของเหรียญโอลิมปิคท่ีอายุน้อยที่สุดในญี่ปุ่น : โคโคนะ ฮิรากิ 

ด้วยวัยเพียง 12 ปี ทำให้โคโคนะ ฮิรากิ สาวน้อยจากโรงเรียนในฮอกไกโดเป็นนักกีฬาโอลิมปิคที่อายุน้อยเป็นอันดับสองรองจากนักปิงปองจากซีเรีย และเป็นเจ้าของเหรียญโอลิมปิคที่อายุน้อยที่สุดในญี่ปุ่น ฮิรากิเริ่มเล่นสเก็ตบอร์ดเมื่ออายุเพียง 5 ขวบ ตามความชอบกีฬาชนิดนี้ของผู้เป็นแม่ ฮิรากิติดทีมชาติพร้อมกับโยโซซูมิ และการแข่งขันครั้งนี้เป็นโอลิมปิคครั้งแรกในชีวิตเธอ

ภาพจาก Instagram

@mutaz.barshim/ @gianmarcotamberi/ @simonebiles/ @cocona.hiraki/ @sakura_yosozumi/ @olympics/ @tokyo2020